วิชาการดอทคอม ptt logo

นายจ้าง

นายจ้าง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.5 ได้นิยามคำว่า "นายจ้าง" หมายถึง ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ และให้หมายรวมถึง • ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้กระทำการแทนนายจ้าง • กรณีเป็นนิติบุคคลให้หมายรวมถึง ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล และผู้ซึ
ผู้เขียน: nit0008 ชมแล้ว: 14,986 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 30 April 2008, 8:10 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 15 October 2012, 4:03 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 2 - ความหมายของการมอบหมายให้กระทำการแทนนายจ้าง

ความหมายของการมอบหมายให้กระทำการแทนนายจ้าง

ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้กระทำการแทนนายจ้างจะต้องมีอำนาจกระทำการเช่นเดียวกับเจ้าของหรือผู้มอบอำนาจ คือ มีอำนาจเช่นเดียวกับผู้ที่มอบหมายให้กระทำการแทน   หากไม่มีอำนาจตัดสินใจเช่นเดียวกับเจ้าของหรือผู้มอบอำนาจ   ไม่ถือว่าเป็น "นายจ้าง"

 

ข้อพิจารณากรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล

  • ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ถือว่า เป็นตัวแทนของนิติบุคคล  ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่ามีอำนาจในการทำนิติสัมพันธ์ใดๆในนามนิติบุคคลต่อบุคคลภายนอก   และในการจ้างแรงงานคือผู้แสดงเจตนาตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานแทนนิติบุคคล
  •  การที่หลายๆบริษัทรวมกันเป็นกลุ่มบริษัทในเครือ  โดยอาจมีกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลเป็นชุดเดียวกันหรือคนเดียวกัน   แต่ในทางกฎหมายแล้ว แต่ละบุคคลจะมีฐานะเป็น “นายจ้าง”แยกต่างหากจากกัน   การที่ลูกจ้างได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในกลุ่มบริษัทในเครือ   บริษัทที่จะมีฐานะเป็น “นายจ้าง”ของลูกจ้างนั้นก็คือบริษัทที่ตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานและเป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้
  • ผู้ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล โดยกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลได้มอบอำนาจให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีอำนาจทำการรับลูกจ้างเข้าทำงาน  จ่ายค่าจ้าง  ขึ้นค่าจ้าง เลิกจ้าง หรือลงโทษลูกจ้างได้   ในกรณีเช่นนี้ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย(มอบอำนาจ)จากกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล  ถือว่าเป็น "นายจ้าง"

                                ซึ่งบุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “นายจ้าง” ซึ่งเป็นนิติบุคคล   การใดที่กระทำไปภายในขอบเขตที่ได้รับมอบอำนาจ จึงเป็นการกระทำในนามของนิติบุคคล ไม่มีผลผูกพันหรือรับผิดในฐานะส่วนตัว

 

ผู้จ้างเหมาแรงงาน 

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม. 5 (3) กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการที่ว่าจ้างผู้อื่นทำงานโดยวิธีเหมาค่าแรง ถือเป็นนายจ้างของลูกจ้างของผู้รับเหมาด้วย ดังมีหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้

  • ผู้ประกอบกิจการทำงานในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของตน
  • ให้ผู้อื่นรับเหมาค่าแรงไปทำ
  • ให้ผู้รับเหมาควบคุมการทำงานและจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างหรือให้ผู้ที่มิใช่ผู้จัดหางานจัดหาลูกจ้างมาทำงานให้

หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีข้อพิจารณาดังนี้

  •  
    • งานที่มอบให้ผู้อื่นรับไปทำนั้นต้องเป็นงานในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้จ้างเหมา
    • การจ้างเหมา ต้องใช้วิธีเหมาค่าแรง กล่าวคือ ผู้จ้างเหมาออกวัสดุ  ส่วนผู้รับจ้างเหมาคิดเฉพาะค่าแรงเท่านั้น  หากผู้รับเหมาออกวัสดุและออกแรงด้วย จะเป็นซื้อชายมิรับเหมาค่าแรง
    • ผู้รับเหมาต้องควบคุมการทำงานและจ่ายค่าจ้างให้
    • กฎหมายถือว่าผู้จ้างเหมาเป็นนายจ้างของลูกจ้างของผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบร่วมกัน

Ø      เมื่อกฎหมายถือว่าผู้จ้างเหมากเป็นนายจ้างของลูกจ้างของผู้รับเหมา ผู้จ้างเหมาจึงต้องรับผิดชอบต่อลูกจ้างของผู้รับเหมาด้วย แต่รับผิดเฉพาะลูกจ้างของผู้รับจ้างเหมาที่มาทำงานให้แก่ผู้รับเหมาเท่านั้น

Ø      กฎหมายให้รับผิดร่วมกับผู้รับจ้างเหมาซึ่งเป็นนายจ้างของลูกจ้างโดยตรงในฐานะลูกหนี้ร่วม คือต้องรับผิดจนกว่าจะชำระหนี้จนสิ้นเชิง มิใช่รับผิดตามส่วนคนละเท่าๆกัน

Ø      ผู้จ้างเหมาถือเป็นนายจ้างของลูกจ้างของผู้รับเหมา จึงต้องรับผิดในสิทธิของลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ผู้จ้างเหมาไม่ต้องรับผิดในสิทธิตามกฎหมายอื่น

Ø      ผู้จ้างเหมาต้องรับผิดชอบ กฎหมายบัญญัติไว้ไม่ชัดเจนจึงแปลว่ารับผิดชอบเพียงเท่างานที่มอบหมายให้ทำตามระยะเวลาที่ทำเท่านั้น

Ø      ผู้จ้างเหมาไล่เบี้ยผู้รับจ้างเหมาได้




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด