โรงกลั่นน้ำมัน(Oil Refinery) | วิชาการ.คอม


โรงกลั่นน้ำมัน(Oil Refinery)

สารบัญ

                       
หน้าที่ 1 กระบวนการผลิตของโรงกลั่นน้ำมัน
หน้าที่ 2 หน่วยกลั่นย่อยของโรงกลั่นน้ำมัน
หน้าที่ 2 ชำแหละโครงสร้างราคาน้ำมัน ณ 29 สิงหาคม 2557
หน้าที่ 2 เปรียบเทียบราคาเบนซินและดีเซลของประเทศในอาเซียน ณ 1 กันยายน 2557
หน้าที่ 3 โรงกลั่นน้ำมันในไทย
หน้าที่ 4 น้ำมันดิบ - วัตถุดิบหลักของโรงกลั่น
หน้าที่ 5 น้ำมันดิบ 100 บาเรลกลั่นแล้วได้ผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง
หน้าที่ 6 ชนิดและปริมาณน้ำมันดิบที่ใช้กลั่น
หน้าที่ 7 ชนิดและปริมาณน้ำมันดิบที่ใช้กลั่น(ต่อ)
หน้าที่ 8 โรงกลั่นน้ำมันไทยผลิตดีเซลได้ 2,000 ล้านลิตรต่อเดือน
หน้าที่ 9 กระบวนการผลิตน้ำมันเบนซิน(Gasoline)
หน้าที่ 10 กระบวนการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์(Gasohol)
หน้าที่ 11 กระบวนการผลิตน้ำมันน้ำมันดีเซล( Diesel Fuels)
หน้าที่ 12 กระบวนการผลิตน้ำมันเครื่องบินเจ็ท(Jet Fuels)
หน้าที่ 13 ไทยออยล์เดินหน้าผลิตดีเซลยูโร 4
หน้าที่ 14 ทำไมน้ำมันต้องยูโร 4
หน้าที่ 15 โรงกลั่นน้ำมันไทยลงทุนกว่า 6หมื่นกว่าล้านบาทเพื่อผลิตน้ำมันยูโร4
หน้าที่ 16 วิวัฒนาการของน้ำมันเบนซินไทย
หน้าที่ 17 วิวัฒนาการของน้ำมันดีเซลของไทย
หน้าที่ 18 ทำไมราคาน้ำมันของไทยต้องอ้างอิงสิงคโปร์
หน้าที่ 19 เมื่อไหร่ราคาน้ำมันจะเหลือ 10 บาทต่อลิตร
หน้าที่ 20 ค่าการกลั่นน้ำมันคืออะไร
หน้าที่ 21 โรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์( Thai Oil Refinery)
หน้าที่ 22 โรงกลั่นน้ำมัน ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น ( PTTAR Refinery)

โอเปค(OPEC): องค์กรประเทศส่งออกปิโตรเลียม

     โอเปคหรือองค์กรประเทศส่งออกปิโตรเลียม ( OPEC: Organization of the Petroleum Exporting Countries)    คือ  กลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก เป็นองค์กร์นานาชาติ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อความร่วมมือทางด้านนโยบายน้ำมัน และช่วยเหลือด้านเทคนิคและเศรษฐกิจแก่ประเทศสมาชิก โอเปค    จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ.2503 โดยประเทศอิหร่าน อิรัก คูเวต ซาอุดิอาระเบีย และเวเนซุเอลา  ปัจจุบันมีสมาชิก 12 ประเทศ      โอเปคเดิมมีสำนักงานใหญ่ อยู่มีนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ต่อมา พ.ศ.2508 ได้ย้ายไปอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย 

    การบริหารงานขององค์กรโอเปค      1 ที่ประชุมทั่วไปของประเทศสมาชิก         นโยบายต่างๆตลอดจนการตัดสินปัญหาทั้งหมดขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมแห่งนี้ ลักษณะของมติจะต้องเป็นเอกฉันท์ ทั้งนี้ยกเว้นเฉพาะการรับสมาชิกใหม่ ซึ่งจะต้องได้รับเสียงรับรองของสมาชิกเก่าเพียง3ใน4ก็สามารถใช้ได้ แต่ประเทศผู้ก่อตั้งทั้งห้า อันได้แก่ เวเนซุเอลลา ซาอุดิอาราเบีย คูเวต อิรัก และ อิหร่าน เป็นผู้มีอำนาจใช้สืทธิยับยั้งได้     2.คณะมนตรีของผู้ว่าการ        คณะมนตรีเป็นตัวแทนกลุ่มของประเทศสมาชิก โดยประเทศสมาชิกต่างมีสิทธิส่งผู้แทนประเทศละ 1 คนคณะมนตรีทำหน้าที่ด้านการบริการ เป็นผู้จัดส่งข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของน้ำมันในตลาดโลกให้แก่ประเทศสมาชิก ทำการวิจัยปัญหาต่างๆ ทั้งในด้านการตลาดและการนำเทคโนโลยีแบบใหม่มาใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน        การบริหารงานของคณะมนตรี ประกอบด้วย ประธานคณะมนตรี( วาระละ1 ปี) เลขาธิการ (วาระละ 2ปี) และ คณะมนตรี    3. คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ      มีหน้าที่เสนอคำแนะนำแก่ประเทศสมาชิกและบริษัทน้ำมันต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการค้าน้ำมัน   4.ศาลยุติธรรม      เป็นผู้วางระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับกรณีพิพาทระหว่างประเทศสมาชิก          

   26 กรกฎาคม 2552

    

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา