1. ข้อมูลเบื้องต้น

บริษัท สยามกูรู จำกัด (www.siamguru.com) ให้บริการเว็บไซต์เสิร์ชเอ็นจิ้น (Search Engine Site) และเว็บไซต์ไดเรกทอรี (Directory Site) ภาษาไทย สำหรับการค้นหาข้อมูลที่เป็นภาษาไทยแก่ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป
Siamguru.com เปิดตัวเว็บไซต์ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2543
Siamguru.com ได้รับการกล่าวถึงจากสื่อมวลชนว่าเป็นเสิร์ชเอ็นจิ้นของไทยที่สามารถรวบรวมชื่อโดเมนที่ไม่ซ้ำกันมากที่สุด คือ 7,933 แห่ง จากจำนวนเว็บไซต์ของไทยที่เชื่อกัน โดยทั่วไปในวงการว่ามีอยู่ประมาณ 8,000 แห่ง ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2543 หลังจากนั้น ในเดือนมกราคม 2544 Siamguru มีฐานข้อมูลเว็บไซต์ของไทยจำนวนกว่า 11,000 แห่ง
Siamguru.com สามารถสืบค้นข้อความภาษาไทยได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ เนื่องจากใช้เทคนิคการสืบค้นที่แท้จริงดังคำกล่าวว่าเป็น "เสิร์ชเอนจิ้นพันธุ์แท้" ในขณะที่เว็บไซต์อื่นๆ บางแห่งยังคงใช้การเปรียบเทียบตัวอักขระ (String matching) ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนสูง
Siamguru.com มีพนักงานทั้งหมด 16 คน ประกอบด้วย
- ผู้บริหาร 2 คน
- โปรแกรมเมอร์ (Programmer) 5 คน
- ผู้จัดการระบบ (System Administrator) 2 คน
- นักออกแบบกราฟฟิก (Graphic Designer) 2 คน
- ผู้ติดตามเว็บไซต์ (Web Watcher) และ 2 คน
ผู้รับผิดชอบด้านรูปภาพ (Image Master)
- ผู้รับผิดชอบด้านเพลง (Music Master) 2 คน
- เว็บมาสเตอร์ (Web Master) 1 คน
ในปัจจุบัน Siamguru มีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ประมาณ 4,000 คนต่อวัน และมีค่าเฉลี่ยในการเข้าเยี่ยมชมเว็๋บไซต์อยู่ที่ประมาณ 10 หน้าต่อคน
2. ขั้นตอนในการประกอบธุรกิจ
ผู้ที่ต้องการใช้บริการของบ Siamguru.com สามารถเข้ามาสืบค้นข้อมูลต่างๆ ที่เป็นภาษาไทย โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้บริการค้นหาแบบต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ประเภท ได้แก่
1) Search เป็นเครื่องมือใช้ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์แบบง่าย หรือใช้ไดเรกทอรีค้นหาข้อมูลดัชนีที่ได้จัดแยกออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ
2) Super Search เป็นเครื่องมือใช้ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์แบบซับซ้อน ด้วยวิธีการสร้าง เงื่อนไข ในการค้นหาขึ้น ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ตรงความต้องการมากขึ้น สำหรับการใช้เงื่อนไขในการค้นหาใน Super Search มีดังนี้
- AND ใช้ค้นหาเอกสารที่ปรากฏ คำ หรือ วลี ตามที่กำหนด
- OR ใช้ค้นหาเอกสารที่ต้องปรากฏ คำ หรือ วลี อย่างน้อย 1 คำ
- NOT ใช้ค้นหาเอกสารที่ไม่ปรากก คำ หรือ วลี นั้นๆ
- NEAR ใช้ค้นหาเอกสารที่ปรากฏ คำ หรือ วลี ตามที่กำหนด (คล้ายกับ AND)
แต่คำทั้งสองจะต้องปรากฏอยู่ห่างกันไม่เกิน 10 คำ
- ( ) ใช้จัดกลุ่มเงื่อนไขที่ซับซ้อนมากขึ้น
- " " ใช้ค้นหากลุ่มคำ หรือ กลุ่มวลี ตามที่กำหนด
นอกจากนี้ Super Search ยังมีบริการเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยสามารถค้นหาคำที่ออกเสียงคล้าย หรือ สะกดใกล้เคียงกับคำที่ต้องการค้นหา ด้วยการทำเครื่องหมายในช่องเสียง คล้าย (ใต้ช่องค้นหา) เช่น ในการค้นหา "สถาบันราชภัฏ" ซึ่งอาจไม่แน่ใจว่าใช้คำสะกดถูกต้องหรือไม่
1) Music เป็นเครื่องมือใช้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเพลง (เนื้อเพลง และ MP3)
2) Image เป็นเครื่องมือใช้ค้นหาข้อมูลเฉพาะรูปภาพ
3) News เป็นเครื่องมือใช้ค้นหาข้อมูลเฉพาะข่าว ซึ่งสามารถค้หาย้อนหลังได้ ภายใน 1 เดือน
4) Web Board เป็นเครื่องมือใช้ค้นหาข้อมูล (กระทู้) จากกระดานข่าว
ในการสืบค้นเพลงและรูปภาพบริษัทใช้เทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเอง ซึ่งสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้เองโดยอัติโนมัติ ผสมผสานกับการเก็บรวบรวมโดยผู้ดูแลรับผิดชอบ
3. เทคโนโลยี
Siamguru.com เป็นเว็บไซต์ที่พัฒนาด้วยคนไทย โดยเน้นความสามารถในการค้นหาข้อมูลภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการจัดการฐานข้อมูล และเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูลจำนวนมากภายในองค์กรทุกระดับ
Siamguru.com จะใช้โปรแกรม Spider ที่เรียกว่า Robot Harvester ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ต่างๆ อย่างอัตโนมัติ โดยเลือกเฉพาะเว็บไซต์ที่มีข้อความเป็นภาษาไทย แล้วนำข้อมูลดังกล่าวมาทำดัชนี (index) สำหรับการสืบค้นและเก็บลงในอินเด็กซ์เซิร์ฟเวอร์ (Index Server) ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับเว็บเซิร์ฟเวอร์ อีกทีหนึ่ง เมื่อผู้ใช้ค้นหาเว็บไซต์ที่มีข้อความภาษาไทยที่ต้องการ Siamguru.com จะค้นหาคำดังกล่าวจากอินเด็กซ์เซิร์ฟเวอร์และเชื่อมโยงว่าคำนั้นอยู่ที่เว็บไซต์ใด แล้วแจ้งผลการสืบค้นให้ผู้ใช้ทราบ
4. การประกอบการ
ในปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทมาจากการขายลิขสิทธิ์เทคโนโลยีของตนเอง (Search Engine) ให้แก่กลุ่มลูกค้า 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้
กลุ่ม Intranet Search เป็นกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้เครื่องมือค้นหา เอกสารที่เป็นภาษาไทยภายในบริษัท โดยมีวิธีการกำหนดราคาค่าบริการตามรายละเอียด ดังนี้
- จำนวนเอกสารข้อมูล (Web Page)
- จำนวนผู้ใช้บริการในองค์กร (Employee)
- ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น (Set up Fee)
กลุ่ม Internet Search เป็นกลุ่มธุรกิจที่ให้บริการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต แต่ยังไม่มีเครื่องมือค้นหาภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
กลุ่ม Intrasite Search เป็นกลุ่มลูกค้าที่ให้บริการชุมชนออนไลน์ ซึ่งต้องการใช้เครื่องมือค้นหาให้บริการผู้ใช้ในการค้นหาเนื้อหาหรือข้อมูลภายในเว็บไซต์ของตน
5. จุดเด่นในการประกอบธุรกิจ
แม้ว่า Siamguru.com ยังไม่สามารถทำกำไรในระยะนี้ได้
แต่บริษัทก็มีจุดเด่นในการดำเนินธุรกิจและมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปได้ จากปัจจัยดังต่อไปนี้
1) การกำหนดโมเดลของตนเองได้ชัดเจน Siamguru ได้ให้บริหารเว็บไซต์เสิร์ชเอ็นจิ้น ซึ่งเป็นการนำเสนอตัวอย่างสมรรถนะของเสิร์ชเอ็นจิ้นหรือเทคโนโลยีของตนเองให้แก่ลูกค้าโดยโมเดลการหารายได้ของ Siamguru.com เน้นการหารายได้มาจากการขายลิขสิทธิ์เทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมาเอง มากกว่าการหารายได้จากค่าโฆษณา ดังเช่นเว็บไซต์เสิร์ชเอ็นจิ้นและเว็บไซต์ไดเรกทอรีอื่นๆ
2) การมีจุดเด่นของตนเองที่แตกต่างจากเว็บไซต์อื่น (Differentiation) Siamguru ถือได้ว่าเป็นเว็บไซต์เสิร์ชเอ็นจิ้นภาษาไทยที่ให้บริการค้นหาข้อมูลเอกสารภาษาไทย และได้พัฒนาเทคโนโลยีค้นหาภาษาไทยเป็นของตนเอง จนเป็นที่ยอมรับในวงการอินเทอร์เน็ตของไทย ให้เป็นเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือค้นหาภาษาไทยที่ดีที่สุดของไทยในปัจจุบัน
3) การให้บริการค้นหาที่มีประสิทธิภาพ นอกจาก Siamguru.com จะมีเทคโนโลยีเสิร์ชเอ็นจิ้นภาษาไทย ที่ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและแตกต่างจากเว็บไซต์เสิร์ชเอ็นจิ้นอื่นๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นเว็บไซต์เสิร์ชเอ็นจิ้นที่มีฐานข้อมูลมากที่สุดในประเทศไทยด้วย
6. ปัจจัยในความสำเร็จ
การประกอบธุรกิจ เช่น Siamguru.com จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ
1) ปริมาณผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ใช้ภาษาไทยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเสิร์ชเอ็นจิ้นของ Siamguru เน้นการใช้งานภาษาไทย ซึ่งจะเป็นการให้บริการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่ใช้ภาษาไทย
2) ปริมาณบริษัทที่ต้องการเครื่องมือค้นหาข้อมูลเพื่อให้บริการออนไลน์ หรือค้นหาข้อมูลภายในบริษัทมีจำนวนมาก
3) ให้บริการเสิร์ชเอ็นจิ้นที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามความต้องการ หัวใจที่สำคัญของการบริการเว็บไซต์เสิร์ชเอ็นจิ้น คือ การค้นหาข้อมูลได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ได้มากที่สุดและรวดเร็วทันใจซึ่งจะทำให้ผู้ใช้มีความพึงพอใจและจดจำชื่อตรา (Brand Awareness) ได้ดี
4) ให้ความสำคัญในการปรับปรุงพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองอย่างต่อเนื่อง บริษัทต้องสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลง และเร่งพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองให้เป็นผู้นำในตลาดอยู่เสมอเนื่องจากลักษณะของการดำเนินธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตมีการเปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลา
7. ธุรกิจอื่นๆ ที่มีโมเดลคล้ายกัน
ธุรกิจอื่นๆ ที่มีโมเดลใกล้เคียงกับ Siamguru.com ได้แก่
1) เว็บท่าที่เป็นเครื่องสืบค้น (Search Engine Site) เช่น Google (www.google.com) หรือ HotBot (www.hotbot.com) ซึ่งใช้โปรแกรม หรือที่เรียกว่า Robot ช่วยค้นหา เอกสารและจัดทำดัชนีในการสืบค้นเว็บท่าเหล่านี้มีข้อดีที่สามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างกว้างขวางมาก แต่จะมีข้อเสียที่ได้ข้อมูลไม่ตรงกับความต้องการ หรือได้มากจนเกินไป
2) เว็บพอร์ทัลที่เป็นไดเรกทรอรี (Directory site) เช่น Lycos (www.lycos.com) ซึ่งใช้คนจัดทำไดเรกทอรี เว็บพอร์ทัลเหล่านี้มีข้อดีที่สามารถค้นหาข้อมูลได้ตรงกับความต้องการมากกว่า แต่ก็มีข้อเสียที่ขอบเขตการค้นหาค่อนข้างแคบกว่า และต้องใช้แรงงานในการจัดทำมาก เว็บพอร์ทัลที่เป็นไดเรกทรอรียังสามารถแยกตามลักษณะเฉพาะของการให้บริการ (รูปที่ 1) ดังต่อไปนี้
2.1 เว็บพอร์ทัลแบบแนวราบ (Horizontal) ซึ่งเป็นไดเรกทรอรีที่รวบรวมข้อมูลทุกสิ่ง ทุกอย่าง สำหรับทุกๆ คน และมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด เช่น Lycos
2.2 เว็บพอร์ทัลแบบแนวตั้งหรือเฉพาะกลุ่ม (Vertical) ซึ่งเป็นไดเร็กทรอรีแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย เช่น Cnet (คอมพิวเตอร์ www.cnet.com) iVillange (ผู้หญิง www.ivillage.com) MP3 (www.mp3.com)
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันจะเป็นว่ากลยุทธ์ในการให้บริการ Portal Site ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในตลาด คือ การรวมกันระหว่างการให้บริการไดเรกทอรี และเสิร์ชเอ็นจิ้นเข้าไว้ด้วยกัน จึงเป็นการยากที่จะจำแนกการบริการที่เป็นไดเรกทรอรีและเสิร์ชเอ็นจิ้นออกจากกันโดยสิ้นเชิง เช่น การพันธมิตรระหว่าง Google.com และ Yahoo.com และ การพันธมิตระหว่าง HotBot.com และ Lycos.com เป็นต้น ซึ่งในกรณีของ Siamguru.com ได้รวมเอาบริการทั้งสองรูปแบบมาไว้ในเว็บไซต์เดียวกัน ทำให้เป็นบริการเสิร์ชเอ็นจิ้นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่ง
รูปที่ 1 การแบ่งประเภทของ Portal Site
Portal Site
Directory Site Search Engine Site
Vertical Horizontal
8. โอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทย
ตัวอย่างเว็บไซต์ไดเรกทรอรีที่ให้บริการค้นหาข้อมูลในประเทศไทย ได้แก่ www.catcha.co.th www.sanook.com www.eGuideThailand.com www.Siam2you.com เป็นต้น เมื่อมองจากโมเดลด้านธุรกิจแล้ว เว็บไซต์เหล่านี้จะมุ่งเน้นการให้บริหารไดเรกทอรีออนไลน์ และมุ่งหารายได้มาจากค่าโฆษณาเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจาก Siamguru.com ซึ่งเน้นการสร้างรายได้ส่วนใหญ่จากการขายเทคโนโลยีของตนให้แก่ผู้ใช้ประเภทองค์กรที่ต้องการสืบค้นข้อมูล

