การพับ ORIKAMI ทีละขั้นตอน | วิชาการ.คอม


การพับ ORIKAMI ทีละขั้นตอน

อยากรู้มั้ยค่ะ ... ว่ากระดาษ 1 แผ่น สามารถสร้างสรรค์ให้เกิดผลงานระดับโลกได้อย่างไรบ้าง เข้ามาพิสูจน์ได้เลยค่ะ

ผู้เขียน Kulaseng ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด
สารบัญ

การพับรูปแบบต่างๆ

              Culture Paper ในยุคแห่งความเจริญด้วยเทคโนโลยี เช่น ปัจจุบัน กระดาษยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการถ่ายทอดวิทยาการ การสื่อสาร และกิจกรรมสร้างสรรค์ในงานศิลปะ งานวัฒนธรรมที่เรียกว่า Culture Paper เช่นใช้เป็นกระดาษเขียนภาพ เขียนโคลงกลอน บัตรอวยพร นามบัตร พัด ตุ๊กตา โคมไฟ ร่ม ประดิษฐ์ดอกไม้ กระดาษห่อของขวัญ ศิลปะกระดาษตัดแบบจีน รวมถึงการพับกระดาษโอริงามิ

             การพับกระดาษแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหลากสีเป็นรูปทรงต่าง ๆ (โอริงามิ) เป็นการใช้เวลายามว่างที่นิยมกันมาก กระดาษเพียงแผ่นเดียว สามารถเปลี่ยนรูปทรงเป็น สุนัข นก และแม้กระทั่งลิงกอริลล่า มีประเพณีที่เมื่อบุคคลใดป่วยหนัก ญาติและเพื่อนฝูงจะพับนกกระเรียนกระดาษหนึ่งพันตัวเป็นการ สวดอวยพรให้คนป่วยฟื้นไข้และหายดี โอริงามิเริ่มเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ในความเป็นจริง มีสมาคมโอริงามิเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศต่าง ๆ ถึง 17 ประเทศ

             โอริงามิ (ORIGAMI) เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลตรงตัวว่า การพับกระดาษ ได้มีการแปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก ต่อมาจึงแปล เป็นภาษาอื่นๆ อีก แต่ยังคงให้เกียรติเรียกทับศัพท์ว่า ออริกามิ ตามต้นฉบับที่สืบทอดมาจากวัฒนธรรมประเพณีอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นในเรื่องการพับกระดาษ

            ทุกวันนี้ชาวญี่ปุ่นมักจะผูกติดของที่ระลึกเล็กๆ ซึ่งพับจากกระดาษ เรียกว่า โนชิ ไปกับห่อของขวัญด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่าประเพณีการพับกระดาษนี้ ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน การพับกระดาษเป็นของเล่นได้แพร่จากญี่ปุ่นสู่ยุโรปเมื่อประมาณ ค.ศ.1880 (พ.ศ.2423) โดยนักแสดงมายากลบนเวที และนักศึกษา ชาวญี่ปุ่นก็มีส่วนเผยแพร่วิธีพับนกกระเรียนกางปีก http://www.origami-club.com/fruit/autumn/index.htmคลิกปุ่มซ้ายจะเจอสิ่งนี้ค่ะ คลิกปุ่มขวาจะเจอสิ่งนี้ ค่ะ*************--------------------***************

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา