วิชาการดอทคอม ptt logo

ผลการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแดงเหล่ายอด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ โดย คำหล้า พรหมโลก
ผู้เขียน: คำหล้า พรหมโลก ชมแล้ว: 49,593 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 16 August 2008, 12:52 am ปรับปรุงล่าสุด: Sat 16 August 2008, 12:55 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
หน้า : 1 บทคัดย่อ
หน้า : 2 บทที่ 5

หน้าที่ 1 - บทคัดย่อ

บทคัดย่อ


ชื่องานวิจัย               ผลการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย  โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแดงเหล่ายอด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1


ชื่อผู้วิจัย                    คำหล้า  พรหมโลก


ตำแหน่ง                    ครูชำนาญการ


 


                                การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย  โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแดงเหล่ายอด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์  (1) เพื่อศึกษาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย    ที่ได้รับการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน (2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยในด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน และ (3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยในด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน หลัง      การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ร้อยละ 75  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแดงเหล่ายอด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2550  จำนวน  1  ห้องเรียน  จำนวนนักเรียน  20  คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล มี 2 ชุด คือ (1) แผนการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1  จำนวน  24  แผน (2) แบบทดสอบวัดทักษะทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย  เพื่อวัดทักษะทางภาษา ด้านการฟัง ด้านการพูด ด้านการอ่าน และด้านการเขียน  จำนวน  40  ข้อ  การวิเคราะห์ข้อมูล โดย (1)  วิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานของคะแนนแบบทดสอบวัดทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง  4  ด้าน  คือ            ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน     (2)  เปรียบเทียบคะแนนทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน โดยการทดสอบค่าที  แบบสองกลุ่มที่ไม่เป็นอิสระจากกัน (t-test for dependent samples) และ (3) เปรียบเทียบคะแนนทักษะทางภาษา               ในด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนหลังการจัดประสบการณ์กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 75                โดยการทดสอบค่าที (One Sample  t-test)


                        ผลการวิจัยพบว่า


1.             ผลการวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานของคะแนนแบบทดสอบวัดทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน พบว่า คะแนนเฉลี่ยของทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน ทั้งโดยรวม และรายข้อ หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนจัดประสบการณ์


2.             ผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน พบว่า คะแนนทักษะ      ทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ทั้งโดยรวม และรายข้อ หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนจัดประสบการณ์  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05


3.             ผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะทางภาษาในด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนหลังการจัดประสบการณ์กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 75 พบว่า คะแนนทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้  ร้อยละ 75  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05




หน้าที่ 2 - บทที่ 5

บทที่  5


สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ


 


                        ในการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแดงเหล่ายอด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้สรุปผล อภิปรายผลและให้ข้อเสนอแนะไว้ดังนี้


1.             วัตถุประสงค์ของการศึกษา


2.             ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง


3.             เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล


4.             การวิเคราะห์ข้อมูล


5.             สรุปผล


6.             อภิปรายผล


7.             ข้อเสนอแนะ


 


วัตถุประสงค์ของการศึกษา


1.             เพื่อศึกษาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน


2.             เพื่อเปรียบเทียบทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยในด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน


3.             เพื่อเปรียบเทียบทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยในด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน หลังการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ร้อยละ 75


 


ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง


                        ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแดงเหล่ายอด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2550  จำนวน  1  ห้องเรียน  จำนวนนักเรียน  20  คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)


เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล


                        เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่


1.             แผนการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1  จำนวน  24  แผน โดยสอนวันละ 3 แผน    แผนละ 20 นาที  โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ  2  สัปดาห์ ๆ ละ 4 วัน รวม  8 วัน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550  ทั้งนี้ไม่รวมการทดสอบก่อนและหลังการจัดประสบการณ์


2.             แบบทดสอบวัดทักษะทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย  เป็นแบบทดสอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เพื่อวัดทักษะทางภาษา ด้านการฟัง ด้านการพูด ด้านการอ่าน และด้านการเขียน  จำนวน    40  ข้อ


 


การวิเคราะห์ข้อมูล


                        1.   วิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานของคะแนนแบบทดสอบวัดทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย             และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน


                        2.   เปรียบเทียบคะแนนทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน โดยการทดสอบค่าที     แบบสองกลุ่มที่ไม่เป็นอิสระจากกัน (t-test for dependent samples)


                        3.    เปรียบเทียบคะแนนทักษะทางภาษาในด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนหลังการจัดประสบการณ์กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 75 โดยการทดสอบค่าที (One Sample  t-test)


 


สรุปผล


1.             ผลการวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานของคะแนนแบบทดสอบวัดทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน พบว่า คะแนนเฉลี่ยของทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน ทั้งโดยรวม และรายข้อ หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนจัดประสบการณ์


2.             ผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน พบว่า คะแนนทักษะ      ทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ทั้งโดยรวม และรายข้อ หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนจัดประสบการณ์  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05


3.             ผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะทางภาษาในด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนหลังการจัดประสบการณ์กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 75 พบว่า คะแนนทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้  ร้อยละ 75  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


 


อภิปรายผล


                        จากผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า    ทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนจัดประสบการณ์  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05 และผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะทางภาษาในด้านการฟัง  การพูด  การอ่าน  และการเขียน หลังการจัดประสบการณ์กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 75 พบว่า คะแนนทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้  ร้อยละ75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


                        ทั้งนี้ เนื่องจากการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน เป็นการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ อารมณ์ ความรู้สึก ความสนใจ ประสบการณ์ ทัศนคติและค่านิยมที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ช่วยให้เด็กเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ส่งเสริมความคิดจินตนาการ  และพัฒนาการทางภาษาของเด็กได้ และนิทานเป็นสื่อที่เด็กชอบ โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย  จึงทำให้มีความสนใจในกิจกรรม  เด็กมีความสุขในการฟังนิทาน  อีกทั้งได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เช่น     การร่วมเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับสัตว์ในนิทาน การแสดงบทบาทสมมติ เป็นต้น  ดังที่                   กุลยา  ตันติผลาชีวะ (2546: 46) กล่าวไว้ว่า โดยธรรมชาติของเด็กปฐมวัยส่วนใหญ่จะชอบฟังนิทาน  เพราะนิทานทำให้เกิดความสนุกสาน เพลิดเพลิน และตอบสนองความต้องการของเด็ก  ซึ่งเด็กมักจะรบเร้าให้ผู้ใหญ่เล่านิทานให้ฟังเสมอ  กิจกรรมการเล่านิทานจึงเป็นกิจกรรมที่เด็กชอบ    นิทานจึงเปรียบเสมือนเป็นสิ่งเร้าที่ทำให้เด็กเกิดความสนใจ  ซึ่งความสนใจนี้จะเป็นแรงจูงใจภายในที่มีอานุภาพ  ผลักดันให้ผู้เรียนเกิดความใคร่รู้ ใคร่เรียน นำไปสู่ความงอกงามทางสติปัญญาและพัฒนาการในทุกๆ ด้าน    อีกทั้งในส่วนของเนื้อเรื่องนิทาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ที่นักเรียนคุ้นเคยเป็นอย่างดี เป็นการนำเนื้อเรื่องที่เหมาะสมกับวัย  ใช้ภาษาง่ายๆ มีบทสนทนาของตัวละคร     ที่สามารถให้เด็กแสดงบทบาทสมมติได้ ทำให้เด็กเกิดความสนุกสนาน ตื่นเต้น สร้างความเร้าใจ   ชวนติดตามและเกิดจินตนาการตามไปด้วย  ซึ่งผู้ศึกษายังมุ่งเน้นให้เด็กมีส่วนร่วมในการเล่านิทาน  โดยให้เด็กเล่าเรื่องจากประสบการณ์เกี่ยวกับสัตว์ในนิทาน พร้อมทั้งแสดงบทบาทสมมติ สอดคล้องกับ สัณหพัฒน์  อรุณธารี (2542: 25-27) ที่กล่าวว่า เนื้อเรื่องนิทาน ที่มีตัวละครคุยกัน   การใช้บทสนทนา และเด็กมีส่วนร่วมในการเล่านิทาน จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของ    เด็กได้


                        เมื่อพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน พบว่าโดยภาพรวมหลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนจัดประสบการณ์  และสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้  ร้อยละ75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  กล่าวคือ


1.             ด้านการฟัง  ทักษะในการฟังเป็นทักษะที่สำคัญ  การฟังช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์เพิ่มขึ้น  เพิ่มพูนความสนุกสนาน  ทำให้เด็กเกิดจินตนาการ  ซึ่งนักเรียนที่ได้รับการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน               มีคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดประสบการณ์ เท่ากับ 8.10 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนได้รับการจัดประสบการณ์ ที่นักเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 6.45  เนื่องจากนิทานเป็นตัวกระตุ้นความสนใจให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ เกิดความมั่นใจในตนเอง กล้าคิด กล้าแสดงออก  ดังที่ สมศักดิ์  ปริปุรณะ  (2542: 60)  กล่าวไว้ว่า นิทานช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาความสามารถในการคิดควบคู่ไปกับการพัฒนาความสามารถทางภาษา ซึ่งพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยที่เด่นชัดที่สุดคือ  การฟัง และการพูด เพราะเด็กปฐมวัยยังอ่านและเขียนไม่ได้ จะใช้การฟังและการพูดเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ  ในขณะเดียวกันจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กก็ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปด้วย  ดังนั้น กิจกรรมการเล่านิทานจึงเป็นกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ส่งเสริมการคิด    การฟัง และการพูดของเด็กได้เป็นอย่างดี  สอดคล้องกับงานวิจัยของ วิภาวรรณ  ยาประดิษฐ์ (2549: 130) ที่ศึกษาการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นอนุบาล 1 โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานและกิจกรรมการศึกษานอกห้องเรียน ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน   มีคะแนนเฉลี่ยทักษะภาษาไทย ด้านการฟัง หลังการจัดประสบการณ์ เท่ากับ  7.44  จากคะแนนเต็ม  8  คะแนน คิดเป็นร้อยละ 92.96 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนได้รับการจัดประสบการณ์


2.             ด้านการพูด ทักษะด้านการพูดถือว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ของเด็กปฐมวัย  ซึ่งนักเรียนที่ได้รับการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน มีคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดประสบการณ์ เท่ากับ 8.30 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนได้รับการจัดประสบการณ์ ที่นักเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 6.45  เนื่องจากผู้ศึกษาได้เปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการเล่านิทาน โดยให้เด็กได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับสัตว์ในนิทาน และเล่านิทานซ้ำตามประสบการณ์ที่ฟังมาและตามความเข้าใจ ทำให้เด็กกล้าแสดงออก และใช้ความคิดอย่างเสรีร่วมกับเพื่อนๆ  สอดคล้องกับ สมศักดิ์  ปริปุรณะ  (2542: 60) ที่กล่าวว่า กิจกรรมการสอนให้เด็กได้คิดโดยใช้การพูดและฟังเป็นสื่อ ทำให้เด็กเกิดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งขยายประสบการณ์ในการเรียนรู้ของเด็ก ก่อให้เกิดพัฒนาการอันเหมาะสมกับวัย อันได้แก่ พัฒนาการทางกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และสอดคล้องกับงานวิจัยของ อรัญญา  เพิ่มพีรพัฒน์ (2548: บทคัดย่อ)  ที่ศึกษาความสามารถทางภาษาของเด็กปฐมวัยที่ใช้นิทานพื้นบ้านเป็นสื่อเสริมประสบการณ์  ผลการศึกษาพบว่า ความสามารถทางภาษาของเด็กปฐมวัยหลังการจัดประสบการณ์โดยใช้นิทานพื้นบ้านเป็นสื่อเสริมประสบการณ์ ในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน สูงกว่าความสามารถทางภาษาก่อนการจัดประสบการณ์โดยใช้นิทานพื้นบ้านเป็นสื่อเสริมประสบการณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกด้าน             โดยค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนแบบทดสอบวัดความสามารถทางภาษาของเด็กปฐมวัยที่ใช้นิทานพื้นบ้านเป็นสื่อเสริมประสบการณ์ด้านการพูด โดยภาพรวมหลังการจัดประสบการณ์  มีค่าเท่ากับ 9.08 และ 0.74  สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์ ที่มีค่าเท่ากับ 8.12              และ 0.77  ตามลำดับ


3.             ด้านการอ่าน นักเรียนที่ได้รับการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน มีคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดประสบการณ์ เท่ากับ 8.05 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนได้รับการจัดประสบการณ์ ที่นักเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 6.85  เนื่องจาก นักเรียนที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน  ได้ฝึกการสังเกตภาพในนิทานที่สัมพันธ์กับความหมาย รวมถึงความแตกต่างของภาพ เพราะในการจัดกิจกรรม นักเรียนได้มีโอกาสเป็นผู้เล่านิทาน นักเรียนจึงมีประสบการณ์จากการทำกิจกรรม  สอดคล้องกับ กุลยา ตันติผลาชีวะ (2541: 11-12)  ที่กล่าวว่า การเล่านิทานให้เด็กฟังนั้น จะทำให้เด็กได้พัฒนาภาษาและความคิด       ครูควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เป็นผู้เล่านิทาน เพราะจะช่วยให้เด็กได้แสดงออกถึงการขยายความคิดของตนให้กระจ่าง และสอดคล้องกับ เกริก ยุ้นพันธ์ (2542: 20-22)  ที่กล่าวถึงการนำเอานิทานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนว่า นิทานใช้ฝึกทักษะด้านการอ่าน ช่วยให้เด็กรักการอ่าน เป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของเด็กต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ                  มาลิณี  พลสูงเนิน (2548: บทคัดย่อ)  ได้ศึกษาผลการพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยการเล่านิทานประกอบหุ่นมือ ชั้นอนุบาลปีที่  2  ผลการศึกษา  พบว่า  นักเรียนมีคะแนนความพร้อมด้านการอ่านหลังเรียนเพิ่มจากก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิต         ที่ระดับ .05  และนักเรียนอนุบาลที่เรียนตามแผนการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อม             ด้านการอ่าน โดยการเล่านิทานประกอบหุ่นมือ  มีคะแนนเฉลี่ยความพร้อมด้านการอ่านมากกว่านักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดประสบการณ์แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05  


4.             ด้านการเขียน  นักเรียนที่ได้รับการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะ             ทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน มีคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดประสบการณ์ เท่ากับ 7.50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนได้รับการจัดประสบการณ์ ที่นักเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 5.85  ซึ่งจะเห็นว่ามีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทุกด้านเมื่อเทียบกับทักษะด้านอื่นๆ  เนื่องจาก การเขียนของเด็กปฐมวัยเป็นเพียงการเตรียมความพร้อม ดังที่ กรมวิชาการ (2546: 120) ได้กำหนดพัฒนาการด้านการเขียนในหลักสูตรการศึกษาการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 คือ เด็กอายุ 3-4 ปี เขียนคล้ายตัวอักษร เด็กอายุ  4  ปี รู้ความสัมพันธ์ระหว่างสัญลักษณ์ สามารถเขียนชื่อตนเอง ลอกคำต่างๆ  เด็กอายุ  5  ปี      คิดเขียนคำได้ จากที่กล่าวมาจะเห็นว่านักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 มีความสามารถด้านการเขียนที่มีความสัมพันธ์กับตัวอักษร ดังนั้นนักเรียนที่ได้รับการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน ก็ย่อมมีความคุ้นเคยกับตัวอักษรในภาพนิทาน ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการทักษะด้านการเขียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ รัญจวน  ประโมจนีย์ (2544: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาผลการจัดกิจกรรมเสริมการเล่านิทานประกอบภาพที่มีต่อความสามารถด้านการเขียนของเด็กปฐมวัย ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถด้านการเขียนของเด็กปฐมวัยก่อนการจัดกิจกรรมและระหว่างการจัดกิจกรรมเสริมการเล่านิทานประกอบภาพในแต่ละช่วงสัปดาห์              มีความสามารถด้านการเขียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยเด็กปฐมวัย                 มีความสามารถด้านการเขียนระหว่างการจัดกิจกรรมเสริมการเล่านิทานประกอบภาพในแต่ละช่วงสัปดาห์สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม


 


ข้อเสนอแนะ


1.              ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้





*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 1 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 20 มี.ค. 2552 (14:13)

เนื้อหาทำได้น่าสนใจค่ะ


na_111na
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง






udompalasuk
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 10,360 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 54 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน