วิชาการดอทคอม ptt logo

การเล่นพื้นเมือง

การเล่น รีรีข้าวสาร / งูกินหาง / ขาโถกเถก / มอญซ่อนผ้า(WWW.Omkorsc.udonthani3.net
ผู้เขียน: พงษ์123 ชมแล้ว: 168,352 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 7 June 2008, 12:35 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 22 August 2008, 8:20 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-30 | 31-40 |

หน้า : 9 รีรีข้าวสาร
หน้า : 10 การเล่นหมากเก็บ
หน้า : 11 มอญซ่อนผ้า
หน้า : 12 ขี่ม้าก้านกล้วย
หน้า : 13 เดินกะลา
หน้า : 14 เก้าอี่ดนตรี
หน้า : 15 การเล่นซ่อนหาหรือโป้งแป๊ะ
หน้า : 16 อีตัก
หน้า : 17 อ้ายโม่ง
หน้า : 18 ลูกข่าง
หน้า : 19 เป่ากบ
หน้า : 20 ปิดตาตีหม้อ
หน้า : 21 ตีลูกล้อ
หน้า : 22 ขาโถกเถก
หน้า : 23 ขี่ม้าส่งเมือง
หน้า : 24 จ้ำจี้
หน้า : 25 ห่วงยาง
หน้า : 26 หมากตะเกียบ / ไม้พาด
หน้า : 27 เสือข้ามห้วย หมู่
หน้า : 28 วิ่งเปรี้ยว
หน้า : 29 โพงพาง
หน้า : 30 น้ำขึ้นน้ำลง
หน้า : 31 แตะหุ่น
หน้า : 32 ตี่จับ
หน้า : 33 ขี่ม้าโยนบอล
หน้า : 34 อีกาฟักไข่
หน้า : 35 กระโดดเชือกขาเดียว
หน้า : 36 ลิงชิงหลัก
หน้า : 37 เสือข้ามห้วยเดี่ยว
หน้า : 38 หมากอีงัด / ไม้หึ่ง

หน้าที่ 9 - รีรีข้าวสาร


 


รีรีข้าวสาร( REE - REE KHAO SARN )


จำนวนผู้เล่น  ไม่จำกัดผู้เล่น


 


วิธีเล่น


จับไม้สั้นไม้ยาว ให้ผู้เล่น ๒ คน ยืนเอามือประสานกันเหนือศีรษะ เป็นประตูโค้ง คนอื่นๆ เกาะไหล่กัน ลอดใต้โค้งไปเรื่อยๆ สองคนที่เป็นประตูจะร้องเพลงประกอบเวลา แถวลอดใต้โค้งหัวแถวจะต้องเดินอ้อมหลังคนที่เป็นประตูครั้งละหนเมื่อจบเพลงสองคนที่เป็นประตูจะกระดุกแขนลงกั้นคนสุดท้ายให้อยู่ระหว่างกลาง คัดออกไป คนข้างหลังต้องระวังตัวให้ดี มิฉะนั้นตนเองต้องออกจากการเล่น ต้องผ่านให้ได้หมดทุกคนจึงจะจบเกม


 


บทร้องประกอบ


 


รีรีข้าวสาร


สองทะนานข้าวเปลือก


เลือกท้องใบลาน


เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน


คดข้าวใส่จาน


พานเอาคนข้างหลังไว้ให้ดี


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


พงษ์ศักดิ์ สมบัติกำไร. สืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้านชาวอีสาน.โรงเรียนบ้านอ้อมกอประชาสามัคคี:จังหวัดอุดรธานี,๒๕๕๐




โรงเรียนบ้านอ้อมกอประชาสามัคคี


สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต ๓




หน้าที่ 10 - การเล่นหมากเก็บ

หมากเก็บ( MARK - KEB )

จำนวนผู้เล่น ๒ - ๔ คน

วิธีเล่น
        
  

ใช้ก้อนกรวดที่มีลักษณะกลมๆ ๕ ก้อน เสี่ยงทายว่าใครจะเล่นก่อนโดยวิธีขึ้นร้าน คือ ถือหมากทั้งห้าเม็ดไว้แล้วโยนพลิกหงายหลังมือรับแล้วพลิกมือกลับรับอีกทีใครเหลือหินอยู่ในมือมากที่สุดคนนั้นเล่นก่อน มีทั้งหมด ๕ หมาก

หมากที่ ๑ ทอดหมากให้ห่างๆ กัน เลือกลูกนำไว้ ๑ เม็ด ควรใช้เม็ดกรวดที่ห่างที่สุด โยนเม็ดนำขึ้นแล้วเก็บที่ละเม็ดพร้อมกับรับลูกนำที่หล่นลงมาให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ถือว่า "ตาย" ขณะที่หยิบเม็ดที่ทอดนั้น ถ้ามือไปถูกเม็ดอื่นถือว่า ตาย

หมากที่ ๒ เก็บที่ละ ๒ เม็ด

หมากที่ ๓ เก็บที่ละ ๓ เม็ด

หมากที่ ๔ ใช้โปะ ไม่ทอด คือ ถือหมากทั้งหมดไว้ในมือ โยนลูกนำขึ้นแล้วโปะเม็ดที่เหลือลงพื้นแล้วรวบทั้งหมดที่ถือไว้ "ขึ้นร้าน" ได้กี่เม็ดเป็นแต้มของคนนั้น ถ้าขึ้นร้านเม็ดหล่นหมด ใช้หลังมือรับไม่ได้ ถือว่า "ตาย" ไม่ได้แต้ม คนอื่นเล่นต่อไป ถ้าใครตายหมากไหนก็เริ่มต้นหมากนั้น ส่วนมากกำหนดแต้ม ๕๐ - ๑๐๐ แต้ม เมื่อแต้มใกล้จะครบ เวลาขึ้นร้านต้องคอยระวังไม่ให้เกินแต้มที่กำหนด 
            

วิธีเล่นหมากเก็บนี้มีพลิกแพลงหลายอย่าง เช่น โยนลูกนำขึ้นเก็บทีละเม็ดเมื่อเก็บได้เม็ดหนึ่งก็โยนขึ้นพร้อมกับลูกนำ ๒ - ๓ - ๔ เม็ดตามลำดับ หมาก ๒ - ๓ - ๔ ก็เล่นเหมือนกัน โยนขึ้นทั้งหมด เรียกว่า "หมากพวง" ถ้าโยนลูกนำขึ้นเล่นหมาก ๑ - ๒ - ๓ - ๔ แต่พลิกข้างมือรับลูกนำให้เข้าในมือระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ โดยทำเป็นรูปวงกลมเตรียมไว้เรียก "หมากจุ๊บ" ถ้าใช้มือซ้ายป้อง และเขี่ยหมากให้เข้าในมือนั้นทีละลูกในหมาก ๑ - ๒ - ๓ และ ๔ ตามลำดับ เรียกว่า "อีกาเข้ารัง" ถ้าเขี่ยไม่เข้าจะตาย ถ้าใช้นิ้วกลางกับนิ้วหัวแม่มือยันพื้น นิ้วอื่นปล่อยทำเป็นรูปซุ้มประตู เขี่ยหมากออกเรียกว่า "อีกาออกรัง" ถ้าใช้นิ้วกลางกับนิ้วหัวแม่มือ ขดเป็นวงกลม นิ้วชี้ชี้ตรงนิ้ว นอกนั้นยันพื้นเป็นรูปรูปู เรียกว่า "รูปู" เมื่อจบเกมการเล่นแล้วจะมีการกำทาย ผู้ชนะจำทายผู้แพ้ ว่ามีกี่เม็ด ถ้าทายผิดจะต้องถูกเขกเข่ากี่ทีตามที่ตนเองทายจนเหลือเม็ดสุดท้าย คนทายจะถือเม็ดไว้ในมือ แล้ววนพร้อมกับร้องเพลงประกอบ เมื่อร้องจบเอามือหนึ่งกำไว้ งอข้อศอกขึ้นต้องบนมือที่กำอีกข้างหนึ่ง

บทร้องประกอบ"ตะลึงตึงตัง ข้างล่างห้า ข้างบนสิบ"

 




หน้าที่ 11 - มอญซ่อนผ้า

มอญซ่อนผ้า  (MON SON PA)

จำนวนผู้เล่นไม่จำกัดจำนวน
 

วิธีเล่น

มีผ้า ๑ ผืนเป็นอุปกรณ์การเล่นจับไม้สั้นไม้ยาวเลือกคนที่เป็นมอญคนอื่นๆ นั่งล้อมวงคนที่เป็นมอญถือผ้าไว้ในมือ เดินวนอยู่นอกวง คนที่นั่งล้อมวงอยู่จะร้องเพลงระหว่างนั้นคนที่เป็นมอญจะทิ้งผ้าไว้หลังใครก็ได้ แต่ต้องพรางไว้เป็นว่ายังถือผ้าอยู่ เมื่อเดินกลับมาผ้ายังอยู่ที่เดิมก็หยิบผ้าไล่ตีผู้อื่น ผู้เล่นนั้นต้องวิ่งหนีไปรอบๆ วงแล้วจึงนั่งได้ผู้เป็นมอญจะเดินวนต่อไปหาทางวางผ้าให้ผู้อื่นใหม่ ถ้าใครรู้สึกตัวคลำพบผ้าจะวิ่งไล่ตีมอญไปรอบวง ๑ รอบ มอญต้องรีบวิ่งหนีมานั่งแทนที่ คนไล่ก็ต้องเป็นมอญแทน

บทร้องประกอบ

 

" มอญซ่อนผ้า

ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง

ระวังดี ดี  

ฉันจะตีหลังแตก

ไปพบอ้ายแขก

นั่งแดกขนมปัง "




หน้าที่ 12 - ขี่ม้าก้านกล้วย

ขี่ม้าก้านกล้วย

( KHEE MA KARN KLUI )

วิธีเล่น

ผู้เล่นนำก้านกล้วยมาตัดเป็นรูปม้า ตอนโคนเป็นหัว ตอนปลายเป็นหาง ใช้สายจากก้านกล้วยโยงเป็นบังเหียน นำขึ้นขี่เล่น แล้ววิ่งไปรอบๆ ทำท่าเหมือนขี่ม้า ทุกคนจะแข่งกันว่าใครจะวิ่งได้เร็วกว่ากัน

 




หน้าที่ 13 - เดินกะลา

เดินกะลา

( DERN KALA )

วิธีเล่น

เอาเชือกเส้นหนึ่งยาวประมาณ ๑ วา ร้อยกะลามะพร้าว ๒ อันแล้วผู้เล่นขึ้นไปยืนบนกะลามะพร้าวโดยใช้นิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้หนีบเส้นเชือกเอาไว้ทั้ง ๒ เท้า (เหมือนกับหนีบรองเท้าฟองน้ำ) เมื่อเริ่มเล่น ทุกคนยืนอยู่ที่เส้น พอได้ยินเสียงสัญญาณให้รีบเดินไปที่เส้นชัย ใครถึงก่อนถือว่าชนะ

 




หน้าที่ 14 - เก้าอี่ดนตรี

เก้าอี้ดนตรี

( KAO - E DODTRI )

วิธีเล่น

ผู้เล่นทุกคนยืนเป็นวงหลังเก้าอี้ เมื่อเพลงขึ้นทุกคนต้องรำ เมื่อเพลงหยุดตอนใด ทุกคนต้องรีบนั่งเก้าอี้ คนที่เหลือแย่งไม่ทันเพื่อน ต้องออกจากการแข่งขัน กรณีที่แย่งกันไม่ทันเพื่อน ต้องออกจากการแข่งขัน กรณีที่แย่งกันนั่งพร้อมกัน ๒ คน เก้าอี้ตัวเดียวกัน ตัดสินไปว่าใครนั่งก่อนให้เริ่มใหม่ เล่นกันต่อไปจนเหลือคนสุดท้าย ก็จะเป็นผู้ชนะเงื่อนไขจำนวนเก้าอี้ต้องน้อยกว่า ผู้เล่น ๑ ตัว ทุกครั้ง เช่น ถ้ามีผู้เล่น ๔ คน ต้องมีเก้าอี้ ๓ ตัว

 




หน้าที่ 15 - การเล่นซ่อนหาหรือโป้งแป๊ะ

ซ่อนหาหรือโป้งแปะ

( SON HA OR PONG PAE )

วิธีเล่น

จับไม้สั้นไม้ยาว เพื่อหาว่าใครจะเป็นคนหาก่อน เมื่อได้แล้วก็ปิดตา คนอื่นๆ ไปซ่อน คนปิดตาถาม "เอาหรือยัง" ถ้าผู้ซ่อนคนใด หรือหลายคนร้องว่า "ยัง" ก็ยังเปิดตาไม่ได้ รอจนกว่าผู้ซ่อนจะร้องว่า "เอาละ" จึงเปิดตาได้และค้นหาผู้ซ่อน เมื่อหาพบต้องส่งเสียงดังๆ เพื่อให้รู้ว่าพบใครคนหนึ่งแล้ว ผู้ซ่อนทั้งหลายก็ออกมาจากที่ซ่อน ถ้าเล่นโป้งแปะ และร้องว่า "แปะ" ก่อน ผู้นั้นต้องเป็นต่อไป ผู้เล่นจะต้องซ่อนคนเดียว ที่เดียวกันจะซ่อนมากกว่า ๑ คนไม่ได้

 




หน้าที่ 16 - อีตัก

อีตัก


 ( E-TUK)


วิธีเล่น


 


ผู้เล่นนั่งล้อมวงกัน แต่ละคนมีเมล็ดพืชเล็กๆ หรือหอยทับทิมหรือหินก้อนเล็กๆ จำนวนหนึ่งแล้วตกลงกันว่าจะวางเมล็ดเท่าไร ทอดเมล็ดพืชให้กระจายในกรอบที่ขีดกำหนดไว้ไม่ให้เมล็ดพืชล้ำออกไปใช้กระดาษพับจีบเป็นรูปคล้ายกระทงหรือช้อนเพื่อช้อนตักทีละเมล็ดจับไม้สั้นไม้ยาวว่าใครจะได้เล่นก่อน เมื่อได้แล้วเริ่มเล่นโดยใช้ที่ตักของตัวเอง ถ้าที่ตักไปถูกเมล็ดอื่นก็ต้องเปลี่ยนคนเล่นต่อไป


 




หน้าที่ 17 - อ้ายโม่ง

อ้ายโม่ง

(IA MONG)

วิธีเล่น

จับไม้สิ้นไม้ยาวว่าใครจะเป็นอ้ายโม่งก่อน ผู้เป็นอ้ายโม่งเอาผ้าผูกตา แล้วผู้เล่นอื่นๆ ใช้คำถามให้อ้ายโม่งตอบ พอถึงคำว่า "ทัน" ก็ออกไล่จับผู้เล่น โดยที่ผู้เล่นพยายามอยู่ใกล้ๆ วิ่งล่อให้จับ ถ้าจับใครได้ คนนั้นเป็นแทน ถ้าจับไม่ได้ต้องเป็นต่อ

ตอบ "กินข้าวกะไข่"

ถาม "ซ่อนหอยไว้ไหน"

ตอบ "เอาไว้ต้นกล้วย"

ถาม "ไล่ทันหรือไม่ทัน"

ตอบ "ทัน"

 




หน้าที่ 18 - ลูกข่าง

ลูกข่าง

(LOOK KHARNG)

วิธีเล่น

ผู้เล่นขีดวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑.๕ ฟุต แล้วให้สัญญาณขว้างลูกข่างออกไปพร้อมกัน ลูกข่างหมุนอยู่ที่พื้น เอาเชือกคล้องที่ขาลูกข่างแล้วกระตุกขึ้น เอามือรับไว้เรียกว่า "โจ๊ะ" ถ้าใครทำช้า จะถูกเพื่อทำโทษ

 




หน้าที่ 19 - เป่ากบ

เป่ากบ

(PAO KOB)

วิธีเล่น

แบ่งผู้เล่นเป็น ๒ ฝ่าย เริ่มต้นด้วยการเป่ายางหนังสติ๊กกันคนละทีเวลาเป่ามักโก้งโค้ง หรือนอนราบกับพื้นคล้ายกบ เป่าจนกระทั่งฝ่ายใดถูกกินโดยถูกยางของฝ่ายตรงกันข้ามไปช้อนเกยอยู่ก็ต้องเสียยางเส้นนั้นให้อีกฝ่ายหนึ่งไป

 




หน้าที่ 20 - ปิดตาตีหม้อ

ปิดตาตีหม้อ

(PID TA TEE MO)

วิธีเล่น

วางหม้อดิน เรียงเป็นแถวห่างกันพอสมควรตามจำนวนผู้เล่น จัดผู้เล่นเรียงตามแถววงหม้อเดินถอยออกมาให้ห่างหม้อพอสมควร แล้วผูกตาผู้เล่น หมุนผู้เล่น ๑ รอบแล้วจัดผู้เล่นให้หันไปทางหม้อ ให้ผู้เล่นเดินไปข้างหน้าเพื่อตีหม้อของตนให้ถูก ถ้าตีไม่ถูกก็เป็นฝ่ายแพ้ ถ้าไม่มีหม้อใช้ถังพลาสติกก็ได้

 

 




หน้าที่ 21 - ตีลูกล้อ

ตีลูกล้อ

(TEE LOOK LOR)

วิธีเล่น

เตรียมยางรถจักรยานหรือวงล้อเป็นซี่ๆ และไม้ขนาดเหมาะมือประมาณ ๑ ฟุต จากนั้นกำหนดจุดเริ่มต้นและเส้นชัยไว้แต่ละคนนำลูกล้อของตนเองมาที่จุดเริ่มต้น และวิ่งเอาไม้ตีลูกล้อให้กลิ้งไป แข่งว่าใครจะถึงเส้นชัยก่อนกัน ผู้ที่ใช้วงล้อ จะได้เปรียบเพราะวงล้อมีร่องสำหรับใส่ยาง เอาไม้ต้นได้สะดวก และตรงกว่า ไม่แกว่งไปแกว่งมา ใครถึงเส้นชัยก่อน คนนั้นก็ชนะ

 




หน้าที่ 22 - ขาโถกเถก

                                                                

อุปกรณ์ ใช้ไม้ไผ่ หรือไม้อื่น ๆ สูงประมาณ ๒ เมตร จำนวน ๒ ท่อน ที่มีความแข็งแรงพอทีจะรับน้ำหนักของผู้เล่นได้ ไม้ต้องมีตาง่ามหรือเดือยยื่นออกมาสำหรับเป็นที่วางเท้าผู้เล่นและเพื่อไม่ให้เจ็บฝ่ายเท้าอาจใช้เศษผ้าพันที่เดือยหรือตาง่ามก็ได้

วิธีการเล่น มี ๒ ประเภท ได้แก่
         ๑. ประเภทยืนอยู่กับที่ ถ้าผู้เล่นคนใดยืนอยู่บนขาโถกเถกได้นานที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
         ๒. ประเภทเคลื่อนที่ ถ้าผู้เล่นคนใดยืนอยู่บนขอโถกเถกแล้วเดินหรือวิ่งไปถึงเส้นชัยก่อนจะเป็นผู้ชนะ ถ้ามีการพลาดตก หรือล้ม ให้ยืนใหม่และเริ่มเดินหรือวิ่งต่อไปได้


หมายเหตการแข่งขันทั้งสอบประเภทควรจัดให้มีการกรรมควบคุมการแข่งขันอย่างน้อย ๑ คน
โอกาสเล่น
          เล่นได้ทุกฤดูกาลแต่ส่วนมากจะเล่นในฤดูแล้ง

 และในเทศกาลต่าง ๆ เช่นตรุษสงกรานต์เป็นต้น

 




หน้าที่ 23 - ขี่ม้าส่งเมือง

                         ขี่ม้าส่งเมือง หรือเทวดานั่งเมือง
                                    

วิธีเล่น

แบ่งผู้เล่นเป็น ๒ ฝ่าย เท่าๆ กัน เลือกผู้เล่นคนหนึ่งเป็นเจ้าเมืองซึ่งจะต้องไม่เข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ละฝ่ายจับไม้สั้นไม้ยาว เพื่อเลือกว่าใครจะเริ่มเล่นก่อน ฝ่ายชนะจะเริ่มเล่นก่อนโดยการเดินมากระซิบชื่อใครคนหนึ่งของฝ่ายตรงกันข้ามกับผู้ที่เป็นเจ้าเมืองก่อนแล้วกลับไป ฝ่ายตรงกันข้ามจะเดินมากระซิบบ้าง ถ้ากระซิบชื่อได้ตรงกับที่ฝ่ายแรกกระซิบไว้ เจ้าเมืองจะกล่าวคำว่า "โป้ง" คนกระซิบคนแรกต้องเป็นเชลย และฝ่ายที่ทายถูกทายได้อีกครั้งจนกว่าข้างใดข้างหนึ่งจะหมด ฝ่ายใดหมดก่อน ฝ่ายนั้นแพ้และให้ผ่ายชนะขี่หลังไปส่งเมือง

 




หน้าที่ 24 - จ้ำจี้

จ้ำจี้(CHUM JEE)

จำนวนผู้เล่นประมาณ ๒-๓ คน

วิธีเล่น

ผู้เล่นนั่งล้อมวงกัน คว่ำมือทั้งสองลงบนพื้น คนหนึ่งเป็นคนจี้ โดยใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่นิ้วของผู้เล่น ไล่ไปทีละนิ้วให้รอบวง พร้อมทั้งร้องเพลงไปด้วย เมื่อร้องจบแล้ว จิ้มอยู่ที่นิ้วคนใดคนหนึ่งต้องพับนิ้วนั้น เข้าไปผู้จิ้มก็เริ่มเล่นใหม่ไปเรื่อยๆ ใครต้องพับนิ้วทั้งหมดเป็นคนแรกแพ้

บทร้องประกอบ

"จ้ำจี้มะเขือเปราะ

กะเทาะหน้าแว่นพายเรืออกแอ่น

กระแท่นต้นกุ่ม

สาวๆ หนุ่มๆ อาบน้ำท่าไหน

อาบน้ำท่าวัด

เอาแป้งที่ไหนผัด

เอากระจกที่ไหนส่อง

เยี่ยมๆ มองๆ นกขุนทองร้องฮู้"

 




หน้าที่ 25 - ห่วงยาง

ห่วงยาง ( TOSSING THE RUBBER RING )

จำนวนผู้เล่น  ไม่จำกัดจำนวน

วิธีเล่น

มีวิธีการเล่นคล้ายลูกช่วง แต่อุปกรณ์การเล่นใช้ห่วงยางและมีกติกาต่างออกไปเล็กน้อย คือ เมื่อผู้เล่นโยนห่วงยางให้ฝ่ายตรงข้ามรับถ้าฝ่ายตรงกันข้ามรับไม่ได้แต่มือถูกห่วงแล้วต้องไปเป็นเชลยของตนถ้าเชลยรับได้ เอาห่วงไปแตะฝ่ายตรงกันข้าม ผู้ที่ถูกแตะต้องตกเป็นเชลย เล่นกันจนกว่าฝ่ายใดเหลือน้อยที่สุด ฝ่ายนั้นแพ้




หน้าที่ 26 - หมากตะเกียบ / ไม้พาด

หมากตะเกียบ   ( MARK TA KIAB ) (ไม้พาด)

จำนวนผู้เล่น  ไม่จำกัดจำนวน

วิธีเล่น

ใช้มะนาว ๑ ลูก และตะเกียล ๑๐ อัน จับไม้สั้นไม้ยาวว่าใครจะเล่นก่อน วิธีเล่นคล้ายหมากเก็บของภาคอีสาน แต่เมื่อถึงหมากสิบโยนลูกมะนาวขึ้นแล้วรวบ ๑๐ อัน ถือสลับมือไปมา ๑๐ ครั้ง โดยลูกมะนาวไม่ตก จากนั้นเล่นหมากตะเพียน คือ วางไม้ตะเกียบเป็นรูปปลาตะเพียน แล้วหยิบทีละอัน ถ้าทำให้ปลาแตกจากกันถือว่า "ตาย"




หน้าที่ 27 - เสือข้ามห้วย หมู่

เสือข้ามห้วยหมู่  ( SUA KHARM HUI MOO )

จำนวนผู้เล่น   ไม่จำกัดจำนวน

วิธีเล่น

เหมือนกับเสือข้ามเดี่ยว แต่จำนวนผู้ที่เป็นห้วยเพิ่มมากขึ้น นั่งเรียงกันไป โดยเว้นระยะห่างพอสมควรผู้ที่เป็นเสือต้องกระโดดข้ามให้พ้นหมดทุกด่าน ถ้าตายที่ด่านใดด่านหนึ่ง ทุกคนจะต้องตายหมดกลายมาเป็นห้วยแทนสลับกัน ส่วนเสือข้ามห้วยเดี่ยวนั้น ถ้าเสือข้ามพ้นทุกขั้น ผู้เป็นห้วยจะถูกลงโทษโดยพวกเสือจะช่วยกันหามไปทิ้งแล้ววิ่งกลับมาที่เล่น ผู้ที่เป็นห้วยต้องพยายามจับให้ได้ ถ้าจับคนใดได้ คนนั้นต้องมาเป็นห้วยแทน




หน้าที่ 28 - วิ่งเปรี้ยว

วิ่งวัวหรือวิ่งเปี้ยว( A RELAY RACE )

จำนวนผู้เล่น  ไม่จำกัดจำนวน

วิธีเล่น

แบ่งผู้เล่นเป็น ๒ ฝ่ายเท่าๆ กัน โดยปักหลัก ๒ ข้าง หรือใช้คนนั่งเป็นหลักข้างละหลัก ระยะห่างประมาณ ๕๐ เมตร มีกรรมการตัดสิน ๑ คน เริ่มต้นพร้อมกันทั้งสองข้างต้องวิ่งล้อมหลักไล่ให้ทันกัน มือถือผ้าคนละผืน เมื่อถึงฝ่ายของตน ส่งผ้าให้คนต่อไป เป็นเช่นนี้จนวิ่งทันกัน ฝ่ายไล่ทันต้องใช้ผ้าที่ถืออยู่ตีอีกฝ่ายหนึ่ง ถือว่าฝ่ายนั้นชนะ




หน้าที่ 29 - โพงพาง

โพงพาง( PONG PANG )


จำนวนผู้เล่น  ไม่จำกัดจำนวน


วิธีเล่น


เลือกคนที่เป็นปลา โดยการจับไม้สั้นไม้ยาว เอาผ้าผูกตาคนที่เป็นปลา แล้วหมุน ๓ รอบผู้เล่น คนอื่นๆ ล้อมวงจับกันเดินเป็นวงกลม พร้อมร้องเพลงประกอบ เมื่อจบเพลงนั่งลง ถามว่า "ปลาเป็นหรือปลาตาย" ถ้าตอบว่า "ปลาเป็น" คนที่อยู่รอบวงจะขยับเขยื้อนหนีได้ ถ้าบอก "ปลาตาย" จะต้องนั่งอยู่เฉยๆ คนที่ถูกปิดตาทายถูก ก็ต้องมาเป็นแทน ถ้าทายผิดต้องเป็นต่อไป (ผู้ที่เป็นปลา ซึ่งถูกปิดตาจะต้องทายว่า ผู้ที่ถูกจับได้เป็นใคร ชื่ออะไร)


บทร้องประกอบ "โพงพางเอย ปลาเข้าลอด ปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง


โพงพางเอย นกกระยางเข้าลอดเสือปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง  กินปลาเป็นหรือกินปลาตาย"


 




หน้าที่ 30 - น้ำขึ้นน้ำลง

น้ำขึ้น น้ำลง( NAM KHOEN NAM LONG )

จำนวนผู้เล่น  ไม่จำกัดจำนวน

วิธีเล่น

เขียนวงกลมที่พื้น ๑ วง ภายในวงถือว่าเป็นคลองภายนอกวงกลมเป็นตลิ่ง ผู้เล่นทั้งหมดยืนอยู่นอกวงกลมผู้เล่นผลัดกันเป็นหัวหน้าคนหนึ่ง เมื่อหัวหน้าบอก "น้ำขึ้น" ทุกคนกระโดดเข้าในวงกลม และถ้าบอกว่า "น้ำลง" ให้กระโดดออกจากวงกลม คนใดอยู่ในคลองเมื่อน้ำลง หรืออยู่บนตลิ่งเมื่อน้ำขึ้นให้ถือว่า ตาย ถูกคัดออก การบอกน้ำขึ้นน้ำลง ไม่จำเป็นต้องบอกสลับกันบอกซ้ำกันก็ได้ ควรบอกเร็วๆ




หน้าที่ 31 - แตะหุ่น

แตะหุ่น( TAE HOON )

จำนวนผู้เล่น  ไม่จำกัดจำนวน

วิธีเล่น

จับไม้สั้นไม้ยาว เลือกผู้เล่นคนหนึ่งเป็นคนวิ่งไล่ คนอื่นๆ หลอกล่อเมื่อคนวิ่งไล่ไปแตะใคร คนนั้นต้องหยุดนิ่งในท่าที่กำลังกระทำอยู่นั้น จะเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนท่าไม่ได้ ถ้าเคลื่อนไหวคนนั้นก็ตายต้องมาเป็นคนไล่แทน ถ้าแตะได้หมด และทุกคนเป็นหุ่นหมด ผู้วิ่งไล่จะแสดงท่าหลอกล่อต่างๆ ให้ยิ้มหัวเราะหรือเคลื่อนไหว ใครเคลื่อนไหวต้องมาเป็นคนวิ่งไล่แทน




หน้าที่ 32 - ตี่จับ

ตี่จับ( TEE CHUB )

จำนวนผู้เล่นไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น

วิธีเล่น

แบ่งเป็น ๒ ฝ่ายเท่าๆ กัน และจับไม้สั้นไม้ยาวว่าใครจะเริ่มตี่ก่อน ฝ่ายที่ตี่ก่อน เริ่มเล่นโดยเลือกพวกของตนคนหนึ่งเป็นคนเข้าไปตี่ คนตี่จะออกเสียง "ตี่" หรือ "หึ่ม" เข้าไปในแดนฝ่ายตรงข้าม ในขณะเดียวกันฝ่ายตรงข้ามต้องคอยยึดตัวไม่ให้กลับเข้าแดนของตนได้จนกว่าจะขาดเสียผู้นั้นต้องมาเป็นเชลยของฝ่ายตรงข้าม แต่ถ้าสามารถหนีกลับเข้าแดนตนได้ คนที่ถูกแตะจะกี่คนก็ตามต้องไปเป็นเชลยสลับกัน เมื่อมีฝ่ายของตนเป็นเชลย ผู้ที่ตี่คนต่อไปต้องพยายามช่วยพวกของตนกลับมาให้ได้ ฝ่ายตรงข้ามต้องคอยกันไม่ให้แตะกันได้ ถ้าแตะกันได้เชลยจะได้กลับแดนของตน เล่นกันเช่นนี้จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหมดตัวผู้เล่นก่อน ฝ่ายชนะมีสิทธิ์จะให้ฝ่ายแพ้ทำอะไรก็ได้




หน้าที่ 33 - ขี่ม้าโยนบอล

ขี่ม้าโยนบอล  ( KHEE MA YON BALL )

จำนวนผู้เล่นไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น

วิธีเล่น

แบ่งผู้เล่นออกเป็น ๒ กลุ่มเท่าๆ กัน ตั้งวงกลมแล้วเลี้ยงคู่ต่อสู้ฝ่ายแพ้จะถูกฝ่ายชนะขี่หลังแต่ละคู่ยืนห่างกัน ๓ - ๕ เมตร ผู้ที่ขี่หลังจะโยนลูกบอลส่งให้กับฝ่ายที่ถูกขี่หลัง ต้องไม่กระดุกกระดิกเวลาที่ฝ่ายขี่โยนลูกบอลถ้าฝ่ายถูกขี่กระดุกกระดิกพยายามให้ลูกบอลตกฝ่ายขี่จะเอาลูกบอลเคาะศรีษะได้ถ้าฝ่ายขี่รับลูกบอลไม่ได้ จะต้องรีบลงจากหลังวิ่งหนี ฝ่ายถูกขี่จะหยิบลูกบอลขว้างได้ ฝ่ายขี่ถ้าขว้างไม่ถูกจะต้องถูกขี่ใหม่อีกแต่ถ้าขว้างถูกจะได้เปลี่ยนเป็นฝ่ายขี่แทน




หน้าที่ 34 - อีกาฟักไข่

อีกาฟักไข่( E - KA FUK KHAI )

จำนวนผู้เล่นไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น

วิธีเล่น

ใช้ผลไม้หรืออะไรก็ได้ สมมุติว่าเป็นไข่ และเขียนวงกลมลงบนพื้นเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ ๔ ฟุต ๑ วง และอีกขาอยู่ในวงแรกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ ฟุต วางไข่กำหนดไว้ในวงกลมเล็กให้คนใดคนหนึ่งเป็นกายืนในวงกลมใหญ่ หรือนั่งคร่อมวงกลมเล็ก นอกนั้นทุกคนยืนรอบนอกวงกลมใหญ่ คอยแย่งไข่คนเป็นกามีหน้าที่ ป้องกันไข่ โดยมีกติกาการเล่น ดังนี้

๑.ผู้มีหน้าที่หยิบ (แย่ง) ไข่ เข้าไปในวงกลมไม่ได้

๒.ผู้มีหน้าที่หยิบไข่ต้องระวังมิให้อีกาตีถูกมือ หรือแขนของตน ซึ่งล่วงล้ำเข้าไปในวงกลมได้

๓.ถ้าแย่งไข่ไปจากอีกาได้หมด ให้ปิดตาอีกา แล้วเอาไข่ไปซ่อนให้อีกาตามหาไข่ ถ้าพบไข่ที่ผู้เล่น คนใดเป็นคนซ่อนผู้นั้นต้องเปลี่ยนเป็นกาแทน




หน้าที่ 35 - กระโดดเชือกขาเดียว

กระโดดเชือกขาเดี่ยว( KRA DODE CHUAG KHA DEO )

วิธีเล่น

เชือกยาวขนาดพอตัวผู้เล่นจับปลายเชือกทั้งสองข้างแกว่งไปข้างหน้า กระโดดทีเดียว ๒ ขา หรือทีละขาก็ได้ ถ้ากระโดดไปเหยียบเชือกก็หมดรอบ หรือจะแกว่งย้อนหลังก็ได้

 




หน้าที่ 36 - ลิงชิงหลัก

ลิงชิงหลัก( LINE CHING LUK )

จำนวนผู้เล่นจำนวนผู้เล่น อย่างน้อย ๓ คน

วิธีเล่น

ผู้เล่นคนหนึ่ง สมมุติว่าเป็น "ลิงหลักลอย" ไม่มีหลักจับ อีก ๒ คนเป็นลิงจับหลัก ผู้เป็นลิงหลักลอยต้องพยายามแย่งหลักในขณะที่ผู้เล่นทั้งหมดเปลี่ยนที่กันส่วนมากมักจะใช้สี่หลักผู้ที่เป็นลิงชิงหลักต้องคอยสังเกตดูว่าตนจะชิงหลักไหนได้สะดวกก็รีบวิ่งไปชิงหลักนั้นไว้ถ้าจับหลักได้ก่อนผู้ที่มาช้าก็เป็นลิงหลักลอยคอยชิงหลักของคนอื่น บางคนทำท่าเปลี่ยนแล้วไม่เปลี่ยนเป็นการล่อหลอก ถือว่าเท้ายังยึดหลักอยู่ ผู้อื่นจะชิงไม่ได้




หน้าที่ 37 - เสือข้ามห้วยเดี่ยว

เสือข้ามห้วยเดี่ยว( SUA KHARM HUI DEO )

จำนวนผู้เล่นไม่จำกัดจำนวน

วิธีเล่น

จับไม้สั้นไม้ยาว เลือกคนที่เป็นห้วย ๑ คน และคนอื่นๆกระโดดข้ามมีทั้งหมด ๘ ท่า

ท่าที่ ๑ เหยียดขา ๑ ข้าง ข้างใดก็ได้

ท่าที่ ๒ เหยียดขาทับบนข้างเดิม ให้ส้นเท้าต่อบนหัวแม่เท้า

ท่าที่ ๓ เหยียดแขนข้างหนึ่งตั้งบนขาทั้งสองข้าง ให้นิ้วก้อยตั้งบนหัวแม่เท้า กางนิ้วห่าง ๆ กัน

ท่าที่ ๔  เหยียดแขนอีกข้างหนึ่ง ต่อบนมือข้างเดิม ให้นิ้วก้อยตั้งบนหัวแม่มือของข้างเดิม

ท่าที่ ๕ นั่งหมอบ

ท่าที่ ๖ ชักเงี่ยง โดยใช้ข้อศอกข้างหนึ่งยักขึ้นยักลง

ท่าที่ ๗ ชักเงี่ยงทั้งสอง ใช้ข้อศอกทั้งสองข้างยัก

ท่าที่ ๘  ลุกขึ้นยืนก้มตัว ใช้ปลายนิ้วมือจรดนิ้วเท้า




หน้าที่ 38 - หมากอีงัด / ไม้หึ่ง

หมากอีงัด(ไม้หึ่ง)( MARK E - NGUD )

จำนวนผู้เล่น  ไม่จำกัดจำนวน

วิธีเล่น

ใช้ไม้สั้น ๑ คืบ ๑ อัน และยาวประมาณ ๑ แขน ๑ อัน ขุดหลุมยาว ๑ หลุม ขีดเส้น ๑ เส้น ผู้เล่นฝ่ายแรกนำไม้สั้นไปวางลงที่ร่องหลุม แล้วเอาไม้ยาวสอดเข้าไปงัดไม้สั้นให้กระดอนไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้ แล้วเอาไม้ยาววางที่หลุมให้ฝ่ายตรงกันข้ามโยนไม้สั้นให้ถูกไม้ยาว ถ้าไม่ถูกก็ต้องเล่นตาต่อไป มีทั้งหมด ๓ ตาด้วยกัน คือ

ตาที่ ๑ เรียก อีงัด

ตาที่ ๒ เรียก อีตี หรือ เอาไม้ยาวตีไม้สั้นออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้

ตาที่ ๓ เรียก อีวัด ดึงเอาไม้ยาววัดระยะทางที่ไม้ยาวตีไม้สั้นออกไปว่าไกลเท่าไร

ผลัดเปลี่ยนกันเล่นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนครบหมดทุกคน ผู้ที่ตีได้ไกลที่สุดจะได้ขี่หลังฝ่ายตรงกันข้ามเท่าที่ตกลงกันไว้




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด