วิชาการดอทคอม ptt logo

ป้องกันอันตรายจากแสงแดดก่อนสายเกินไป

หน้าร้อนอย่างนี้คุณคงจะเริ่มเตรียมตัวหาวิธีดับความร้อนกันบ้างแล้วใช่ไหม แต่ละคนก็คงจะมีวิธีดับความร้อนที่แตกต่างกันไป แต่เหนือสิ่งใดนั่นก็คือ ควรระวังอันตรายที่จะเกิดจากแสงแดดไว้ได้ด้วย รังสีในแสงแดดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจน และอีลาสตินใน
ผู้เขียน: NinaNokBaby ชมแล้ว: 164,924 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 23 May 2008, 1:33 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 23 May 2008, 3:54 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 4 - โรคพิษสุนัขบ้าอันตรายจากสัตว์ใกล้ตัว

โรคพิษสุนัขบ้า อันตรายจากสัตว์ใกล้ตัว




              เมื่อพูดถึง “โรคพิษสุนัขบ้า” เชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าไม่ใช้มรเฉพาะในสุนัขเท่านั้น ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดก็มีเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า ซึ่งมีทั้งชนิดที่คนเลี้ยงไว้ใกล้ชิดและเป็นสัตว์ป่าที่อยู่ตามธรรมชาติ 
สัตว์ที่คนเลี้ยงไว้ใกล้ตัว เช่น สุนัข แมว กระรอก
สัตว์ป่าที่อยู่ตามธรรมชาติ เช่น ค้างคาว ชะมด หนู
ในเมืองไทยมีคนเสียชีวิตจากการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าทุกฤดูกาล ที่ผ่านมาลูกสุนัขอายุต่ำกว่า ๓ เดือนสามารถทำให้คนเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าหลายราย 
นอกจากนี้แมวซึ่งเป็นสัตว์ใกล้ชิดกับคนไม่น้อยไปกว่าสุนัขก็นำเชื้อพิษสุนัขบ้าเข้าสู่ร่างกายเจ้าของที่เลี้ยงแมวเอง
              ลักษณะของบาดแผลที่ถูกสุนัขกัดหรือแมวข่วนมีหลายแบบ เช่น แผลลึกมีเลือดออก แผลผิวหนังขาด แผลถลอกและ/หรือข่วนมีเลือดออก
              ตำแหน่งของบาดแผล เช่น นิ้วมือ ข้อมือ ฝ่ามือ คาง ปาก จมูก แก้ม แขน ลำตัว หน้าอก ข้อเท้า ฝ่าเท้า น่อง เข่า สะโพก
พบว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่ถูกต้องหลังจากถูกกัด และ/หรือสัมผัสเชื้อ คือ
              ๑.  ไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของโรคพิษสุนัขบ้า
              ๒.  เข้าใจว่าลูกสุนัขหรือลูกแมว และ/หรือสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆ ไม่สามารถเป็นพาหะโรคพิษสุนัขบ้า
              การตระหนักถึงภยันอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงระมัดระวังอันตรายจากสัตว์เลี้ยงใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ตาม เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
              ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระวัฒน์  เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า จากศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กรุณาให้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า ด้วยตะหนักว่าการเรียนรู้และทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า คือหนทางป้องกันอันตรายและการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

“โรคพิษสุนัขบ้า” ทำไมบางคนเรียก “โรคกลัวน้ำ”
              เหตุผลที่เรียกโรคกลัวน้ำเพราะว่า ผู้ป่วย หรือแม้กระทั่งสุนัขที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ในบางรายมีอาการกลัวน้ำและ/หรือกลัวลม
              อย่างไรก็ตาม การที่เราเชื้อว่าคนที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าดังกล่าวจะต้องกลัวน้ำ อาจจะไม่ใช่เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งนี้เพราะว่าโรคพิษสุนัขบ้ามีกลุ่มอาการได้ ๓ แบบด้วยกัน
             ๑.  แบบเอะอะอาละวาด
  ผู้ป่วยจะมีอาการกลัวน้ำหรือกลัวลม
             ๒.  ผู้ป่วยที่มีอาการอัมพาต แขน ขาอ่อนแรง โดยจะพบว่ามีอาการกลัวน้ำหรือกลัวลมได้เพียงร้อยละ ๕๐ ของผู้ป่วยเท่านั้น
             ๓.  ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเฉพาะตัวแบบที่ ๑ และแบบที่ ๒
              ผู้ป่วยแบบนี้เป็นผู้ป่วยที่น่ากลัวที่สุดมีลักษณะอาการคล้ายๆ กับผู้ป่วยที่มีโรคสมองอักเสบทั่วๆ ไป ก็คือมีอาการไม่รู้สึกตัว โคม่าและเสียชีวิตไปโดยที่แพทย์ไม่ได้นึกถึงว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้าอาจจะเข้าในผิดคิดว่าเป็นเชื้อโรคอื่น ทำให้อุบัติการณ์ของโรคพิษสุนัขบ้าดูคล้ายลดลง
              อย่างไรก็ตาม โรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขบางครั้งบางคราวอาจจะมีลักษณะไม่เหมือนกับในคนทีเดียว กล่าวคือในสุนัขอาการกลัวน้ำอาจจะไม่เห็นเด่นชัด เพราะฉะนั้นเวลาที่ชาวบ้านทั่วๆ ไปบอกว่า ลองเอาน้ำสาดสุนัขที่ติดเชื้อโรคหรือเป็นโรคนี้ ถ้าหากมีอาการกลัวน้ำก็บอกได้ชัดเจนอาจจะไม่เป็นความจริงเนื่องจากว่าสุนัขมีอาการคล้ายคลึงกับโรคในคนเช่นเดียวกัน และในสุนัขที่เป็นโรคบางตัวเพียงแต่กินน้ำไม่ได้ แต่ไม่ได้กลัวน้ำ เพราะฉะนั้นกรณีอย่างนี้อาจจะนำมาเป็นบรรทัดฐานในการวินิจฉัยไม่ได้
 
สาเหตุโดยตรง ได้รับเชื้อจากสัตว์ชนิดใดบ้าง
              จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดแต่อย่างไรก็ตามสุนัขและแมวถือว่าเป็นสัตว์นำโรคที่สำคัญ 
ถ้าถามว่าในหนูนำโรคได้ไหม ตอบว่านำโรคได้ แต่ว่าในหนูประสิทธิภาพในการแพร่กระจายจากหนูไปสู่เพื่อนหนูในกลุ่มเดียวกันค่อนข้างน้อย คือเป็นตัวหนึ่งและมักจะเสียชีวิตเลยไม่มีการแพร่ระบาดมากนักในกลุ่มหนู

สัตว์ชนิดใดที่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าและติดต่อถึงคนโดยวิธีใดมากที่สุด
              สุนัขเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ามากที่สุดรองลงมาก็คือแมว
              การติดต่อถึงคนมากที่สุดก็คือ โดยวิธีการกัด
              ต้องเน้นอีกวิธีหนึ่งก็คือการข่วน
              การข่วนหมายความว่า ใช้เขี้ยวข่วนก็ได้ หรือว่าในกรณีของแมวก็คือใช้อุ้งเท้าที่มีเล็บข่วน
ทำไมถึงติดโรคได้ เพระแมวเขาเลียอุ้งเท้าและเล็บของตัวเอง เชื้อไวรัสที่ติดอยู่ที่เท้าหรืออุ้งเล็บยังมีชีวิตได้เพราะฉะนั้นเมื่อถูกแมวข่วนก็จะทำให้คนติดโรคจากการข่วนของแมวได้เช่นกัน
ส่วนในต่างประเทศ ในสหรัฐอเมริกา ปรากฏว่าค้างคาวกลับเป็นสัตว์ที่นำโรค ทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุด
สำหรับในประเทศไทย จากการสำรวจของศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมองซึ่งมีสัตวแพทย์บุญเลิศ ล้ำเลิศเดชา และมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านค้างคาวจากรมป่าไม้และกรมปศุสัตว์ ได้สำรวจพบว่า ในค้างคาวไทยก็มีเชื้อโรคอยู่ในกลุ่มของไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าเช่นเดียวกัน แต่ว่าเป็นพี่น้องกันนะครับ คือว่าไม่ใช่สายพันธุ์ Lyssa virus เบอร์ ๑ หรือ Rabies เราเรียกว่า Lisa Virus แต่ก็ทำให้เกิดอาการในคน หรือในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและก็เสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน

การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า มักพบมากในช่วงฤดูกาลใดของปี
              ต้องขอย้ำว่า การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้านี้จริงๆ แล้วระบาดได้ทุกฤดูกาลและทุกเดือน ไม่เฉพาะแต่ในหน้าร้อยเท่านั้น
              การประชาสัมพันธ์ให้ระวังในหน้าร้อน อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงการผสมพันธุ์ของสุนัข มักจะเกิดอยู่ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เพราะฉะนั้นในช่วงที่มีการผสมพันธุ์กันนั้นสุนัขก็จะมีการตอสู้แย่งชิง แสดงความเป็นผู้ชายของสุนัข ก็เป็นการแพร่ระบาดของโรค และหลังจากนั้นก็จะระยะฟักตัว ซึ่งระยะฟักตัวก็คล้ายกับในคน ก็คือจะอยู่ในช่วงประมาณ ๒-๔ เดือน
              ดังนั้น บางครั้งอาจจะพบสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้าในช่วงหน้าร้อน ทั้งๆ ที่ จริงแล้วอาจจะพบได้มากกว่านั้น ทั้งนี้ฤดูติดสัตว์หรือว่าฤดูผสมพันธุ์ของสุนัขไม่ใช่มีแต่เฉพาะในเดือนตุลากคม เดือนพฤศจิกายน



ระยะเวลาการติดโรคและแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อ ใช้เวลามากน้อยแค่ไหน
ระยะฟักตัวของคนที่เป็นโรค ก็คือไม่เกิน ๑ ปี ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในช่วง ๒ เดือน 
ในบางคนพบว่าถูกสุนัขกัดภายใน ๕ วันเท่านั้นก็เริ่มแสดงอาการ ทั้งนี้เพราะถูกสุนัขกันเป็นแผลเหวอะหวะ และสุนัขกัดเข้าโดยตรงที่เส้นประสาทบริเวณไหปลาร้า หรือบริเวณเส้นประสาทใหญ่ทำให้เชื้อเข้าสู่เส้นประสาทได้เลย โดนไม่จำเป็นจะต้องมีการฝังตัวอยู่ที่แผล และมีการเติบโตก่อนที่กล้ามเนื้อ และจากกล้ามเนื้อถึงจะเข้าเส้นประสาท
              โรคจะเกิดเร็วหรือช้านั้น คือระยะฟักตัว ขึ้นอยู่กับบาดแผลว่าลึกแคไหนและแผลนั้นมีเชื้อไวรัสปะปนอยู่มากแค่ไหน และกลไกของตัวไวรัสเอง รวมทั้งบทบาทของภูมิคุ้มกันในร่างกาย
ในขณะเดียวกัน ถ้าหากกัดเข้าโดยตรงที่เส้นประสาท ก็อาจจะทำให้ระยะฟักตัวเป็นไปได้โดยเร็ว
หลังจากที่มีอาการดังกล่าวแล้ว ผู้ป่วยทุกรายจะเสียชีวิตหมดไม่ว่าอาการแสดงนั้นจะเป็นเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม เช่น มีอาการแค่คัน ปวดแผล หรือว่าปวดแขน ขาบริเวณที่ถูกกัด หรือว่ามีไข้มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หลังจากที่มีอาการดังกล่าว ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมีทุกอย่าง ผู้ป่วยมักเสียชีวิตภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑๔ วัน
โดยกลุ่มอาการเอะอะอาละวาดจะเสียชีวิตเร็วในเวลาเฉลี่ยประมาณ ๕ วัน 
            ส่วนกลุ่มอาการที่ลักษณะอัมพาตแขนขาอ่อนแรง จะเสียชีวิตหลังจากที่มีอาการแสดงครั้งแรก ภายในระยะเวลาเฉลี่ย ๑๓ วัน

ถูกสัตว์ที่คาดว่ามีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจะต้องทำอะไรทันที
              สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดก็คือ ล้างด้วยน้ำประปา ล้างด้วยน้ำก๊อก แล้วใช้สบู่ธรรมดาล้างหลายๆ ครั้ง ประมาณ ๕-๖ ครั้งก็ได้
              เหตุผลที่ใช้น้ำสบู่ล้างเพราว่าตัวปลอกหุ้มไวรัสเป็นปลอกไขมัน เมื่อล้างด้วยสบู่จะทำให้ปลอกหุ้มไปมันแตกหรือละลายไป ทั้งนี้การล้างแผลดังกล่าวเป็นการช่วยทำลายเชื้อไวรัสที่มีอยู่ไปได้เป็นจำนวนมาก
              มีการศึกษาในประเทศจีนเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว พบว่าถึงแม้จะได้รับวัคซีนที่ดี และได้รับเซรุ่ม หรืออิมมูนโกลบูลินฉีดที่แผลอย่างดีก็ตาม หากล้างแผลไม่สะอาดตั้งแต่ครั้งแรก ผู้ป่วยก็ยังเสียชีวิตได้
              ในทางปฏิบัติ หลังจากล้างแผลเรียบร้อย และล้างสบู่เรียบร้อย เมื่อไปถึงสถานพยาบาล เจ้าหน้าที่ก็จะล้างแผลอีกครั้งหนึ่ง ด้วยยาฆ่าเชื้อโรคที่มีสรรพคุณในการฆ่าตัวไวรัสได้ เช่น ยาฆ่าเชื้อโรคที่มีอยู่ในกลุ่มของไอโอดีน ซึ่งปกติใช้ในการทาแผลเด็กที่หกล้มถลอกปอกเปิกทั่วไปที่ไม่แสบ และถ้าหากมีแผลเกิดขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงไม่เย็บแผล ยกเว้นแต่ที่จำเป็นจริงๆ เพราะการเย็บแผลจะทำให้เกิดผล ๒ อย่างคือ
              ๑.  อาจจะทำให้เชื้อโรคฝังตัวอยู่และแพร่กระจายตัวไปได้เรื่อยๆ
              ๒.  การเย็บแผลอาจจะทำให้มีการบาดเจ็บที่เส้นประสาทส่วนปลายในบริเวณนั้น จะยิ่งทำให้ไวรัสวิ่งเข้าเส้นประสาทได้ง่ายขึ้นไปอีก

ถ้าเคยถูกสัตว์ที่มีเชื่อโรคพิษสุนัขบ้าและไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคจนครบโปรแกรม ในร่างกายจะยังมีเชื้อหลงอยู่อีกหรือไม่
ไม่ควรมีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าตกค้างอีก ถ้าหากได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันถูกต้องครบถ้วน
ในกรณีที่แผลลึก ไม่ว่าจะเป็นแผลเดี่ยวหรือหลายแผล ไม่ว่าจะถูกกัดที่ตำแหน่งใดของร่างกาย เช่น บริเวณใบหน้า มือ ลำตัว แขน ขา หรือเท้าก็ตาม จะต้องฉีดอิมมูนโกลบูลินที่แผล แล้วก็ฉีกวัคซีน ในกรณีนี้ก็ไม่ควรจะมีเชื้อหลงเหลืออยู่
สถานที่ใดบ้างที่รับฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
              สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคได้ที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งทั่งประเทศไทย
              สถานเสาวภา สภากาชาดไทย รับฉีดวัคซีนและอิมมูนโกลบูลินป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้
  สำหรับสถานที่รับตรวจโรคพิษสุนัขบ้า มีกระจายอยู่ตามภูมิภาคทั่วประเทศไทย

วัคซีนมีผลข้างเคียงหรืออันตรายต่อคนที่ถูกฉีดอย่างไร
            วัคซีนไม่มีผลข้างเคียงหรืออันตรายใดๆ ทั้งสิ้น
             ถ้าจะมีก็จะมีบ้างเหมือนกับที่พาลูกหลานไปฉีดวัคซีนป้องกันคอตับ ไอกรน ปาดทะยัก หรือคางทูมเท่านั้นเอง และหญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนนี้ได้ ไม่มีผลต่อทารกในครรภ์ ไม่ทำให้ทารกพิการ
             การฉีดวัคซีนทั่วในเด็กและผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องลดขนาดของวัคซีนลง คือทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ใช้ปริมาณเท่ากัน

การฉีกวัคซีน จะต้องฉีดกี่ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันกี่วัน
             การฉีดวัคซีนมีอยู่ ๒ แบบ คือ แบบมาตรฐานและแบบประหยัด
   ๑.  แบบมาตรฐาน
             ฉีดเข้ากล้ามที่แขน ห้ามฉีดเข้าที่ก้น เพราะถ้าใครที่ก้นใหญ่หรือก้นอ้วนจะทำให้วัคซีนไปติดที่ไขมัน จะไม่ได้ผลต่อการป้องกันและรักษา
  การฉีดแบบมาตรฐาน เริ่มจากฉีด ๑ เข็มเข้ากล้ามที่แขน ในวันที่ ๐ ๓ ๗ ๑๔ และ ๓๐
  ๒.  แบบประหยัด
             แบบประหยัดนี้ คระแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสภากาชาดไทย ร่วมกันคิดค้นขึ้นมา และครั้งแรกที่สุดนำทีมโดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ประพันธ์  ภานุภาค และศาสตราจารย์ นายแพทย์ศุภวัฒน์  ชุติวงศ์ และมีนายแพทย์เฮนรีไวลด์ และศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระวัฒน์  เหมะจุฑา
             การฉีดวัคซีนแบบประหยัดนี้สามารถใช้วัคซีนเพียง ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ของวัคซีนแบบมาตรฐาน ทำให้ประหยัดเงินได้จำนวนมาก ซึ่งการฉีดวัคซีนแบบประหยัดโดยการฉีดเข้าในผิวหนังองค์การอนามัยโลกรับรองตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕ จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งมีวิธีการฉีดจะมีสูตรเรียกว่า ๒ (วันที่ ๐) ๒ (วันที่ ๓) ๒ (วันที่ ๗) ๐ (วันที่ ๑๔) ๑ (วันที่ ๓๐) ๑ (วันที่ ๙๐) คือ
             ฉีด ๒ จุด เข้าในผิวหนัง ในวันที่ ๐
             ฉีด ๒ จุด ในวันที่ ๓
             ฉีด ๒ จุด ในวันที่ ๗
             ไม่ฉีดเลยในวันที่ ๑๔
             ฉีดอีก ๑ จุด ในวันที่ ๓๐
             และฉีดอีก ๑ จุด ในวันที่ ๙๐
             ส่วนการฉีดอีกแบบ คือ แบบที่เสนอโดยกลุ่ม ออกเฟิร์ต คือฉีดแบบที่เรียกว่า ๘ (วันที่ ๐) ๐ (วันที่ ๓) ๔ (วันที่ ๗) ๐ (วันที่ ๑๔) ๑ (วันที่ ๓๐) ๑ (วันที่ ๙๐) วิธีการฉีดก็คือ
             ฉีด ๘ จุด ในวันที่ ๐
             ไม่ฉีดเลยในวันที่ ๓
             ฉีด ๔ จุด ในวันที่ ๗
             ไม่ฉีดเลยในวันที่ ๑๔
             ฉีดอีก ๑ จุด ในวันที่ ๓๐
             และอีก ๑ จุด ในวันที่ ๙๐
             การฉีดแบบ ๘ จุด จะค่อนข้างลำบาก และอาจจะมีความเจ็บปวดมาก
             ฉีดแบบมาตรฐานของสภากาชาดไทยค่อนข้างสะดวกมากกว่า
           ถ้าฉีดวัคซีนครั้งที่ ๑ และหยุดไปเลยกำหนดการฉีดครั้งที่ ๒ จะทำอย่างไร
             เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก
             การฉีดใน ๓ เข็มแรก คือในวันที่ ๐ ๓ และ ๗ เป็นการฉีดที่สำคัญเพราะจะกระตุ้นให้เกิดมีภูมิคุ้มกันขึ้นในวันที่ ๑๔
             ถ้าหากว่าละเลยไปใน ๓ เข็มแรกบางครั้งบางคราวภูมิคุ้มกันจะขึ้นช้า แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากละเลยไป ไม่ต้องเริ่มต้นฉีดเข็มที่หนึ่งใหม่ ถ้าหากเลยไปมากกว่านั้นอาจจะต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป และอาจจะต้องฉีดใหม่ตั้งแต่เข็มที่หนึ่งไปเลย

ค่าใช้จ่ายในการรับบริการเป็นอย่างไร
             การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐบาลค่าใช้จ่ายประมาณเข็มละ ๓๕๐ บาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณจะอยู่ที่ ๗๐๐-๒,๒๐๐ บาท
             สำหรับการฉีดอิมมูนโกลบูลินในสถานบริการของรัฐบาลจะเสียค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ ๒,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท

ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ทำอย่างไร
             โรคพิษสุนัขบ้าเกิดได้จากโรคแพร่กระจายอยู่ในสุนัขเป็นส่วนใหญ่
             ขณะที่ประชากรสุนัขเพิ่มขึ้นจากสถิติที่เคยประเมินไว้ ว่ามี ๖ ล้านตัว (แมวประมาณ ๑ ล้านตัว) จริงๆ แล้วพบว่าเป็นไปไม่ได้ ควรจะมีตั้งแต่ ๑๐ ล้านตัวขึ้นไปทั่วประเทศ
             ทำไมถึงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าทางการปศุสัตว์ และกระทรวงสาธารณสุขเคยพยายามที่จะฉีดวัคซีนให้ได้ถึงร้อยละ ๗๐ ของสุนัข ๖ ล้านตัวทั่วประเทศ ซึ่งมาจากประมาณการที่ว่า ถ้าฉีดได้ถึงร้อยละ ๖๐ ร้อยละ ๗๐ ของประชากรสุนัขทั่วประเทศ จะต้องไม่มีสุนัขบ้าอีกเลย
             หมายความว่าสุนัขตัวไหนที่เป็นบ้ากัดตัวอื่น ตัวอื่นก็ไม่ตาย ตัวที่เป็นบ้าตายไปเอง แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นแม้จะฉีดไปร้อยละ ๗๐ ของสุนัข ๖ ล้านตัวแล้วก็ตาม ก็ยังตรวจพบเชื้อโรคสุนัขบ้าเรื่อยๆ และคนก็ยังถูกสุนัขบ้ากัดและเสียชีวิตอยู่เรื่อย โดยล่าสุดภายในช่วง ๓ สัปดาห์ของเดือนมีนาคม มีคนเสียชีวิตอีก ๓ รายแล้ว
             การป้องกันที่ดีก็คือ จะต้องมีความรับผิดชอบในการเลี้ยงสุนัข
             ถ้าหากว่าการที่เอาข้าวไปเทให้สุนัขกินและคิดว่าได้บุญ อันนี้คงไม่พอหมายความว่าหลังจากโปรยทานไปให้แล้วอาจจะต้องพาไปฉีดวัคซีนและพาไปทำหมันด้วย เพื่อไม่ให้มีการแพร่กระจายโรคพิษสุนัขบ้า
             สุนัขตกลูกได้ปีละ ๒ ครั้ง ครั้งหนึ่งจะตกลูกประมาณ ๔ ตัว ๑ ตัว จะมีลูกได้ ๘ ตัวต่อปี และถ้าหากเลี้ยงดูไม่ดี แต่ละตัวจะมีชีวิตอยู่ได้ ๒ ปี แต่ถ้าหากว่าเรายังโปรยทานอย่างนี้ทุกวันและมากขึ้นเรื่อยๆ วงจรชีวิตของเขาก็จะยาวขึ้น และความสามารถในการออกลูกแต่ละคลอกก็จะมากขึ้น ต่อไปเราอาจจะมีสุนัข ๒๐ ล้านตัวก็ได้ ซึ่งต้องเข้าใจว่าเวลามีสุนัขมากขึ้น ถึงแม้สุนัขยังไม่บ้า แต่ถ้าสุนัขบ้าแม้แต่ตัวเดียวเข้าไปในกลุ่มนั้น ซึ่งในกลุ่มอาจจะมี ๓๐-๔๐ ตัว ความสามารถในการทำให้เกิดโรคมีประมาณร้อยละ ๓๐-๔๐ เฉลี่ยแล้วคือร้อยละ ๕๐ ฉะนั้นในกลุ่ม ๔๐ ตัวอาจจะเกิดโรค ๒๐ ตัวก็ได้
             การเลี้ยงสุนัขจะต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขของตัวเองและ/หรือสุนัขข้างถนน ไม่ใช่สักแต่ว่าเลี้ยงอย่างเดียวเท่านั้น

รู้ได้อย่างไรว่าสุนัขตัวไหนเป็นโรคพิษสุนัขบ้า
             เชื้อไวรัสจะออกมาก่อนที่สุนัขจะมีอาการชัดเจนได้ ๑๐ วัน เพราะฉะนั้นถ้าหากถูกสุนัขกัด ไม่ต้อไปถามว่าสุนัขกัดมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล และคนไม่มีทางเดาใจสุนัขได้
             ถ้าหากถูกกัดโดยสุนัขข้างถนนและสุนัขวิ่งหนีไป โดยที่ไม่สามารถจับสุนัขมาตรวจได้ และสุนัขตัวนั้นก็น่าสงสัย ต้องฉีดวัคซีนไว้ก่อน เพราะฉะนั้นบอกไม่ได้ในขั้นตอนที่จะดูว่าสุนัขบ้าหรือไม่บ้า 
             สำหรับสุนัขบ้าสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้คือ หลบไปซ่อนเงียบๆ ตามมุมมืด ไม่กินอาหาร แต่บางตัวจะติดคน คอยคลอเคลียผิดไปจากเดิม หลังจากนั้นประมาณ ๔๘ ชั่วโมง จะมีอาการกระสับกระส่าย และกัดคนทั่วไป ต่อมาจะเกิดอัมพาตทั้งตัว หุบปากไม่ได้ ลิ้นห้อย น้ำลายไหลยึด และตายภายใน ๒-๓ วัน อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจะแยกอาการสุนัขป่วยจากโรคพิษสุนัขบ้าจากโรคอื่นได้ยากมาก แม้แต่เป็นเพียงสุนัขดุก็ตาม

สุนัขที่มีเจ้าของกัด และเจ้าของบอกว่าฉีดยาแล้วควรจะทำอย่างไร
             ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเป็นสุนัขที่เจ้าของบอกว่าฉีดยาแล้ว ปกติมีข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลกซึ่งผมเป็นผู้เสนอและรับประกาศใช้ปฏิบัติทั่วโลก คือ
             ๑.  เลี้ยงสุนัขอยู่ในรั่วรอบขอบชิด
             ถ้าสุนัขตัวนั้นเลี้ยงดูดี ในรั้วรอบขอบชิด ไม่ใช่ตอนเช้าก็วิ่งตามนายไปส่งหน้าปากซอย กลับมาไปเล่นกับเพื่อหมาอีก ๔ ตัว แสดงว่าเลี้ยงดูไม่ระมัดระวัง ไม่อยู่ในรั้วรอบขอบชิด แบบนี้ไม่ได้
             ๒.  สุนัขจะต้องเคยได้รับการฉีดวัคซีน อย่างน้อยที่สุด ๒ เข็มติดต่อกัน ๒ ปี
             ๓.  ถ้าสุนัขกัดคน จะต้องมีเหตุผลที่น่าจะถูกกัด เช่น ไปแหย่ พยายามไปให้อาหาร ไปเหยียบหาง
             ๔.  สุนัขที่กัดยังดูปกติร้อยเปอร์เซ็นต์
             ถ้ามีครบทั้ง ๔ ข้อนี้อาจจะเชื่อได้ว่า สามารถเฝ้าดูอาการสุนัขได้ ล้างแผลให้สะอาดเรียบร้อย และยังไม่ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน
             ถ้าหากสุนัขมีอาการแม้แต่นิดเดียวให้รีบฉีดวัคซีนทันที
             การเฝ้าดูอาการสุนัข สามารถเฝ้าดูไปได้ ๑๐ วัน ถ้าหากสุนัขไม่มีอาการอะไรเลยภายใน ๑๐ วันก็แสดงว่าปลอดภัย
             กรณีที่ไม่แน่ใจจริงๆ คือฉีดวัคซีนไปก่อน ถ้าฉีดวัคซีนไปแล้ว และสุนัขก็ดูดี แล้วก็ฉีดไป ๓ เข็ม คือวันที่ ๐ ๓ และ ๗ ถ้าวันที่ ๑๐ สุนัขปกติก็ไม่ต้องฉีดวัคซีนต่อ
             การฉีด ๓ เข็มก็เท่ากับเป็นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต และอีก ๒๐ ปี ให้หลัง ถ้าเราไม่เป็นเอดส์ตาย อีก ๒๐ ปีจริงๆ ถูกสูนัขกัด ถึงแม้จะกัดเหวะหวะก็ตาม ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดอิมมูนโกลบูลิน เพราะอิมมูนโกลบูลินแพงและหายาก ก็เพียงแต่ฉีดวัคซีนซ้ำ ๒ เข็มเท่านั้นเอง ภูมิคุ้มกันก็จะขึ้นมาเร็วมากเลย แทนที่จะขึ้นมาภายใน ๑๔ วัน ก็จะขึ้นมาภายในช่วง ๓-๔ วันเท่านั้นเอง ก็จะได้ช่วยประหยัดเงินและปลอดภัยได้ด้วย

เลี้ยงสุนัขอย่างไรให้ปลอดภัย
             คนที่เลี้ยงสุนขนั้น จริงๆ แล้วต้องเลี้ยงเหมือนลูก คือเรามีลูกผู้ชาย ลูกผู้หญิงก็ตาม เราพาลูกเราไปตรวจสุขภาพ ไปฉีดวัคซีน แหมต้องมีสมุดฉีดวัคซีน เลี้ยงหมาก็ต้องเลี้ยงอย่างนั้น คือเลี้ยงแบบเป็นสมาชิกในครอบครัว แต่ไม่ใช่เลี้ยงแบบอยากจะเล่นก็เอามาเล่น เวลาไม่ชอบไม่ว่าก็โยนทิ้งปล่อยไปเล่นนอกบ้าน ไปหาอาหารกินนอกบ้าน ออกไปเที่ยวนอกบ้าน หรือ ๕ โมงเย็นกลับมากินเศษอาหารเหลือๆ นี้ไม่ใช่การเลี้ยงสุนัขที่ถูกต้อง และการที่ทำแบบนี้เป็นการสร้างปัญหาให้ประชากรคนอื่น
             ไม่ใช่แต่โรคพิษสุนัขบ้าอย่างเดียวที่เราพูดกัน สุนัขสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างมากมาย เช่น ถ้าสุนัขไปอยู่บริเวณโรงแรมที่มีประชุมเอเปค
             ทำไมการประชุมเอเปคต้องขนสุนัขไปปล่อยที่อื่น ทั้งนี้ทุกคนรู้ว่าสุนัขทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย
ทำไมเราไม่จัดการภาพลักษณ์ตรงนี้ โดยร่วมมือกัน
             ๑.  ใครที่เอาสุนัขไปเลี้ยง แต่ยังเลี้ยงไม่ดีก็เลี้ยงให้ถูกต้อง
             ๒.  ควรนำสุนัขไปทำหมัน
             ถ้ารู้ว่าเราสามารถเลี้ยงได้เพียง ๑-๒ ตัวก็ต้องนำสุนัขไปทำหมันตั้งแต่ตอนต้น ไม่ใช่ปล่อยให้อายุ ๖-๗ เดือน เริ่มผลิตลูกได้ พอปล่อยลูกออกมาอีก ๔ ตัว ไม่รู้จะทำอย่างไร เอาลูกสุนัขไปปล่อยวัด วัดทำอย่างไร วัดก็เอาไปเลี้ยงต่อ เลี้ยงได้ก็เลี้ยงไม่เต็มกำลัง ฉีดวัคซีนก็ฉีดไม่ได้ แล้วก็ออกลูกมาเต็มไปหมด สุดท้ายวัดนั้นก็กลายเป็นที่ครองของสุนัขไป ก็เป็นผลกระทบเป็นวงจรต่อคนทุกหมู่เหล่า
             ใครก็ตามที่คิดจะเลี้ยงสุนัขข้างถนน ถ้าใจบุญสุนทานอย่างเต็มที่และอยากให้ประเทศไทยเจริญด้วย เพราะดัชนีดูว่าประเทศไหนเจริญแล้ว ก็คือดูจากประชากรสุนัขข้างถนน ก็ต้องไปเชิญสัตวแพทย์มาฉีดยาทำหมัน และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า...
  




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






NinaNokBaby
(นัทธี)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 38,652 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 3 ครั้ง
ได้รับดาว 339 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน