การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทย สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 | วิชาการ.คอม


การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทย สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านนาดี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

สารบัญ

บทที่ 5

บทที่ 5

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

 

                        การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทย             ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 มีขั้นตอนการศึกษา และผลการศึกษา สรุปได้ดังนี้

 

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

                        เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทย            ในระดับชันอนุบาลปีที่ 1

 

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1.             ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนบ้านนาดี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 จำนวนนักเรียน 16 คน

2.             กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนบ้านนาดี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 จำนวนนักเรียน 16 คน          ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  (Purposive Sampling)

 

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

1.             แผนการจัดประสบการณ์ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทย จำนวน 12 แผน

2.             แบบสังเกตพฤติกรรมทางสติปัญญาด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จำนวน 6 ชุด

3.             แบบประเมินพัฒนาการเพื่อวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จำนวน 30 ข้อ

 

การดำเนินการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล

                        ในการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้ดำเนินการดังนี้

1.             ประเมินพัฒนาการก่อนการเรียน โดยใช้แบบประเมินพัฒนาการเพื่อวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จำนวน 30 ข้อ ทำการประเมินในวันที่ 13 เดือนมกราคม พ.ศ. 2551

2.             จัดกิจกรรมตามแผนการจัดกิจกรรมที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น พร้อมทั้งสังเกตและบันทึกพฤติกรรมโดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมทางสติปัญญาด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จำนวน 6 ชุด โดยทำการจัดกิจกรรม จำนวน 3 สัปดาห์ ๆ ละ 4 วัน คือ วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี                   ในแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 – 30 เดือน มกราคม พ.ศ. 2551

3.             เมื่อเสร็จสิ้นการทดลองให้นักเรียนทุกคนทำแบบประเมินพัฒนาการเพื่อวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบประเมินพัฒนาการฉบับเดิมในวันที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

 

การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล

1.             หาค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่

1.1      ค่าเฉลี่ย (Mean)

1.2      ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

2.             หาค่าความยากง่าย (P) และค่าอำนาจจำแนก (B) ของแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

3.             หาค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินพัฒนาการเพื่อวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

4.             หาค่าเฉลี่ย ( ) ของคะแนนการประเมินผลพฤติกรรมทางสติปัญญาด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

5.             เปรียบเทียบผลจากการประเมินพัฒนาการก่อนจัดกิจกรรมและหลังจัดกิจกรรม

 

สรุปผลการศึกษา

                        จากการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทย ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ปรากฏผลดังนี้

1.             ผลการสังเกตพฤติกรรมทางสติปัญญาด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยรวมพบว่า มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 57.63 คิดเป็นร้อยละ 80.03 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า

1.1      ด้านทักษะการสังเกตความเหมือนและความแตกต่าง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.81 คิดเป็นร้อยละ 81.77

1.2      ด้านทักษะการเรียบเทียบขนาด รูปร่าง และปริมาณ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.50 คิดเป็นร้อยละ 79.17

1.3      ด้านทักษะการเรียงลำดับความสูง ความยาว มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.69 คิดเป็นร้อยละ 80.73

1.4      ด้านทักษะการบอกตำแหน่ง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.31 คิดเป็นร้อยละ 77.60

1.5      ด้านทักษะการเปรียบเทียบจำนวน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.75 คิดเป็นร้อยละ 81.25

1.6      ด้านทักษะการนับจำนวน 1 – 20 และการรู้ค่าจำนวน 1 – 5 มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.56 คิดเป็นร้อยละ 79.69

2.             ผลจากการประเมินพัฒนาการก่อนและหลังจัดกิจกรรม พบว่า ก่อนจัดกิจกรรมนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 16.94 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 56.46 และหลังจัดกิจกรรมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 23.88 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 79.58

 

อภิปรายผล

                        จากการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทยในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 มีประเด็นที่น่าสนใจในการอภิปรายผล ดังนี้

1.             ผลการสังเกตพฤติกรรมทางสติปัญญาด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยรวมพบว่า มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 57.63 คิดเป็นร้อยละ 80.03 ซึ่งเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยของทักษะทางคณิตศาสตร์ด้านต่าง ๆ คือ  ด้านทักษะการสังเกตความเหมือนและความแตกต่าง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.81 คิดเป็นร้อยละ 81.77  ด้านทักษะการเปรียบเทียบจำนวน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.75 คิดเป็นร้อยละ 81.25  ด้านทักษะการเรียงลำดับความสูง ความยาว มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.69 คิดเป็นร้อยละ 80.73  ด้านทักษะการนับจำนวน 1 – 20 และการรู้ค่าจำนวน 1 – 5 มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.56 คิดเป็นร้อยละ 79.69  ด้านทักษะการเรียบเทียบขนาด รูปร่าง และปริมาณ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.50 คิดเป็นร้อยละ 79.17 และด้านทักษะการบอกตำแหน่ง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.31 คิดเป็นร้อยละ 77.60 ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่า แผนการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาในส่วนของการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษาเป็นเช่นนี้เนื่องจาก แผนการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่สร้างขึ้น ได้ผ่านการสร้างตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ และวิธีการเขียนแผนการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม โดยศึกษาจากหลักสูตร คู่มือการจัดกิจกรรม เนื้อหา เทคนิค และวิธีการจากเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทาง นอกจากนี้ได้ผ่านการตรวจสอบและแก้ไขข้อบกพร่องตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งผ่านการประเมินอย่างถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการทดลองเพื่อนำมาปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ โดยการนำผลการทดลองไปปรับปรุงแก้ไขก่อนนำไปทดลองสอนจริง จึงทำให้เด็กนักเรียนได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาในส่วนของการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สมชาย  บ้านไร่ (2541 : 38-43) ได้ศึกษาความพร้อมทางคณิตศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทยโดยศึกษากับเด็กชั้นอนุบาลปีที่  2  ผลปรากฏว่า เด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน  ที่ได้รับการจัดกิจกรมการละเล่นพื้นบ้านของไทย มีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สูงขึ้นกว่ากลุ่มที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเล่นทั่วไป และพบว่าการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านมีความสำคัญและมีคุณค่า เพราะสามารถพัฒนาและส่งเสริมเด็กให้เกิดการเรียนรู้หลายด้าน คือ ความสามารถในการแก้ปัญหา ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ความเอื้อเฟื้อ  ความมีระเบียบวินัย  เป็นต้น และสอดคล้องกับงานวิจัยของลออ  เอี่ยมอ่อน (2546 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ระดับอนุบาลที่ได้รับการจัดประสบการณ์การละเล่นพื้นบ้าน พบว่า ความสามารถด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ระดับอนุบาล  มีความสามารถแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ มณี  ผ่านจังหาร (2545 : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเพื่อเปรียบเทียบลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านมีลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์มากกว่าเด็กปฐมวัยที่ไม่ได้รับการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2.             ผลจากการประเมินพัฒนาการก่อนและหลังจัดกิจกรรม พบว่า พัฒนาการทางการเรียนก่อนจัดกิจกรรม มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 16.94 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 56.46 และหลังจัดกิจกรรมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 23.88 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 79.58 แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทยเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์นั้นสามารถช่วยให้เด็กนักเรียนมีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ได้ดีขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยของมณี  ผ่านจังหาร (2545 : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเพื่อเปรียบเทียบลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน พบว่า หลังการทดลองเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน มีลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์มากกว่าก่อนทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และลออ  เอี่ยมอ่อน (2546 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ระดับอนุบาลที่ได้รับการจัดประสบการณ์การละเล่นพื้นบ้าน พบว่า ความสามารถของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ระดับอนุบาล ก่อนได้รับการจัดประสบการณ์การละเล่นพื้นบ้าน มีความสามารถด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ในระดับต่ำ ส่วนความสามารถของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ระดับอนุบาล หลังได้รับการจัดประสบการณ์การละเล่นพื้นบ้าน มีความสามารถด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ในระดับดีมาก  ทั้งนี้เป็นเพราะว่า

2.1      กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน เป็นการจัดกิจกรรมที่ฝึกการคิด โดยผ่านรูปแบบของการละเล่นที่ถือได้ว่าตอบสนองต่อความต้องการและความสนใจของเด็กปฐมวัย ซึ่งโดยธรรมชาติของเด็กวัยนี้ชอบการเล่นมาก ดังที่ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  (2541 : 7) กล่าวว่า การละเล่นพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นของภาคใดล้วนเป็นประโยชน์ เพราะการละเล่นเด็กได้เคลื่อนไหว ได้ออกกำลังกาย เกิดความคล่องแคล่วว่องไว ฝึกความอดทน ฝึกการเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดี ฝึกการสังเกตมีปฏิภาณไหวพริบ สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ พร้อมทั้งเกิดความสนุกสนาน การละเล่นจึงถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของเด็กในปัจจุบัน ซึ่งการละเล่นถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญในชีวิตเด็กทุกคน เด็กจะรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้สังเกต ได้มีโอกาสทดลองสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วยตนเอง การเล่นมีอิทธิพลและมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กช่วยพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับคำกล่าวของกุลยา  ตันติผลาชีวะ (2542 : 10) กล่าวว่า การเล่นมีความสำคัญกับเด็กมากไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับเด็กเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก การเล่นจะเป็นการเรียนรู้ของเด็กมากขึ้น และการเล่นของเด็กเป็นการฝึกมารยาทของเด็กได้ดียิ่งขึ้น เด็กจะรู้จักคิด รู้จักการกระทำที่ถูกต้องจากการเล่น รู้จักความยุติธรรม รู้จักการให้การรับและช่วยพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้เจริญเติบโต ผ่อนคลายความตึงเครียด 

2.2      บทบาทของครูในขณะปฏิบัติกิจกรรม การที่เด็กเกิดพฤติกรรมทางสติปัญญาด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านไทยนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ครูมีบทบาทในการยั่วยุให้เด็กเกิดความอยากรู้ อยากทำกิจกรรม พูดชมเชยให้กำลังใจแก่เด็ก ๆ แสดงอาการตอบรับให้กับเด็กในเวลาที่เด็กประสบความสำเร็จในการเล่น การที่เด็กได้รับสิ่งเหล่านี้บ่อย ๆ จะทำให้เด็กเกิดความมั่นใจ และสามารถจดจำได้นาน ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาสติปัญญา                 อีกระดับหนึ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาในการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ซึ่งการละเล่นพื้นบ้านไทยบางชนิด สามารถพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ได้หลายด้าน เช่น การเล่นโพงพาง และการเล่นแมวไล่หนู ส่งเสริมทักษะการสังเกตความเหมือนและความแตกต่าง  การเล่นชนช้าง และการเล่นโยนห่วงเข้าหลัก ส่งเสริมทักษะการเปรียบเทียบขนาด รูปร่าง และปริมาณ  เป็นต้น  เมื่อเด็กได้รับการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านของไทยหลายชนิด ก็จะทำให้เด็กได้ฝึกทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ซ้ำกันหลาย ๆ ครั้ง จึงทำให้เด็กได้ฝึกทักษะและมีการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ได้ดีขึ้น สอดคล้องกับปรัชญาและหลักการการศึกษาปฐมวัย (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2546 : 5) ที่ว่ากล่าวว่า

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา