วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
รวบรวมสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับฟิสิกส์และจักรวาล
รวมรวมคำสัมภาษณ์ให้กับหนังสือพิมพ์และสื่ออื่น ๆ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจ
ผู้เขียน: ดร. อรรถกฤต ฉัตรภูติ ชมแล้ว: 10,647 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 10 May 2008, 6:10 am ปรับปรุงล่าสุด: Tue 9 September 2008, 4:48 pm
สารบัญ
หน้า : 1 เผยเรื่องจริง “โลกคู่ขนาน” และ “มิติ” ที่ขดซ่อนตัว ผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2548
หน้า : 2 “ดร.สุทัศน์” ย้ำ ความสำคัญฟิสิกส์โนเบล จุดประกายวงการวิทย์ - ผู้จัดการออนไลน์ 9 ธันวาคม 2547
หน้า : 3 เข้ารหัสควอนตัมบัตรเครดิต-ทำนาฬิกาให้เที่ยง ต่อยอดฟิสิกส์โนเบล 2005 - ผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2548
หน้า : 4 2 นักฟิสิกส์สหรัฐฯ ผู้ขยับใกล้ปริศนากำเนิดแห่งเอกภพรับโนเบล - ผู้จัดการออนไลน์ 3 ตุลาคม 2549
หน้า : 5 เทคโนโลยีอวกาศ ดวงตาแห่งการพิสูจน์ทฤษฎีจักรวาล - ผู้จัดการออนไลน์ 11 ตุลาคม 2550
หน้า : 6 เต๋าแห่งฟิสิกส์ - กรุงเทพธุรกิจ (จุดประกาย) 1 กุมภาพันธ์ 2550
หน้า : 7 เซิร์น:การทดลองสุดยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ ค้นหาจุดเล็กสุดสู่กำเนิดจักรวาล - ผู้จัดการออนไลน์ 15 เมษายน 2551

หน้าที่ 3 - เข้ารหัสควอนตัมบัตรเครดิต-ทำนาฬิกาให้เที่ยง ต่อยอดฟิสิกส์โนเบล 2005 - ผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2548

เข้ารหัสควอนตัมบัตรเครดิต-ทำนาฬิกาให้เที่ยง ต่อยอดฟิสิกส์โนเบล 2005


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2548 11:44 น.









เกลาเบอร์






คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

จอห์น ฮอลล์


(ขวา) เฮนซ ฉลองหลังทราบว่าได้รับรางวัลโนเบล


การจะทำนาฬิกาอะตอมให้เที่ยงต้องมีเลเซอร์อ้างอิงที่มีความถี่มากกว่า




ปัจจุบันเราใช้ประโยชน์จากแสงเลเซอร์กันอย่างแพร่หลาย แต่ท่านเคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่าแสงเลเซอร์นั้นต่างจากแสงไฟของหลอดนีออนหรือเปลวเทียนอย่างไร เราอาจจะไม่สนใจกับคำถามที่ดูห่างไกลปัญหาปากท้องนี้ แต่คนที่เขาคิดและตอบคำถามนี้ได้ก็รับรางวัลโนเบลฟิสิกส์ประจำปีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว
       
       
เขาคนนั้นคือรอย เกลาเบอร์ (Roy J. Glauber) ศาสตราจารย์จากภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นทฤษฎีที่นำไปสู่ทฤษฎีควอนตัมของแสง พร้อมกันนี้ราชบัณฑิตยสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดนยังได้ประกาศมอบรางวัลโนเบลฟิสิกส์ประจำปี 2005 ให้นักฟิสิกส์อีก 2 คน คือ จอห์น ฮอลล์ (John L. Hall) จากสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐหรือนิสต์ (National Institute of Standards and Technology: NIST) และประจำมหาวิทยาลัยโคโรลาโด สหรัฐฯ และธีโอดอร์ เฮนช (Theodor W. Hänsch) จากสถาบันควอนตัมฟิสิกส์แมกซ์ พลังก์ (MPQ : Max-Planck-Institut für Quantenoptik) และมหาวิทยาลัยลุดวิก-แม็กซิมิเลียนส์ (Ludwig-Maximilians-Universität) ในเยอรมนีด้วย
       
       ดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติ อาจารย์จากภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอธิบายว่ารางวัลโนเบลฟิสิกส์ปีนี้แยกเป็น 2 เรื่องคือในส่วนเกลาเบอร์นั้นเรื่องทฤษฎีควอนตัมของแสง (quantum optic) และส่วนของฮอลล์และเฮนซนั้นพัฒนาเทคนิคเพื่อใช้ศึกษาสเปกตรัมด้วยเลเซอร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการต่อยอดมาจากผลงานของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ในเรื่องปรากฏการณ์โฟโตอิเลกทริก
       
       ทฤษฎีของเกลาเบอร์เป็นการศึกษา “แสงและการวัดแสง” ด้วยภาษาของควอนตัมฟิสิกส์ ผลงานของเขาทำให้เกิดสาขาใหม่ที่เรียกว่า Quantum Optics ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ดร.อรรถกฤตอธิบายว่าทฤษฎีของเกลาเบอร์สามารถอธิบายความแตกต่างระหว่างแสงเลเซอร์กับแสงเทียน ซึ่งเลเซอร์นั้นเป็นแสง “โคฮีเรนซ์” (Coherence) หรือ “แสงอาพันธ์” คือเป็นคลื่นที่มีความถี่และเฟสเดียวกัน ส่วนแสงเทียนนั้นปล่อยคลื่นหลายเฟสและหลายความถี่ โดยก่อนหน้านี้ไม่มีทฤษฎีที่สามารถอธิบายได้
       

       “ถ้าเราลองจินตนาการว่าแสงเป็นคลื่นในลักษณะกระเพื่อมขึ้นลง นั่นคือมียอดคลื่นและท้องคลื่น ‘โคฮีเรนซ์’ หมายถึงการที่ยอดคลื่นหรือท้องคลื่นของคลื่นแสงต่างๆ ในลำแสงเดียวกันต่างเรียงเป็นแนวเดียวกันหมด นั่นคือพวกมันมีเฟสเดียวกัน (inphase) ขณะที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยความถี่หรือความยาวคลื่นเท่ากัน”
       

       ทั้งนี้ผลจากการค้นคว้าของเขา ยังนำสู่การเข้าใจธรรมชาติของแสงได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ทฤษฎีของเกลาเบอร์ยังมีส่วนในการพัฒนาการเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเช่น เข้ารหัสทางควอนตัม (quantum cryptography) ที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูล เช่นในระบบอินเทอร์เน็ตหรือบัตรเครดิต เป็นต้น โดยมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเครื่องนับจำนวนโฟตอนหรืออนุภาคแสงได้ทีละตัวที่เรียกว่า “Single photon detector”
       

       “ในอีกแง่หนึ่งผลงานของเกลาเบอร์ทำให้เราเข้าใจเรื่องสัญญาณรบกวนที่เป็นผลจากควอนตัมฟิสิกส์ โดยในทางกลศาสตร์ควอนตัมนั้นการวัดแสงจะเกิดความไม่แน่นอนหรือความคลาดเคลื่อนอันเป็นผลจากหลักความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์ก (Heisenberg’s Uncertainty Principle) ซึ่งจะเป็นขีดจำกัดของการวัดสัญญาณที่ต้องการความละเอียดสูงๆ แต่ในปัจจุบันนักฟิสิกส์สามารถจะบีบสัญญาณแสงให้อยู่ในสถานะที่เรียกว่า squeezed light"
       
       “ทำให้เราสามารถข้ามขีดจำกัดดังกล่าวไปได้ ทั้งนี้สถานะ “squeezed state” ของแสงยังคงเป็นไปตามหลักความไม่แน่นอน แต่เราจะสามารถที่เลือกวัดขนาดอำพน (แอมปลิจูด) หรือเลือกวัดเฟสของคลื่นอย่างใดอย่างหนึ่งได้แม่นยำมากขึ้น และเมื่อเราเข้าใจควอนตัมของแสงเราจะสามารถบีบแสงให้เล็กลงได้ซึ่งนำไปสู่การประยุกต์และศึกษาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้อีกมาก”
       
       ด้าน ดร.ศรันย์ สัมฤทธิ์เดชขจร นักวิจัยอิเล็กโตรออปติกส์ จากศูนย์เทคโนโลยีอิเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2547 อธิบายงานของฮอลล์และเฮนซว่าทั้ง 2 ศึกษาเรื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโดยแสงเลเซอร์มาใช้ทำให้การวัดคลื่นความถี่มีความละเอียดสูงมากขึ้น รวมถึงเทคนิค “หวีความถี่” (optical frequency comp technique) ซึ่งจะใช้แสงที่ถูกปล่อยออกมาในช่วงเวลาสั้นๆ หลายๆ พัลส์ ซึ่งพวกเขาสามารถผลิตแสงเลเซอร์ออกมาในช่วงเวลาที่สั้นถึง 10-12 วินาที ทำให้สามารถนำไปวัดอะไรก็ได้ รวมถึงใช้เป็นตัวอ้างอิงในการทำนาฬิกาอะตอมด้วย
       
       “ลองนึกถึงหวีที่จะเป็นซี่ๆ แต่ละซี่ก็คือ 1 ความถี่ของคลื่นแสง หรืออาจจะมองว่าเป็นช่วงของเวลาก็ได้ โดยซี่ที่ 1 คือ 1 วินาที ซี่ที่ 2 คือวินาทีที่ 2 ถัดมาและซี่ที่ 3 ก็คือวินาทีที่ 3 ถัดมาเรื่อยๆ ซึ่งการปล่อยแสงในช่วงเวลาที่สั้นมากๆ เช่น 10 -12 วินาทีหรือมีความถี่ 1012 เฮริตซ์ ทำให้เราวัดอะไรได้หลายอย่าง เช่น วัดคลื่นมือถือซึ่งมีความถี่ 1.9 GHz เพราะคลื่นมือถือมีช่วงการปล่อยที่ยาวกว่า”
       
       หลายคนอาจจะสงสัยว่าเทคนิคดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้คือใช้เป็นความถี่อ้างอิงสำหรับทำนาฬิกาอะตอมซึ่งอาศัยการสั่นของอนุภาคที่มีความถี่หลายล้านครั้งต่อวินาที ความคลาดเคลื่อนจึงอยู่ในระดับเศษเสี้ยวนับล้านของวินาที และการที่แสงเลเซอร์ซึ่งนักฟิสิกส์โนเบลทั้งสองสามารถพัฒนาให้มีความถี่นับล้านล้านครั้งต่อวินาที (10 12 เฮริตซ์) จึงใช้เป็นความถี่สร้างอ้างอิงสำหรับสร้างนาฬิกาอะตอมให้มีความแม่นยำมากขึ้นได้
       

       นอกจากนี้ ดร.ศรันย์เล่าเกร็ดว่าทั้ง 3 คนคือเกลาเบอร์ ฮอลล์และเฮนซไม่เพียงศึกษาเกี่ยวกับเรื่องแสงอาพันธ์เท่านั้น พวกเขายังศึกษาเรื่องการทำอะตอมให้เย็นด้วยเลเซอร์อีกด้วย ซึ่งในปี 1997 ผู้ที่สามารถให้อะตอมเย็นลงก็ได้รับรางวัลโนเบล ต่อมาในปี 2000 มีนักฟิสิกส์สามารถให้อะตอมเย็นลงถึง 10 -9 K และก็ได้รับรางโนเบลเช่นกัน ทั้งนี้ตามทฤษฎีที่ไอน์สไตน์ทำร่วมกับสัตเยนทรานาถ โบส (Satyendranath Bose) นักฟิสิกส์ชาวอินเดีย เมื่ออะตอมเย็นถึงอุณภูมิดังกล่าวอะตอมทั้งหมดจะมาอยู่รวมกันจนบอกไม่ได้ว่ากี่อะตอม
       
       ดร.ศรันย์อธิบายว่าโดยปกติอะตอมจะสั่นอยู่ตลอดเวลาซึ่งหากทำให้อะตอมอยู่นิ่งได้อุณหภูมิก็จะลดลง การลดอุณหภูมิของเลเซอร์จึงทำได้โดยการยิงอนุภาคที่มีขนาดเล็กระดับอะตอมเข้าไปชนในทิศทางตรงข้าม และการยิงแสงเลเซอร์ซึ่งประพฤติตัวเป็นโฟตอนได้ชนกับอะตอมหลายๆ ชุด จะทำให้อะตอมช้าลงและหยุดนิ่งในที่สุด และปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถทำอะตอมให้เย็นได้ถึง 450 x 10-12 K ส่วนการจะวัดว่าอะตอมเย็นแค่ไหนก็จะมีการคำนวณทางทฤษฎีเทียบกับขนาดของอะตอมอีกที
ทีมา http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9480000136915


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 ส.ค. 2551 (16:52)


จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1422 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ต.ค. 2551 (19:04)

ยังมี GLAST(ตอนนี้เปลี่ยนชื่อแล้ว )กับ Swift ที่ขึ้นไปศึกษา GBR อีกนะคับ


Gravitivist เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 41 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 58 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


จ้อ
(อรรถกฤต ฉัตรภูติ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 23,644 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,422 ครั้ง
ได้รับดาว 250 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน

รวบรวมสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับฟิสิกส์และจักรวาล [10,648]
วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ Extra-dimensions : มิติพิศวงของคนรักฟิสิกส์ [8,748]
ปริมาตร และ พื้นที่ผิวของทรงกลมใน n มิติ [4,132]
ข่าวกิจกรรมเยาวชน ของวิชาการดอทคอม [3,842]
"ทอถักจักรวาล" เปิดจินตนาการความคิด พิชิตปริศนาเร้นลับแห่งเอกภพ [3,054]
‘ทอถักจักรวาล’ ด้วยเชือกเส้นเดียว [2,737]


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.