อียิปต์ | วิชาการ.คอม


อียิปต์

สารบัญ

              
หน้าที่ 1 ประวัติศาสตร์อียิปต์
หน้าที่ 2 บทปฐมกาล
หน้าที่ 3 ราชวงศ์ที่หนึ่งถึงราชวงศ์ที่แปด
หน้าที่ 4 อาณาจักรกลาง
หน้าที่ 5 ยุคอาณาจักรกลาง1975 - 1640 ปีก่อน ค.ศ.
หน้าที่ 6 การรุกรานของชนต่างชาติ {The invasion from Asia} 1630 - 1520 ก่อน ค.ศ.
หน้าที่ 7 อาณาจักรใหม่
หน้าที่ 8 ฟาโรห์หญิง ฮัตเชปซุต (Hatshepsut ) สตรีผู้ทรงอำนาจคนแรกแห่งโลกโบราณ
หน้าที่ 9 ดินแดนพันต์และการค้าของจักรวรรดิ
หน้าที่ 10 การขยายอำนาจสู่เอเชียของฟาโรห์ทุตโมซิสที่3 (Thutmosis)
หน้าที่ 11 การปฎิรูปศาสนา ครั้งแรกของฟาโรห์ อัคเคนาตัน(Ikhnaton)
หน้าที่ 12 ตุตันคาเมน(Tutankhamen) ยุคกษัคริย์แห่งไอยคุปต์
หน้าที่ 13 การขยายอำนาจในสมัยของรามเสสที่2 (Ramses)
หน้าที่ 14 การเสื่อมและการล่มสลายของอียิปต์
หน้าที่ 15 บทสุดท้าย แห่งอาณาจักร

การปฎิรูปศาสนา ครั้งแรกของฟาโรห์ อัคเคนาตัน(Ikhnaton)

การปฎิรูปศาสนา ครั้งแรกของฟาโรห์ อัคเคนาตัน(Ikhnaton) ในปีที่ 1353 ก่อนค.ศ.ฟาโรห์อเมนโฮเทปที่4ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดาฟาโรห์อเมนโฮเทปที่3 และพระองค์ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่อย่างที่ไม่เคยมีใคร นึกฝัน นั่นคือการประกาศว่าอียิปต์มีเทพเจ้าเพียงองค์เดียว ที่ทรงอำนาจเหนือเทพอื่นใดแม้แต่อามอน-รา นั่นคือ สุริยเทพเทพอเตน(Aten) สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เนื่องมาจากพระองค์เห็นว่าเหล่าหัวหน้านักบวชของอารามเทพเจ้าต่างๆเริ่มจะ มีอำนาจมากเกินไปโดยหัวหน้านักบวชเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ได้รับการยอมรับนับถือจากประชาชน จนแม้แต่บางครั้งองค์ฟาโรห์ก็มิอาจคัดค้านได้

ฟาโรห์ อัคเคนาตัน(Ikhnaton)

ด้วยเหตุนี้เพื่อลดอำนาจของเหล่านักบวชฟาโรห์อเมนดฮเทปจึงประกาศยกย่อง เทพอเตน เป็นเทพสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวและลดความสำคัญของ เทพอามอน-ราและทวยเทพอื่นๆลงจนเกือบหมด สำหรับองค์ฟาโรห์เองก็ทรงเปลี่ยนพระนามเป็น อัคเคนาตัน(Ikhnaton) หมายถึง ผู้มีคุณูปการต่ออเตน เหตุการณ์นี้นับเป็นการปฏิรูปศาสนาครั้งแรกของอียิปต์โดยเปลี่ยนจากพหุเทวนิยม ที่มีเทพหลายองค์มาเป็นเอกเทวนิยมเป็นการเปลี่ยนแปลงความเชื่อที่มีมานานนับพันปีของชาวอียิปต์ ฟาโรห์อัคเคนาตันมีพระมเหสีเอกชื่อว่า เนเฟอร์ตีติ(Nefertiti) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชินีที่เลอโฉมที่สุดของอียิปต์โบราณ พระนางเป็นเจ้าหญิงจากไมตานนี และเป็นพระญาติกับพระนางไทยี พระมารดาของอัคเคนาตัน

เนเฟอร์ตีติ(Nefertiti)

ราชินีเนเฟอร์ตีติทรงมีอิทธิพลต่อองค์ฟาโรห์มากในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เหล่านักบวชไม่พอพระทัยองค์ฟาโรห์และในปีที่5 ของการครองราชย์ เมื่อความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น ฟาโรห์อัคเคนาตันจึงทรงย้ายเมืองหลวงไปที่อามาร์นาซึ่งห่างไปทางเหนือ 280 กิโลเมตรจากธีบส์ โดยเมืองหลวงแห่งใหม่นี้มีชื่อว่า อเคตาเตน หรือขอบฟ้าแห่งอเตน และในเวลาไม่นานนครแห่งนี้ก็ขยายใหญ่โตจนมีพลเมืองมากกว่า 20000 คน

วิหารแห่งลุกซอร์สร้างโดยฟาโรห์อเมนโฮเทปที่3

แม้การปฏิรูปทางศาสนาจะสามารถลดอำนาจนักบวชลงได้ แต่ก็ไม่อาจขจัดอิทธิพลและความเชื่อที่ฝัง ลึกมานานนับพันปีได้หมด และในปีที่9 ของการครองราชย์ พระองค์จึงมีพระบัญชาให้ปิดวิหารเทพอามอนและให้ลบชื่อของจอมเทพออก จากวิหารและอนุสาวรีย์ต่างๆเสีย อัคเคนาตัน ครองราชย์เพียงสิบห้าปีเท่านั้น พระองค์สิ้นพระชนม์ท่าทกลางเหตุการณ์ตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นจากความไม่พอใจ ของเหล่านัก บวชศาสนาเดิม อีกทั้งด้านต่างประเทศนั้น จักรวรรดิฮิตไตท์ก็เริ่มคุกคามโดยการพิชิตไมตานนีและพันธมิตร อื่นๆของอียิปต์

เมื่อสิ้นสมัยของอัคเคนาตัน เจ้าชายสเมนคาเรโอรสองค์โตผู้สืบทอดทรงมีความคิดเช่นเดียวกับบพระบิดา ทำให้เหล่านักบวชยอมไม่ได้และนำไปสู่สงครามกลางเมือง เจ้าชายสเมนคาเรสิ้นพระชนม์ในสนามรบ และเหล่านักบวชก็กลับมามีอำนาจอีกครั้ง ศาสนาของอัคเคนาเตนถูกลบล้างและเมืองอามาร์นาก็ถูกทิ้งร้าง บรรดารูปสลักของอัคเคนาตันถูกทำลายจนแทบไม่มีเหลือ และนั่นคือบทสรุป ของการปฏิรูปศาสนาครั้งใหญ่ของอียิปต์และของโลก

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา