การผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสุกรเพื่อลดมลภาวะ เป็นแหล่งพลังงานทดแทน แสงสว่างและความร้อนของครัวเรือนในชุมชน | วิชาการ.คอม


การผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสุกรเพื่อลดมลภาวะ เป็นแหล่งพลังงานทดแทน แสงสว่างและความร้อนของครัวเรือนในชุมชน

สารบัญ

ก๊าซชีวภาพจากมูลสุกร

อาจารย์ กำชัย       ตันติกาพงศ์  อาจารย์จากคณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน  มหาวิทยาลัยทักษิณ  วิทยาเขตพัทลุง ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ  กล่าวว่า  จากการที่จังหวัดพัทลุงเป็นเมืองด้านการเกษตรทั้งการกสิกรรมและการปศุสัตว์  โดยการปศุสัตว์ของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นการทำปศุสัตว์โดยเกษตรกรรายย่อย  โดยเฉพาะการเลี้ยงสุกรที่มีปริมาณการเลี้ยงและจำนวนเกษตรกรมากที่สุดในเขตปศุสัตว์เขต 9  ซึ่งการทำฟาร์มปศุสัตว์นอกจากผลผลิตที่เป็นตัวสัตว์แล้ว  ยังมีของเสียจากการทำปศุสัตว์ได้แก่ มูล  และน้ำเสีย  ซึ่งเป็นต้นเหตุในการก่อให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่น  แมลงวัน     และพาหะนำโรคจากฟาร์มปศุสัตว์ออกมากับกระบวนการผลิตด้วย  ของเสียเหล่านี้หากไม่มีระบบ  บริหารจัดการที่ดีจะก่อปัญหาต่อเกษตรกร  ชุมชนรอบข้าง  และเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเพิ่มอัตราการเกิดสภาวะโลกร้อนอันเนื่องจากแก็สมีเทน เป็นต้น  แต่หากได้รับการบริหารจัดการที่ดีเช่นการนำของเสียเหล่านั้นมาผลิตเป็นแก๊สชีวภาพ (Biogas digester)  นอกจากจะเป็นการลดมลภาวะที่จะปล่อยออกสู่ธรรมชาติแล้ว  เกษตรกรยังสามารถนำแก๊สชีวภาพที่ผลิตได้ไปใช้ประโยชน์เป็นพลังงานสำหรับการหุงต้ม  เชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์  หรือเพื่อให้แสงสว่างเช่น ตะเกียงแก๊สชีวภาพ  ได้อีกทางหนึ่งด้วย แต่ในขั้นตอนของการนำมูลสัตว์มาผลิตเป็นก๊าชชีวภาพ  เกษตรกรจะติดขัดปัญหาเรื่องรูปแบบ   และต้นทุนในการสร้างบ่อแก๊สชีวภาพที่มีราคาที่ค่อนข้างสูง 

 คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน  มหาวิทยาลัยทักษิณ จึงได้ร่วมกับภาควิชาสัตวศาสตร์                คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.ดร. สุชน  ตั้งทวีวิพัฒน์ หัวหน้าทีมงาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา  จังหวัดน่าน (อาจารย์ องอาจ  ส่องสี) ได้คิดค้นวิธีการในการทำบ่อหมักแก๊สชีวภาพ    ซึ่งเหมาะสมต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย  โดยตัวบ่อมีขนาด 7-8 ลูกบาศก์เมตร  ใช้เงินลงทุนเพียงบ่อละ   3,000 บาท  สามารถผลิตแก๊สชีวภาพใช้สำหรับการหุงต้มในครัวเรือนหรือปรุงอาหารเพื่อจำหน่ายในชุมชนได้วันละ  5-7 ชั่วโมง หรือเท่ากับประหยัดค่าแก๊สหุงต้ม (LPG) ได้เดือนละ  5 ถัง หรือเท่ากับเงินจำนวน 1,350  บาทต่อเดือน  นอกจากนี้ยังนำไปจุดตะเกียงเจ้าพายุ (เดิมใช้น้ำมันก๊าดมาประยุกต์ปรับแต่งให้ใช้แก๊สชีวภาพ) ทำให้เกิดแสงสว่างตามบริเวณรั้ว หรือฟาร์ม สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าจากการเปิดหลอดไฟได้จำนวน  2-4 ดวง  ขนาดดวงละ  20-40 วัตต์

ประโยชน์ของบ่อก๊าซชีวภาพ

1.  พลังงานความร้อน  ก๊าซชีวภาพ   1   ลูกบาศก์เมตร   สามารถให้พลังงานเทียบเท่ากับ

                -  ก๊าซหุงต้ม (LPG)                             =             0.46          กิโลกรัม

                -  น้ำมันเบนซิน                                   =            0.67          ลิตร

                -  น้ำมันเตา                                           =            0.55          ลิตร

                -  พลังงานไฟฟ้า                                 =       1.2 - 1.4   กิโลวัตต์ชั่วโมง

2.    ลดปัญหาคุณภาพน้ำทิ้ง  น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วสามารถควบคุม   

       คุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กรมควบคุมมลพิษ  กำหนดได้

3.    ลดปัญหามลภาวะจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ได้แก่  กลิ่น  แมลงวัน

4.    สามารถประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ร่วมกับการดำรงชีวิต

       ของประชาชนในชุมชนใกล้เคียงได้

        5.   สามารถใช้ผลผลิตก๊าซชีวภาพสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน

       ปุ๋ยอินทรีย์ตัวอย่าง  ผลผลิตจากระบบการผลิตก๊าซชีวภาพ (biogas system) ของฟาร์มปากช่อง 

บริษัท พันธุ์สุกรไทย - เดนมาร์ค จำกัด (มหาชน)

ข้อมูลเบื้องต้น         **   จำนวนสุกร      17,000    ตัว  **

- มูลสด                                  17,975     กก./วัน    ( เฉลี่ย        1.06   กก./ตัว/วัน )

- ปัสสาวะ                             44,940     ลิตร/วัน   ( เฉลี่ย        2.64    ลิตร/ตัว/วัน )

-           น้ำล้างคอก                           314,574   ลิตร/วัน   ( เฉลี่ย     18.504   ลิตร/ตัว/วัน )

  **   รวมน้ำเสียจากสุกร   1  ตัว  อยู่ระหว่าง   20 - 22    ลิตร/ตัว/วัน    **

ผลผลิตที่ได้จากระบบการผลิตก๊าซชีวภาพ

1.       ก๊าซชีวภาพ                                           1,000      ลบ.ม./วัน

2.       ผลิตกระแสไฟฟ้า                                160          กิโลวัตต์ชั่วโมง

3.       ปุ๋ยอินทรีย์                                             3,000      กิโลกรัม/วัน

4.       น้ำที่บำบัดแล้ว                                      160        ลบ.ม.

 -  ค่า BOD    20   มิลลิกรัม/ลิตร   ก่อนเข้าบำบัด    8,000  มิลลิกรัม/ลิตร

 -  ค่า COD   130  มิลลิกรัม/ลิตร   ก่อนเข้าบำบัด  17,000  มิลลิกรัม/ลิตร

* ( ค่า BOD, COD ที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด   60, 300  มิลลิกรัม/ลิตร)

 

ผลประโยชน์ที่ได้รับ

1. ก๊าซชีวภาพสำหรับจุดเครื่องกกสุกร                           มูลค่า          60,000   บาท/เดือน

 2.   ผลิตกระแสไฟฟ้า                                                         มูลค่า         10,000   บาท/เดือน

 3.   ผลิตปุ๋ยอินทรีย์                                                              มูลค่า         50,000    บาท/เดือน

 4.   เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  (ปลอดกลิ่น , แมลงวัน)  มูลค่ามหาศาล

               

                ผู้สนใจติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์ กำชัย  ตันติกาพงศ์   อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์  คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน  มหาวิทยาลัยทักษิณ  โทรศัพท์  081-9635922   หรือ  074-693996  หรือที่งานประชาสัมพันธ์  โทร.  074-609600   ต่อ  7202ข้อมูลเพิ่มเติม    ก๊าซชีวภาพ หรือไบโอก๊าซคือ ก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการย่อยสลายสารอินทรีย์

การคำนวณปริมาณก๊าซ สุกร 1 ตัว ผลิตก๊าชได้ 0.24 ลบ.ม./วัน ถ้าใช้ก๊าช 1 เตา วันละ 2 ชั่วโมง เท่ากับ 1.4 ลบ.ม. เท่ากับใช้สุกร 1.4/0.24 = 6 ตัว  (สุกร 1 ตัวให้มูลเฉลี่ย 4 กก./วัน สุกร 6 ตัว ให้มล = 4 x 6 = 24 กก )   ก๊าชชีวภาพ 1 ลูกบาศก์เมตร มีประสิทธิภาพเท่ากับ  ก๊าชมีเทน 0.62 ลบ.ม.   ก๊าชธรรมชาติ 0.55 ลบ.ม.

น้ำมันเบนซิน 0.70 ลิตร

               

 

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา