วิชาการดอทคอม ptt logo

การประกันคุณภาพการศึกษา

การประกันคุณภาพการศึกษา นวัตกรรมใหม่ของการศึกษาไทย
ผู้เขียน: krujinda ชมแล้ว: 34,732 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 22 May 2008, 9:11 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 22 May 2008, 9:38 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - บทความงานประกันคุณภาพ

การประกันคุณภาพการศึกษา : นวัตกรรมใหม่ของการปฏิรูปการศึกษาไทย

 

จินดา  ตาทิพย์



การปฏิรูปการศึกษาตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช  ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๒ มีเป้าหมายหลัก คือ การพัฒนาคนไทยทั้งมวลให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น  ได้อย่างมีความสุข ให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ให้ทุกส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยมีการดำเนินงานด้านกฎหมาย  การกำหนดนโยบายและแผน รวมทั้งการนำแผนไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย ให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และพบว่าคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานในปัจจุบัน  อยู่ในบรรยากาศที่จำเป็นต้องเร่งรัด พัฒนา ปรับปรุงแก้ไข ทบทวนกลวิธี และค้นหา นวัตกรรมเพื่อการนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อให้คนไทยได้มีการศึกษาที่ทันต่อโลกของกระแสโลกาภิวัฒน์ ซึ่งสังคมโลกของเรา มีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว  และมีการแข่งขันกันทุก ๆ ด้านสูงมาก ตลอดเวลา ประชาชนคนไทยจำเป็นที่จะต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเพียงพอเท่านั้น จึงจะสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างสมดุล กระทรวงศึกษาธิการจึงได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญต่อการศึกษาโดยการปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง

การประกันคุณภาพที่ได้นำมาใช้เพื่อการพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาของไทย  ให้มีคุณภาพคือ เป็นระบบการบริหารจัดการที่กำกับขบวนการดำเนินงาน (การผลิต การบริการ) เพื่อให้เกิดความมั่นใจและรับรองได้ว่าว่าผล และ/หรือ ผลลัพธ์จากการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายและจุดประสงค์ที่กำหนดไว้   การประกันคุณภาพการศึกษา เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งก็คือผู้ปกครอง นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไปว่า ผู้จบการศึกษาจากสถานศึกษานั้น ๆ จะมีคุณภาพตามที่ต้องการ  ซึ่งความหมายของ “คุณภาพ” ก็คือ วิธีการปฏิบัติที่มีมาตรฐานในกระบวนการผลิตนักเรียน นิสิต นักศึกษา ให้ได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจและทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ต้องการและความพึงพอใจของผู้รับบริการให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้วางข้อกำหนดและมาตรฐานไว้

          จากการที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. ๒๕๔๒ หมวด ๖ มาตรา ๔๘

ได้กำหนดให้สถานศึกษาทุกระดับต้องจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยให้ถือว่าการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง   และมาตรา ๔๙   กำหนดให้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)  พัฒนาผลการจัดการศึกษาเพื่อเป็นการตรวจสอบคุณภาพการศึกษา   โดยทำการประเมินคุณภาพของสถานศึกษาอย่างน้อย  ๑ ครั้งในทุก ๕ ปี ดังนั้นจากปีที่ผ่านๆ มา  สมศ.  จึงได้กำหนดมาตรฐานการศึกษา  แบ่งเป็นมาตรฐานด้านผู้เรียน มาตรฐานด้านกระบวนการ และมาตรฐานด้านปัจจัย  เพื่อเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในระดับการศึกษาต่าง ๆและใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินภายนอกเพื่อรับรองคุณภาพ


           เฉลิม  ฟักอ่อน (ออนไลน์).แหล่งที่มา http://www.nitest.comได้นำเสนอแนวคิดการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา  ว่าในการประเมินรอบแรกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๓ ให้  สมศ. ประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, ๒๕๔๓)  ดังนั้น สถานศึกษาที่จัดการศึกษาจึงต้องดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างกระตือรือร้น และเข้มแข็ง ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาดังกล่าวทุกระดับทุกสังกัด  จึงพัฒนาแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาดังกล่าว  ซึ่งก็ถือได้ว่า เรื่องของการดำเนินการ การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับที่จะใช้ในการพัฒนาการศึกษาของชาติต่อไป


          ในการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ตลอดจนการเตรียมการรับการประเมินคุณภาพการศึกษาจากองค์กรภายนอก (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ.) สถานศึกษาแต่ละแห่งจึงมีแนวทางในการดำเนินงานในการประกันคุณภาพด้วยกระบวนการพัฒนาที่เหมาะสมกับสถานศึกษา เช่นยึดหลักการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพตามวงจรของ เดมมิ่ง อันได้แก่ การวางแผน (Plan) การปฏิบัติตามแผน (Do) การตรวจสอบหรือประเมินผลการปฏิบัติงาน (Check) และการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนา (Action)


มหาวิทยาลัยสยาม (ออนไลน์).แหล่งที่มา.http://cs.siam.edu/qa/fundamental นำเสนอความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา ด้านความแตกต่างของระบบการประกันคุณภาพภายในและการประกันคุณคุณภาพภายนอกว่า  การประกันคุณภาพภายในและภายนอก โดยทั่วไปแล้วมีความคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะในเรื่องของจุดมุ่งหมายที่ต้องการของสถาบันการศึกษาดำเนินการตามภารกิจหลักอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งกระบวนการดำเนินการประกันคุณภาพ  แต่การประกันคุณภาพภายในและภายนอก  ก็ยังมีความแตกต่างในบางประเด็น ดังต่อไปนี้เช่น


          )    การประกันคุณภาพภายใน  สถาบัน/หน่วยงานจะเป็นผู้ดำเนินการประเมินตนเอง และจัดทำรายงานการประเมินตนเอง เสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดย ต้องประเมินตนเองทุกปี ซึ่งต่างจากการประกันคุณภาพภายนอก  ที่สถาบัน/หน่วยงาน ต้องรับการประเมินคุณภาพจากหน่วยงานภายนอกซึ่งก็คือ สมศ.


          ๒.  การประกันคุณภาพภายใน  สถาบัน/หน่วยงานสามารถนำองค์ประกอบหลักในการดำเนินงาน ของสำนักงานคณะกรรมการการที่สถาบันนั้นสังกัดหรือระบบประกันคุณภาพระบบอื่น  เช่น ISO (International Organization for Standardization), TQM (Total Quality Management), The Malcolm Baldrige National Quality Award, CIPP (Context, Input, Process, Product)  มาใช้เพื่อควบคุมคุณภาพของสถาบัน/หน่วยงานที่จัดการศึกษา  โดยให้ครอบคลุมภารกิจหลักของสถาบัน/หน่วยงาน ซึ่งสถาบัน/หน่วยงานสามารถกำหนดตัวบ่งชี้ที่ใช้ในการประเมินตนเองได้โดยอิสระ ตามหลักการให้เสรีภาพทางวิชาการ (Academic Freedom)  และความมีอิสระในการดำเนินการของสถาบัน  (Institutional Autonomy)  เพื่อความมีคุณภาพภายในสถาบันอย่างเต็มที่  ทั้งนี้ สถาบันการศึกษาแต่ละระดับต้องพร้อมที่จะรับการตรวจสอบคุณภาพการศึกษาจากภายนอกตามหลักการของความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ (Accountability) 

          ประเวช  เวชชะ (เอกสารประกอบการเรียน.๒๕๕๑ : ๑) เสนอแนวคิดการพัฒนาคุณภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการพัฒนาสถานศึกษาว่า  การพัฒนาคุณภาพมิใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นการสั่งสมวิธีการคิดของนักปฏิบัติในด้านต่าง ๆ บางครั้งการคิดเหล่านั้นอาจจะมิได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพโดยตรง เป็นความคิดโดยเอกเทศ แต่ก็สอดคล้องกับแนวคิดหลักของการพัฒนาคุณภาพในปัจจุบัน

          ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องของการประกันคุณภาพการศึกษา  เป็นเรื่องที่สถาบันการศึกษา  สนใจนำมาปฎิบัติกันมาเป็นทศวรรษแล้ว แต่กระนั้นก็ยังมีครู อาจารย์

จำนวนมากที่ไม่เข้าใจความหมาย แนวคิดที่แท้จริงของการประกันคุณภาพการศึกษา

รัตนา ประเสริฐสม  (ออนไลน์).แหล่งที่มา : http://dusithost.dusit.ac.th/  

เรียบเรียงเกี่ยวกับเรื่อง การประกันคุณภาพที่นำมาสู่การจัดการคุณภาพการศึกษาทั่วทั้งองค์กร (Total Quality Management : TQM ) ที่สถาบันการศึกษาหลายแห่งใช้เป็นหลักในการประกันคุณภาพการศึกษาดังนี้

การประกันคุณภาพ (Quality Assurance : QA) เป็นกระบวนการวิชาการเชิงระบบที่ระบุลักษณะความต้องการของตลาดและทำงานให้ตรงตามความต้องการนั้น ขณะเดียวกันองค์กรอาจจะพัฒนาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานของตน แต่โดยทั่วไปมักจะรับเอามาตรฐานสากลที่องค์กรต่างๆยอมรับว่าเป็นระบบคุณภาพ ดังเช่น BS๕๗๕๐ หรือที่เรารู้ว่า ISO๙๐๐๐ เป็นต้น

ISO๙๐๐๐ เป็นระบบที่ออกแบบสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม แต่ก็มีผู้พยายาม หาวิธีประยุกต์  ISO๙๐๐๐  มาใช้ในการฝึกอบรมและการจัดการศึกษา ปรับให้เหมาะกับครู

และผู้เรียน โดยให้สอดคล้องกันกับมาตรฐานวิชาชีพที่พัฒนามาเป็นเวลานานเช่นกัน

การประกันคุณภาพเป็นระบบบริหารการจัดการ   โดยทั่วไปเมื่อกล่าวคำว่า  ประกันคุณภาพ

มักจะให้ความรู้สึกลึกลับ หรือให้ความรู้สึกว่าจะต้องใช้ทักษะที่ยุ่งยากซับซ้อนจึงจะถึงจุดหมายได้  แท้ที่จริงแล้ว การประกันคุณภาพเกิดขึ้นในวงธุระกิจที่ต้องการที่จะรักษาภาพลักษณ์ของตนเองให้คงอยู่ตลอดไป  การประกันคุณภาพเป็นเรื่องธรรมดาที่คนทั่วไปสามารถบริหารได้ การประกันคุณภาพเป็นเรื่องง่าย  ช่วยให้การทำงานได้อย่างราบรื่น และก้าวหน้าไปพร้อมๆกันได้อย่างเหมาะสม เป็นเรื่องของการทำงานในชีวิตประจำวัน

กล่าวโดยสาระสำคัญการประกันคุณภาพ เป็นวิธีการทำงานในองค์กรที่มั่นใจได้ว่า

. พันธกิจและจุดมุ่งหมายขององค์กรมีความชัดเจน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนรู้

. ระบบของการทำงานให้สำเร็จ  ได้คิดไว้แล้ว  ได้รับพิสูจน์ทุกคนรับรู้

. ทุกคนมีความชัดเจนว่าใครรับผิดชอบเรื่องอะไร

. สิ่งที่องค์การกำหนดว่าคุณภาพนั้นต้องมีความชัดเจนมีเอกสารแสดง

. มีระบบการตรวจสอบว่างานทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้

. หากมีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนว่าจะทำให้ถูกต้องได้อย่างไร


การประกันคุณภาพ  มีความหมายแตกต่างจากการควบคุมคุณภาพ  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันมาช้านานและรู้จักกันอย่างกว้างขวาง   การควบคุมคุณภาพเป็นวิธีการตรวจสอบและคัดงานที่บกพร่องออก ซึ่งบางครั้งอาจใช้วิธีทางสถิติเข้าช่วย   ส่วนในการฝึกอบรมและการจัดการศึกษา มีการวัดผลด้วยการสอบ  หากใครไม่สามารถผ่านเกณฑ์ได้จะสอบตกหรือถูกคัดออก  แต่ในการประกันคุณภาพจะให้ความสำคัญในการป้องกัน ดังคำกล่าวที่ว่า การประกันคุณภาพ หมายถึง การทำสิ่งที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรกเพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ไม่ใช่มาทำให้ถูกต้องในภายหลัง  การประกันคุณภาพ (QA)  ยังแตกต่างไปจากการบริหารจัดการคุณภาพทั่วทั้งองค์กร (TQM) ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการแข่งขันกันในตลาดระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา  ตลาดความต้องการคุณภาพและความเชื่อถือในราคาที่ยุติธรรม  ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันดีในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังจะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมทั้งสองประเภทนี้มีผลผลิตที่มีคุณภาพมากกว่าที่เคยผลิตเมื่อ ๑๐ – ๒๐ ปีที่แล้วในวงการฝึกอบรมและการจัดการศึกษาในอดีตที่ผ่านมา ไม่มีความกดดันให้ต้องแข่งขันเหมือนในวงการอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันมีการแข่งขันกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสื่อที่ทันสมัยเข้ามาช่วยให้ลูกค้าหรือผู้เรียนมีความจำเป็นต้องกลับไปเรียน  หรือฝึกหัด

ในสถาบันการศึกษาน้อยลงทุกที  สถาบันการศึกษาที่จัดการฝึกอบรมหรือจัดการศึกษา จึงต้องตระหนักว่า  ต้องพบการแข่งขันทั้งทางด้านคุณภาพและราคา   สถานการณ์ เช่นนี้ต้องใช้การบริหารจัดการคุณภาพทั่วทั้งองค์กรหรือที่เรียกว่า TQM

TQM   มีสมมุติฐานว่า การจัดการฝึกอบรมและการจัดการศึกษาจะคงอยู่ได้ถ้าพิสูจน์

ให้เห็นว่ามีทั้งคุณภาพและราคา   ความคิดนี้มิใช่ความคิดใหม่ในวงการอุตสาหกรรม แต่เพิ่ง

มีการนำมาใช้การฝึกอบรมและการจัดการศึกษา เราคงจะเคยได้ยินว่า ครูบางคนขอทรัพยากรสนับสนุนเพื่อจะให้เกิดคุณภาพ แต่ TQM จะเป็นการพิสูจน์คุณภาพ โดยใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดที่จะสามารถแข่งขันได้  องค์กรจะเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่มีคุณภาพน้อยลงด้วยการทำสิ่งที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรก  เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง QA และ TQM สิ่งที่สำคัญก็คือ TQM คิดถึงค่าลงทุนเพื่อสร้างคุณภาพและถือว่าเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญ  เงินลงทุนจะต้องลดลงแต่เพิ่มคุณภาพด้วยการป้องกันปัญหา มีการตรวจสอบน้อยลง และทำงานเสียหรือต้องกลับมาทำใหม่ต้องลดลง โดยรวมก็ถือว่ามีคุณภาพที่ดีกว่าแต่ราคาลดลง ส่วน QA ไม่คิดค่าลงทุนดังกล่าวความแตกต่างระหว่าง QA และTQM อาจสรุปได้ดังนี้


QA เป็นระบบพื้นฐานของการบริหารจัดการ มีสาระสำคัญคือ

. มีการกำหนดพันธกิจ

. มีลำดับขั้นการทำงาน

. มีระบบการตรวจสอบเพื่อดูว่าเป็นไปตามลำดับขั้นการทำงานหรือไม่

. มีระบบการแก้ไขเพื่อให้ทำงานได้ถูกต้อง

. มีการทบทวน มีการนิเทศเพื่อพัฒนาระบบ

 

พื้นฐานความคิดของระบบ QA

. มาตรฐานคุณภาพได้จากความต้องการของลูกค้า

. งานจะสำเร็จได้ ถ้าทุกคนช่วยกันกำหนดระบบการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและเขียนกระบวนการทำงาน ระบบประกันคุณภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกคนทำตามข้อตกลง


TQM มีลักษณะที่สำคัญคือ

. ผู้ร่วมงานทุกคนพอใจที่จะพยายามพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

. ทีมงานตรวจสอบคุณภาพการทำงานของตน

. กลุ่มย่อยของหน่วยงาน จะแก้ปัญหาทันที่ที่พบ

. วิธีการทำงานอาจปรับได้ ถ้ากลุ่มการทำงานพบวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่า เพื่อให้ได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น


พื้นฐานความคิดของ TQM

. มาตรฐานคุณภาพ ควรปรับปรุงตามกาลเวลา

. มาตรฐานต้องเป็นสิ่งที่ดีกว่า

. ทุกคนสามารถบอกปัญหาและมีส่วนช่วยคิดแก้ปัญหา

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการเลือกใช้ QA หรือTQM มาประยุกต์ใช้ในการประกันคุณภาพการศึกษา จะเห็นผลไม่แตกต่างกัน แต่ TQM เป็นระบบที่สามารถนำมาปรับใช้กับการประกันคุณภาพการศึกษาได้อย่างเหมาะสมกว่า โดยที่ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพขององค์กร


หลักของ TQM ที่นำมาใช้ในการประกันคุณภาพการศึกษา มีดังนี้

. เน้นความต้องการของผู้เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

. เน้นผลผลิต ได้แก่คุณภาพของบัณฑิตและผลงานตามพันธกิจ

. เน้นกลยุทธ์ มีการกำหนดมาตรการในการทำงาน

. เน้นกระบวนการ

. เน้นแหล่ง

. เน้นการทำงานเป็น. เน้นบทบาทของผู้บริหารในการบริหารจัดการ

. เน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

. มีการเปรียบเทียบสมรรถนะ


การประกันคุณภาพการศึกษาด้วยการบริหารการจัดการทั่วไป จะต้องเป็นไปตามหลักการของการประกันคุณภาพ ซึ่งก็มีความสอดคล้องกับหลักการบริหารคุณภาพทั้ง ๑๔ ข้อ ของเดมมิ่ง (Deming Cycle) ซึ่งสรุปได้ดังนี้

. มีความโปร่งใส (Transparency)ทุกคนต้องการกำหนดภาระงาน

(Job Description)

. ตรวจสอบได้  (Accountability)

. สร้างวัฒนธรรมคุณภาพ (Quality Culture) เริ่มจากง่ายๆที่คนยอมรับและเพิ่มไปเรื่อยๆและทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

. เป็นคุณภาพของตนเอง (Preventive Quality) จัดระบบเพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น

. เน้นกระบวนการเรียนรู้ (Learning Process) เรียนรู้เพื่อพัฒนา

. ทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีที่สุด (Do the Best the Less)

. มีการปรับปรุงและพัฒนา (Improvement and Development)ทำให้คุณภาพสูงขึ้นตามลำดับ

. เป็นข้อมูลเข้าสู่สังคมได้ (Public Information) 


เมื่อมีหลักการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาแล้ว สถาบันการศึกษา ต้องนำหลักการมาวางระบบการทำงานให้มีคุณภาพ ขณะเดียวกันต้องเตรียมการเพื่อตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาด้วย   ในการวางระบบการทำงาน เพื่อการตรวจสอบการประเมินจะมีการนำทฤษฏีเข้ามาใช้มาก  ซึ่งส่วนมากนิยมใช้ CIPP Model ( Context Input Process Output Model) เป็นแนวทางและกำหนดองค์ประกอบหรือมาตรฐานในการทำงานไว้เป็นกรอบคุณภาพ การประกันคุณภาพเป็นระบบการบริหารจัดการที่วงการอุตสาหกรรมนำมาใช้ เพื่อลดต้นทุน ในการผลิตสินค้าได้คุณภาพที่ดี ตรงกับความต้องการของลูกค้า  สามารถแข่งขันในตลาดได้ ส่วนในวงการฝึกอบรมและการจัดการศึกษา  จะมีการพัฒนามาตามลำดับามลักษณะวิชาชีพ  จนเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น มีการแข่งขันกันสูงขึ้น สถาบันการศึกษาทุกระดับมีความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ จึงมีการนำเอาแนวคิดเรื่องของการประกันคุณภาพมาใช้ในสถาบันการศึกษา แต่ด้วยเหตุผลที่สถาบันทางการศึกษาเป็นองค์การที่มีความรู้เกี่ยวข้องด้วยหลายฝ่าย  มีระบบการทำงานที่ต้องประสานงานกัน  เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน จึงมีความเหมาะสมที่จะนำวิธีการบริหารจัดการคุณภาพทั่วทั้งองค์กรมาใช้ในการดำเนินงานประกันคุณภาพทางการศึกษา เพื่อให้สามารถควบคุมตรวจสอบได้และมีผลให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสูงขึ้นตามลำดับ  แต่การประกันคุณภาพทางการศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน  ดังนั้น ครู อาจารย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ  เรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาและมีความสามารถทำงานของตนได้


          สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวที่มีต่อระบบการประกันคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาไทยตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒  อันเป็นผลให้หน่วยงาน สถานศึกษาทุกแห่ง ทุกระดับต้องจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งภายในและการประกันคุณภาพภายนอก ดังที่ได้อ้างบทความและข้อเขียนของผู้รู้ ผู้มีความชำนาญ และความเชี่ยวชาญในงานประกันคุณภาพหลาย ๆ ท่าน อย่างไรก็ตามงานประกันคุณภาพ ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการที่จะพัฒนาการศึกษาของชาติให้มีคุณภาพตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ  ที่ต้องการปฏิรูประบบการศึกษาไทยให้พัฒนา ก้าวทันต่อสังคมโลกและความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการศึกษาหรือจะเรียกได้ว่าแทบทุกด้าน   สำหรับข้อดีของการประกันคุณภาพการศึกษาพอจะวิเคราะห์ตามประเด็นต่าง ๆได้ดังนี้


. ทำให้มีการกระบวนการตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึ




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






krujinda
(Mr.jinda)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,444 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 52 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน