ตำนานไทย
ตำนานเป็นที่มาสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นชื่อสถานที่ ประเพณี อาหาร หรืออีกหลายๆอย่างมากมาย ตำนานเหล่านี้สืบทอดกันมาสมัยตั้งแต่บรรพบุรุษ จนขณะนี้แล้วตำนานที่สืบทอดกันต่อๆมามีอยู่มากมายหลายแหล่งหลายเรื่อง...
ผู้เขียน: สร้างโดย: n-jang - อนุญาติให้: แก้ไขได้โดยสมาชิกทุกคน ชมแล้ว: 130,727 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 27 April 2008, 12:32 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 26 July 2009, 4:34 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-43


หน้าที่ 40 - ตำนาน สิงหนวัติ

          สิงหนวัติกุมารโอรสองค์ที่สองของพระเจ้าเทวกาล แห่งนครไทยเทศ หรือเมืองราชคฤห์ พร้อมด้วยพระขนิษฐาได้รับพระราชทานข้าวของ สมบัติ รี้พลมนตรีคนครัวแสนหนึ่ง แล้วก็เสด็จออกจากเมืองราชคฤห์ เมื่อพ.ศ. 430 ข้ามแม่น้ำสาระพู (แม่น้ำคงคา หรือ สาละวิน ) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เดินทางมาได้ 4 เดือน ก็ถึงบริเวณที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ อยู่ห่างแม่น้ำโขงประมาณ 5,000 วา บริเวณนี้เป็นแคว้นเมืองสุวรรณโคมคำมาก่อน ปีพ.ศ. 431 มีพญานาคชื่อว่าพันธุนาคราช เนรมิตตนเป็นพราหมณ์ เข้ามาพบเจ้าสิงหนวัติกุมารและกล่าวถามว่า ท่านเป็นลูกใคร มาจากเมืองไหน มาด้วยเหตุอันใด เจ้าสิงหนวัติกุมารกล่าวว่า เราเป็นลูกกษัตริย์องค์หนึ่ง ชื่อว่าเทวกาล เจ้าเมืองราชคฤห์ มาที่นี่เพื่อแสวงหาที่สร้างบ้านแปลงเมืองอยู่ นาคพราหมณ์ผู้นั้นจึงแนะนำให้เจ้าสิงหนวัติกุมาร ตั้งเมืองอยู่ที่นี่ บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรือง ข้าศึกใหญ่ น้อยก็เข้ามาตีได้ยาก และขอให้มีเมตตาบารมีแก่คนและสัตว์ทั้งหลายเทอญ เจ้าสิงหนวัติกุมาร ได้ไต่ถามนาคพราหมณ์ผู้นั้น ได้ความว่า ชื่อพันธุพราหมณ์ อยู่รักษาอาณาบริเวณนี้มาตั้งแต่ต้น แล้วก็ลาจากไป เจ้าสิงหนวัติกุมารใช้ให้บ่าว 7 คนตามไปดู ไปได้ไกล 1,000 วา พราหมณ์ผู้นั้นก็หายไป


        ครั้นถึงตอนกลางคืน นาคพราหมณ์ผู้นั้นก็กลายร่างเป็นพญานาคแทรกตัวลงดิน แล้วยกขึ้นเป็นขอบเขตเมือง กว้างด้านละ3,000 วา แล้วก็กลับไปยังที่อยู่ของตน รุ่งเช้าเมื่อเจ้าสิงหนวัติกุมาร เห็นเช่นนั้นก็มีใจชื่นชม ยินดี จึงให้พราหมณ์อาจารย์ผู้ติดตามมาทำนายดู พราหมณ์อาจารย์บอกว่า เป็นพญานาคแสดงอิทธิฤทธิ์สร้างขึ้น หลังจากที่ได้สร้างเมืองเสร็จแล้ว พราหมณ์อาจารย์จึงนำเอาชื่อพญานาคพันธุและเจ้าสิงหนวัติกุมารมารวมกันเป็นชื่อเมืองว่า นาคพันธุสิงหนวัตินคร


        เจ้าสิงหนวัติกุมารได้เป็นเจ้าเมืองนาคพันธุสิงหนวัตินครแล้ว ก็ได้แผ่บารมีรวบรวมหัวเมืองน้อยใหญ่ จากนั้นอีก 3 ปี จึงยกทัพไปปราบขอมและได้ชัยชนะต่อพระยาขอมเมืองอุโมงคเสลานคร หลังจากตั้งเมืองได้ 5 ปี ท่านก็ปราบได้ล้านนาไทยทั้งมวล อมาตย์มนตรี และพราหมณ์ทั้งหลาย ก็พร้อมกันอุสสาภิเษกเจ้าสิงหนวัติกุมารขึ้นเป็นเอกราชมหากษัตริย์ มีชื่อว่า “เจ้าพระยาสิงหนวัติราชกษัตริย์เจ้า “ตั้งแต่นั้นมา ถัดจากรัชสมัยของเจ้าสิงหนวัติแล้ว กษัตริย์องค์ต่อมา คือ โอรสของพระเจ้าสิงหนวัติ คือ พระยาพันธนติ ถัดจากพระยาพันธนติ ก็คือ พระยาอชุตราช และเมืองนี้ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็นเมือง โยนกนคร ไชยบุรีราชธานีศรีช้างแสน พระยาอชุตราชขอนางปทุมวดีจากกัมมโลฤาษี มาเป็นมเหสี ยุคนี้มีการสร้างพระธาตุดอยตุงและพระธาตุดอยกู่แก้ว กษัตริย์องค์ต่อมาคือ พระมังรายนราช โอรสชื่อไชยนารายณ์ไปตั้งเมืองใหม่ ชื่อไชยนารายณ์เมืองมูล เมืองโยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแสนก็มีกษัตริย์ปกครองต่อๆ กันมาจนถึง พ.ศ.1469 จึงเสียแก่พระยาขอมแห่งเมืองอุโมงค์เสลานคร


        กษัตริย์ของเมืองโยนกฯถูกขับให้ไปอยู่ที่เวียงสี่ทวง ที่นั้นพระองค์พังมีโอรสที่เก่งกล้า เมื่อพรหมกุมารอายุได้ 16 ปี ก็เสนอให้พระบิดาแข็งข้อต่อขอม และตัวเองเป็นแม่ทัพเข้าต่อสู้กับพวกขอม และสามารถขับไล่ขอมไปทางใต้จนถึงเขตเมืองลวรัฐ พระองค์พังได้กลับเป็นกษัตริย์ในโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแสนอีกครั้งหนึ่ง ในปีพ.ศ.1480 พรหมกุมารต่อมาได้ตั้งเวียงไชยปราการ และเป็นกษัตริย์ครองเมืองนี้ เมื่อสิ้นพระองค์พรหมราชแล้วโอรส คือพระไชยสิริก็ได้ครองเมืองต่อมา เมื่อถูกทัพมอญคุกคามเข้ามา พระองค์ไชยสิริก็พาชาวเมืองอพยพ เมื่อ พ.ศ.1547 ลงไปทางใต้และไปตั้งเมืองอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร ตำนานสิงหนวัติกุมารยุติลง เมืองนาคพันธุสิงหนวัตินครก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น เมืองโยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแสน มีกษัตริย์เสวยเมืองต่อกันมา


        จนถึงสมัยของพระองค์มหาไชยชนะ และในปี พ.ศ.1558 ชาวเมืองจับปลาตะเพียนเผือกยักษ์ (ควรเป็นปลาไหลเผือกยักษ์) จากแม่น้ำกกแล้วแบ่งกันกินทั่วเมือง และในคืนนั้นเมืองโยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้างแสนก็ล่มสลายลง กลายเป็นหนองน้ำใหญ่ ขุนพันนาและนายบ้านทั้งปวงพร้อมใจกันเลือกนายบ้านผู้หนึ่งชื่อขุนลัง เป็นหัวหน้าของชนกลุ่มนั้นช่วยกันสร้างเวียงปรึกษาขึ้นที่ริมแม่น้ำโขงฝั่งตะวันตก และอยู่ทางตะวันออกของเวียงโยนกเดิม นับเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์กษัตริย์




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 9 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 24 พ.ค. 2551 (20:40)
สนุกดีครับ
jumo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3680 ครั้ง - ดาว 351 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 2 20 มิ.ย. 2551 (18:21)
สนุกที่สุด....       .
เทสโต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน39 ครั้ง - ดาว 63 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 3 8 ก.ค. 2551 (17:45)

ผมก็ว่าน่าจะเป็นปลาไหลเผือกนะครับ เพราะได้ยินว่าปลาไหลเผือกถูกจับมากินมีเพียงแม่ม่ายคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้กินเนื้อปลา ก็เลยรอด ส่วนพื้นที่โยกนกเชียงแสนส่วนอื่นก็กลายเป็นหนองน้ำไป... เป็นทะเลสาบเชียงแสนในบะเดี่ยวนี้... ฮี่

แวะมาเยี่ยมคร้าบ...ยินดีที่ได้รู้จักครับผม

..........................


จุฬาฐาญี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน66 ครั้ง - ดาว 54 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 4 8 ก.ค. 2551 (18:25)

ดีจัง...ที่มีคนชอบอ่านเรื่องตำนานโบราณกาลประเภทนี้ด้วย 
{#emotions_dlg.d4}   {#emotions_dlg.d5}   Yell


n-jang เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 72 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 5 10 ธ.ค. 2551 (19:27)

ไม่ทราบว่าพิมพ์ผิดหรือเปล่าครับ เพราะว่าแหลมสิงห์ผมเคยได้ยินมาว่าอยู่จันทบุรี


พงศธร บุญรอด เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน67 ครั้ง - ดาว 52 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 6 12 ธ.ค. 2551 (13:48)

เป็นตำนานของ อ.เขาสมิง จ.ตราดครับ


itman เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 7 10 ม.ค. 2552 (09:57)
เอ่อ...งั้นก็ขออภัยนะคะสงสัยเราจะจำผิดน่ะ
n-jang เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 72 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 8 27 ก.ค. 2552 (08:40)

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231) นั้น ในบริเวณทะเลชุบศรยังมีน้ำขังอยู่ พระองค์ได้รับสั่งให้ทำทำนบขนาดใหญ่เพื่อกั้นน้ำให้ขังอยู่ตลอดปี แล้วให้ต่อท่อน้ำลงมายังสระแก้วแล้วจึงต่อเข้าเมืองลพบุรี นอกจากนี้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชยังเสด็จไปประทับพักร้อนในบริเวณทะเลชุบศรนี้ด้วย โดยรับสั่งให้สร้างพระที่นั่งขึ้นบนเกาะเล็ก ๆ ของทะเลชุบศรนี้และพระราชทานนามว่า "พระที่นั่งไกรสรสีหราช" ซึ่งเรียกกันจนติดปากว่า "พระที่นั่งเย็น"


ตำนานที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์นั้นมีอีกหลายตำนาน ที่น่าสนใจมีอีกเรื่องหนึ่งคือตำนานเรื่อง "เขาสมอคอน" เขาสมอคอนนี้ตั้งอยู่ในเขตท้องที่อำเภอท่าวุ้ง (อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองลพบุรี) เป็นภูเขาเตี้ย ๆ มีหลายลูกไม่ติดกันเป็นเทือกเดียว และตั้งอยู่กลางทุ่งซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม ดังนั้นในฤดูน้ำหลากจะกลายเป็นเกาะกลางน้ำ การเดินทางไปมาสะดวกกว่าฤดูแล้งเพราะมีเรือไปถึงเชิงเขา ซึ่งชาวลพบุรีชอบไปพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด เพราะที่นั่นจะมีถ้ำหลายถ้ำเช่น ถ้ำช้างเผือก ถ้ำตะโก ถ้ำเขาสมอคอน และมีวัด 2-3 วัด และเป็นพื้นที่ที่มีลิงป่าอาศัยอยู่มากมาย เนื่องจากเขาสมอคอนมีความแปลกประหลาด คือมีหลายลูกแต่ไปอยู่กลางที่ราบลุ่ม จึงมีตำนานที่เล่าต่อ ๆ กันมา ซึ่งก็มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์อีกเช่นกัน แต่เล่าแตกต่างกันไป พวกหนึ่งเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระรามทรงกริ้วทศกัณฐ์มาก ทรงขว้างจักรจากทะเลชุบศร หวังจะให้ทศกัณฐ์แหลกลาญ แต่เผอิญจักรนั้นได้เฉี่ยวยอดเขาสูงลูกหนึ่ง เศษหินที่ถูกอำนาจจักรกระเด็นไปนั้นก็คือ หมู่เขาสมอคอนนั่นเอง ส่วนยอดเขาที่ถูกเฉี่ยวแหว่งไปนั้น ชาวเมืองต่างพากันเรียกว่าเขาช่องลพ (ปัจจุบันอยู่ในตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง) ส่วนอีกพวกหนึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งพระลักษณ์ต้องหอกโมกศักดิ์ของกุมภกัณฐ์ สิ้นสติสมปดีรอเวลาทิวงคต ถ้าไม่มีใครแก้ให้ฟื้นทันพระอาทิตย์ขึ้น หนุมานทหารเอกของพระรามจึงได้ขันอาสาจะไปหายาวิเศษอันมีชื่อว่า "ต้นสังกรณีตรีชะวา" ที่เขาสรรพยา (ปัจจุบันอยู่ที่จังหวัดชัยนาท) มาฝนทาที่หอกที่ปักอยู่จึงจะหลุด หนุมานไปหาต้นสังกรณีตรีชะวาไม่พบเพราะเป็นเวลามืด เกรงว่าจะรุ่งสางเสียก่อนจึงได้คอนเอาภูเขามาทั้งลูก เผอิญเหาะผ่านมาทางเมืองลพบุรีซึ่งไฟกำลังลุกไหม้ตั้งแต่ครั้งที่หนุมานเอาหางกวาดเมือง แสงสว่างจากไฟทำให้มองเห็นต้นสังกรณีตรีชะวา หนุมานจึงถอนเอาแต่ต้นสังกรณีตรีชะวาไป และทิ้งภูเขาที่คอนมาลงกลางทุ่งทะเลเพลิง ภูเขาที่ทิ้งลงมาได้ถูกไฟเผากลายเป็นหินสีขาวและมีชื่อเรียกว่า "เขาสมอคอน" ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี


nuprang เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 47 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 9 30 ส.ค. 2552 (12:27)

หนุกดีๆ


opal000 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 98 ดวง - โหวตเพิ่มดาว






n-jang
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 2,099 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 18 ครั้ง
ได้รับดาว 72 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน