วิชาการดอทคอม ptt logo

ตำนานไทย

ตำนานเป็นที่มาสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นชื่อสถานที่ ประเพณี อาหาร หรืออีกหลายๆอย่างมากมาย ตำนานเหล่านี้สืบทอดกันมาสมัยตั้งแต่บรรพบุรุษ จนขณะนี้แล้วตำนานที่สืบทอดกันต่อๆมามีอยู่มากมายหลายแหล่งหลายเรื่อง...
ผู้เขียน: สร้างโดย: n-jang - อนุญาติให้: แก้ไขได้โดยสมาชิกทุกคน ชมแล้ว: 182,526 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 27 April 2008, 12:32 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 26 July 2009, 4:34 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-43


หน้าที่ 20 - ตำนาน เมืองนางรอง
          ตำนานเมืองนางรอง
วรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องเมืองนางรอง มีการเล่าสืบต่อกันมาหลายสำนวน แต่ในที่นี้จะนำเสนอเพียง 2 สำนวน ดังนี้

สำนวนที่ 1 นางอรพิมพ์หนีท้าวพรหมทัตเจ้าเมืองพิมายมากับท้าวปาจิต โอรสเจ้าเมืองนครธม นางอรพิมพ์นั่งร้องไห้เพราะท้าวปาจิตต์ถูกงูกัดตายที่นี่ เลยเรียกเมืองนี้ว่า นางร้อง แล้วเพี้ยนมาเป็น นางรอง

สำนวนที่ 2 เล่าขานกันว่า สมัยของพระเจ้าชัยวรมันแห่งนครธม พระองค์มีพระราชโอรสองค์หนึ่งนาม เจ้าชายปาจิตต์ เมื่ออายุครบ 18 ชันษา โหรได้ทำนายไว้ว่าหญิงที่จะมาเป็นพระชายาของเข้าชายยังไม่ถือกำเนิด และอยู่ห่างจากนครธมมาก บิดามารดาของหญิงผู้นั้นเป็นคนธรรมดา ทำไร่อยู่ที่ภูเขาแห่งหนึ่ง สันนิษฐานว่าเป็นเขาไปรบัดหรือเขาพนมรุ้ง เวลานี้จวนถือกำเนิดจากครรภ์มารดาแล้ว ควรจะให้มีผู้พิทักษ์รักษาความปลอดภัย

เจ้าชายปาจิตต์เชื่อในคำทำนายนั้นจึงออกตามหา โหรกราบทูลเพิ่มเติมว่า บิดามารดาของหญิงผู้นั้นมีอายุเกินหกสิบปีแล้ว มารดาของหญิงนั้นไม่ว่าจะย่างเท้าไปทิศไหนก็จะมีคนกั้นร่ม หรือสัปทนให้เสมอ แต่จะมีเพียงท้าวปาจิตต์เท่านั้นที่แลเห็นนาง ที่อยู่ของหญิงผู้นี้อยู่ทางทิศพายัพของนครธม ต้องเดินด้วยเท้าหลายวันจึงจะถึง เมื่อเจ้าชายเดินทางมาทิศตะวันตกได้พบม้าลักษณะงามตัวหนึ่ง (แซะลออ เป็นภาษาเขมร แปลว่า ม้างาม) ครั้นถึงเมืองนางรองที่บ้านหินโคน สืบเสาะได้ความว่าที่เขาพนมรุ้งมีคนทำไร่ และมีลักษณะดังคำทำนายอาศัยอยู่จริง จึงได้เดินทางไปและแจ้งให้บิดามารดาของนางทราบโดยละเอียด

ต่อมาเจ้าชายได้แจ้งเรื่องไปยังพระราชบิดาที่นครธม ให้เกณฑ์ผู้คนตัดถนนฝังหลักเขตจากเขาพนมรุ้งไปถึงนครธม (ดังปรากฏหลักหินมาถึงทุกวันนี้ที่บ้านจะบวก ต.นางรอง 1 หลัก บ้านหินโคนน้อย 1 หลัก และที่บ้านหินโคนดง 1 หลัก รวม 3 หลัก หลักหินที่ฝังไว้นี้สันนิษฐานว่าคงฝังเป็นระยะทาง 400 เส้น ต่อ 1 หลัก ทางหรือถนนที่สร้างขึ้นไว้นั้น น่าจะเป็นทางเดินช่องแซะละออทุกวันนี้ แต่เพี้ยนมาเป็นช่องสายออหรือช่องกุ่ม)

หลังจากหญิงชาวไร่คลอดบุตรหญิงออกมาจนมีอายุครบ 16 ปี มีรูปโฉมงดงามมาก ชื่อ อรพิมพ์ เจ้าชายหลงใหลรักใคร่ในตัวนางมากจึงเตรียมที่จะอภิเษกตามราชประเพณี

กล่าวถึงอีกเมืองหนึ่ง คือ เมืองพิมาย ผู้ครองนคร คือ ท้าวพรหมทัต ครองเมืองหน้าด่านดูแลต่างพระเนตรพระกรรณของพระเจ้านครธม (สันนิษฐานว่าเมืองพิมายเดิมน่าจะเรียกว่าพี่มา สาเหตุมาจากนางอรพิมพ์ เมื่อพบกับเจ้าชายปาจิตต์ก็อุทานออกมาว่า พี่มา เมื่อนานเข้าก็เพี้ยนเป็นพิมาย จนทุกวันนี้) ท้าวพรหมทัตมีความร้อนรุ่นใจใคร่ออกไปเที่ยวป่า รอนแรมมาจนถึงพนมรุ้ง ตั้งค่ายพักแรมที่ริมสระน้ำใหญ่เรียกว่า สระเพลิง (อาจเป็นทะลเมืองต่ำ บ้านโคกเมือง อ.ประโคนชัย ในปัจจุบัน) อยู่ทางทิศตะวันออกของปราสาทหิน เมื่อได้ขึ้นไปบนปราสาทก็พบหญิงสาวโฉมงาม จึงอยากได้นางไปเชยชม จึงได้ให้ทหารของตนฉุดคร่านางจากบิดามารดาและทหารของเจ้าชายปาจิตต์จนสำเร็จ ท้าวพรหมทัตต์นำตัวนางอรพิมพ์ไปยังเมืองพิมายโดยไม่รู้ว่านางเป็นคู่หมั้นของท้าวปาจิตต์ ระหว่างที่เดินทางมาถึงบ้านจะบวก นางอรพิมพ์ได้ขอร้องให้ท้าวพรหมทัตหยุดพักการเดินทาง เพื่อหาโอกาสส่งข่าวให้เจ้าชายปาจิตต์ทราบ แต่ท้าวพรหมทัตไม่ยอม ครั้นเดินทางมาถึงลำน้ำทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองนางรอง นางอรพิมพ์ได้ลงจากช้างและนั่งร้องไห้ที่ริมฝั่งน้ำ ครวญถึงบิดามารดาและเจ้าชายปาจิตต์ ต่อมาได้เรียกลำน้ำนี้ว่า ลำน้ำนางร้อง และเพี้ยนมาเป็นลำน้ำนางรอง ภายหลังจากหยุดพักพอสมควรแล้วก็เดินทางต่อจนถึงเมืองพิมายโดยที่มีทหารของเจ้าชายปาจิตต์สะกดรอยตามไปจำนวนหนึ่งและอยู่ปะปนไปกับผู้คนในเมืองเพื่อหาโอกาสช่วยเหลือและรอเจ้าชายยกทัพมาสมทบ

ฝ่ายเจ้าชายปาจิตต์ยกทัพมาตามเส้นทางเดิม โดยไม่หยุดพักทั้งกลางวันและกลางคืน ผ่านบ้านแซะ (เมืองครบุรี) สระประทีป และมาสว่างที่บ้านเสิงสาง (อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน) แล้วเดินทางมาถึงลำน้ำลงเรือที่บ้านวังบุกระถิน (ลำปลายมาศในปัจจุบัน) เห็นข้าราชบริพารของท้าวพรหมทัตเตรียมเรือขันหมากไว้สองลำ เห็นดังนั้นจึงโกรธแค้นท้าวพรหมทัตมาก จึงจมเรือขันหมากเสียในลำนำนี้ (ลำน้ำนี้จึงได้ชื่อว่า ลำปลายมาศ เพราะมีทองขันหมากจมอยู่มากมาย) และเปลี่ยนจากการไปทางเรือไปทางรถม้าแทน เมื่อถึงบ้านกงรถก็ทิ้งรถไว้ ที่นี่จึงได้เรียกว่า บ้านกงรถ มาจนทุกวันนี้ (บ้านกงรถ อยู่ในเขต ต.กงรถ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา) จากนั้นเจ้าชายได้ปลอมตัวเป็นคนสามัญ เดินทางต่อไปยังเมืองพิมายตามหานางอรพิมพ์จนพบ เมื่อพบกันครั้งแรกนางอรพิมพ์ได้อุทานด้วยความยินดีว่า พี่มาแล้ว ถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้นเจ้าชายจึงได้ฆ่าท้าวพรหมทัต และนำตัวนาวอรพิมพ์กลับเมืองนครธม โดยเดินทางผ่านทุ่งกระเต็นในปัจจุบัน ซึ่งห่างจากเมืองพิมายมาไกลมาแล้ว และได้มีการเลี้ยงฉลองเต้นรำกันที่ทุ่งแห่งนี้ จนเรียกขานว่า ทุ่งกระเต้น ต่อมาเพี้ยนเป็น ทุ่งกระเต็น รุ่งขี้นได้เดินทางผ่านเส้นทางเดิมและวกมาทางทิศตะวันออกจนถึงทุ่งแห่งหนึ่งก็หยุดพักผ่อน ซึ่งทุ่งนี้ต่อมาเรียกว่า ทุ่งอรพิมพ์ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านหนองทองลิ่ม ห่างออกไปทางทิศใต้ประมาณ 100 เส้น จากนั้นออกเดินทางต่อไปถึงบ้านแซะละออเข้าสู่นครธม และได้อภิเษกกับนางอรพิมพ์เป็นกษัตริย์กับมเหสีในที่สุด




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 9 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 24 พ.ค. 2551 (20:40)
สนุกดีครับ
jumo
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง

ความเห็น 2 20 มิ.ย. 2551 (18:21)
สนุกที่สุด....       .
เทสโต
ร่วมแบ่งปัน39 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็น 3 8 ก.ค. 2551 (17:45)

ผมก็ว่าน่าจะเป็นปลาไหลเผือกนะครับ เพราะได้ยินว่าปลาไหลเผือกถูกจับมากินมีเพียงแม่ม่ายคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้กินเนื้อปลา ก็เลยรอด ส่วนพื้นที่โยกนกเชียงแสนส่วนอื่นก็กลายเป็นหนองน้ำไป... เป็นทะเลสาบเชียงแสนในบะเดี่ยวนี้... ฮี่

แวะมาเยี่ยมคร้าบ...ยินดีที่ได้รู้จักครับผม

..........................


จุฬาฐาญี
ร่วมแบ่งปัน66 ครั้ง - ดาว 54 ดวง

ความเห็น 4 8 ก.ค. 2551 (18:25)

ดีจัง...ที่มีคนชอบอ่านเรื่องตำนานโบราณกาลประเภทนี้ด้วย 
{#emotions_dlg.d4}   {#emotions_dlg.d5}   Yell


n-jang
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 72 ดวง

ความเห็น 5 10 ธ.ค. 2551 (19:27)

ไม่ทราบว่าพิมพ์ผิดหรือเปล่าครับ เพราะว่าแหลมสิงห์ผมเคยได้ยินมาว่าอยู่จันทบุรี


พงศธร บุญรอด
ร่วมแบ่งปัน67 ครั้ง - ดาว 52 ดวง

ความเห็น 6 12 ธ.ค. 2551 (13:48)

เป็นตำนานของ อ.เขาสมิง จ.ตราดครับ


itman
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 7 10 ม.ค. 2552 (09:57)
เอ่อ...งั้นก็ขออภัยนะคะสงสัยเราจะจำผิดน่ะ
n-jang
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 72 ดวง

ความเห็น 8 27 ก.ค. 2552 (08:40)

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231) นั้น ในบริเวณทะเลชุบศรยังมีน้ำขังอยู่ พระองค์ได้รับสั่งให้ทำทำนบขนาดใหญ่เพื่อกั้นน้ำให้ขังอยู่ตลอดปี แล้วให้ต่อท่อน้ำลงมายังสระแก้วแล้วจึงต่อเข้าเมืองลพบุรี นอกจากนี้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชยังเสด็จไปประทับพักร้อนในบริเวณทะเลชุบศรนี้ด้วย โดยรับสั่งให้สร้างพระที่นั่งขึ้นบนเกาะเล็ก ๆ ของทะเลชุบศรนี้และพระราชทานนามว่า "พระที่นั่งไกรสรสีหราช" ซึ่งเรียกกันจนติดปากว่า "พระที่นั่งเย็น"


ตำนานที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์นั้นมีอีกหลายตำนาน ที่น่าสนใจมีอีกเรื่องหนึ่งคือตำนานเรื่อง "เขาสมอคอน" เขาสมอคอนนี้ตั้งอยู่ในเขตท้องที่อำเภอท่าวุ้ง (อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองลพบุรี) เป็นภูเขาเตี้ย ๆ มีหลายลูกไม่ติดกันเป็นเทือกเดียว และตั้งอยู่กลางทุ่งซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม ดังนั้นในฤดูน้ำหลากจะกลายเป็นเกาะกลางน้ำ การเดินทางไปมาสะดวกกว่าฤดูแล้งเพราะมีเรือไปถึงเชิงเขา ซึ่งชาวลพบุรีชอบไปพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด เพราะที่นั่นจะมีถ้ำหลายถ้ำเช่น ถ้ำช้างเผือก ถ้ำตะโก ถ้ำเขาสมอคอน และมีวัด 2-3 วัด และเป็นพื้นที่ที่มีลิงป่าอาศัยอยู่มากมาย เนื่องจากเขาสมอคอนมีความแปลกประหลาด คือมีหลายลูกแต่ไปอยู่กลางที่ราบลุ่ม จึงมีตำนานที่เล่าต่อ ๆ กันมา ซึ่งก็มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์อีกเช่นกัน แต่เล่าแตกต่างกันไป พวกหนึ่งเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระรามทรงกริ้วทศกัณฐ์มาก ทรงขว้างจักรจากทะเลชุบศร หวังจะให้ทศกัณฐ์แหลกลาญ แต่เผอิญจักรนั้นได้เฉี่ยวยอดเขาสูงลูกหนึ่ง เศษหินที่ถูกอำนาจจักรกระเด็นไปนั้นก็คือ หมู่เขาสมอคอนนั่นเอง ส่วนยอดเขาที่ถูกเฉี่ยวแหว่งไปนั้น ชาวเมืองต่างพากันเรียกว่าเขาช่องลพ (ปัจจุบันอยู่ในตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง) ส่วนอีกพวกหนึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งพระลักษณ์ต้องหอกโมกศักดิ์ของกุมภกัณฐ์ สิ้นสติสมปดีรอเวลาทิวงคต ถ้าไม่มีใครแก้ให้ฟื้นทันพระอาทิตย์ขึ้น หนุมานทหารเอกของพระรามจึงได้ขันอาสาจะไปหายาวิเศษอันมีชื่อว่า "ต้นสังกรณีตรีชะวา" ที่เขาสรรพยา (ปัจจุบันอยู่ที่จังหวัดชัยนาท) มาฝนทาที่หอกที่ปักอยู่จึงจะหลุด หนุมานไปหาต้นสังกรณีตรีชะวาไม่พบเพราะเป็นเวลามืด เกรงว่าจะรุ่งสางเสียก่อนจึงได้คอนเอาภูเขามาทั้งลูก เผอิญเหาะผ่านมาทางเมืองลพบุรีซึ่งไฟกำลังลุกไหม้ตั้งแต่ครั้งที่หนุมานเอาหางกวาดเมือง แสงสว่างจากไฟทำให้มองเห็นต้นสังกรณีตรีชะวา หนุมานจึงถอนเอาแต่ต้นสังกรณีตรีชะวาไป และทิ้งภูเขาที่คอนมาลงกลางทุ่งทะเลเพลิง ภูเขาที่ทิ้งลงมาได้ถูกไฟเผากลายเป็นหินสีขาวและมีชื่อเรียกว่า "เขาสมอคอน" ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี


nuprang
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 47 ดวง

ความเห็น 9 30 ส.ค. 2552 (12:27)

หนุกดีๆ


opal000
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 98 ดวง






n-jang
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 2,993 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 18 ครั้ง
ได้รับดาว 72 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน