วิชาการดอทคอม ptt logo

การพัฒนาแบบฝึกการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านตำแย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1

นางปัทมา ผาสุขมูล
ผู้เขียน: นางปัทมา ผาสุขมูล ชมแล้ว: 9,975 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 22 September 2008, 12:18 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 22 September 2008, 12:19 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
หน้า : 1 บทคัดย่อ
หน้า : 2 บทที่ 5

หน้าที่ 2 - บทที่ 5

 


บทที่  5

สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

 

                        การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกการเขียนสะกดคำ ตามเกณฑ์เกณฑ์ 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนก่อนและหลังเรียน พร้อมทั้งหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกการเขียนสะกดคำ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านตำแย  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1         ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2550   จำนวน 17  คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ (1) แบบฝึกการเขียนสะกดคำ  จำนวน  12  ชุด  และ (2)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การเขียนสะกดคำ  จำนวน 30 ข้อ  ซึ่งสรุปผลและอภิปรายผล พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ ได้ดังต่อไปนี้

 

สรุปผลการศึกษา

1.             แบบฝึกการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2   มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้  โดยได้เกณฑ์ประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.80/83.14

2.             นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  มีผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนหลังเรียนสูงกว่า       ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้

3.             ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกการเขียนสะกดคำ  สำหรับนักเรียน                     ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  มีค่าเท่ากับ  0.6878  หรือคิดเป็นร้อยละ  68.78

 

อภิปรายผล

                        จากการวิจัยครั้งนี้ สามารถอภิปรายผลได้ ดังนี้    

1.              แบบฝึกการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2                   มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  โดยมีประสิทธิภาพ  82.80/83.14  หมายความว่า คะแนนระหว่างการจัดกระบวนการเรียนจากแบบฝึกการเขียนสะกดคำ ทั้ง 12 ชุด  ได้ค่าเฉลี่ย เท่ากับ  82.80  และคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียน หลังการใช้แบบฝึกการเขียนสะกดคำ  ได้ค่าเฉลี่ย 83.14  สูงกว่า เกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80  ที่ตั้งไว้ สอดคล้องกับงานวิจัยของ สุพรรษา  สงวนศิลป์ (2544: บทคัดย่อ) ได้ศึกษา เรื่อง การสร้างแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำยาก จากหนังสือเรียนชุดทักษะสัมพันธ์สำหรับชั้นประถมศึกาปีที่ 2 ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำยากที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 90.63/85.52 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ และความสามารถในการเขียนสะกดคำยากของกลุ่มตัวอย่าง หลังการใช้แบบฝึกสูงกว่าก่อนใช้แบบฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้เป็นเพราะแบบฝึกการเขียนสะกดคำ         ผู้ศึกษาสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนของนักเรียน โดยเน้นให้นักเรียนได้ฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะและการเรียนรู้  อีกทั้งแบบฝึกการเขียนสะกดคำที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นยังได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้สอนจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจากผลการประเมินดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 ท่าน พบว่า มีความคิดเห็นสอดคล้อง มีค่าระหว่าง 0.66 ถึง 1.00 ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบบฝึกการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  โดยมีประสิทธิภาพ  82.80/83.14 

2.             แบบฝึกการเขียนสะกดคำ  มีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ  0.6873  หมายถึง นักเรียนมีความก้าวหน้าด้านการเขียนหลังจากเรียนด้วยแบบฝึกการเขียนสะกดคำ คิดเป็นร้อยละ  68.73  และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  มีผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ และสอดคล้องกับผลการวิจัยของนิพาพร  วงษ์ศิลา (2545: 58) ได้ศึกษา เรื่อง  การพัฒนาแบบฝึกทักษะการสะกดคำยากวิชาภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัย พบว่า แบบฝึกทักษะที่สร้างขั้นมีประสิทธิภาพ 80.17/83.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ .068    ซึ่งหมายความว่า แบบฝึกชุดนี้มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ผลการเรียนของนักเรียนเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่สูงขึ้นร้อยละ 68  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะแบบฝึกการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เรียงลำดับจากง่ายไปหายาก มีรูปภาพประกอบ รูปแบบน่าสนใจ หลากหลายรูปแบบ ใช้ภาษาเหมาะสมกับวัยและระดับของผู้เรียน อีกทั้งยังสามารถทบทวน ฝึกฝนเพื่อหาความรู้ต่างๆ ที่ได้เรียนไปแล้วให้เกิดเป็นความจำจนสามารถปฏิบัติได้ด้วยความชำนาญ และให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งแบบฝึกการเขียนที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นยังได้รับการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องตามคำแนะนำ และข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ ได้ผ่านขั้นตอนการทดลองหาประสิทธิภาพกับนักเรียนรายบุคคล นักเรียนกลุ่มเล็ก ปรับปรุงแก้ไข และผ่านการประเมินความเหมาะสมจาก ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แบบฝึกการเขียนสะกดคำ สามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนของนักเรียนสูงขึ้น ดังที่ วิมลรัตน์  สุนทรวิโรจน์ (2545: 131) กล่าวถึงความสำคัญของแบบฝึกว่า แบบฝึกเป็นเทคนิคการสอนที่สนุกอีกวิธีหนึ่ง คือ การให้นักเรียนทำแบบฝึกมากๆ สิ่งที่จะช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการทางการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาได้ดีขึ้นคือแบบฝึก เพราะนักเรียนนำความรู้ที่เรียนมาแล้วมาฝึกให้เกิดความเข้าใจกว้างขวางยิ่งขึ้น

                                จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้แบบฝึกการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน  นักเรียนมีความก้าวหน้าด้านการเขียนหลังจากเรียนด้วยแบบฝึกการเขียนสะกดคำ  และมีผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

 

ข้อเสนอแนะ

1.              ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้

1.1       ครูผู้สอนควรให้ความสนใจในการสร้างแบบฝึกการเขียนสะกดคำ หรือนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพราะเป็นสื่อการเรียนรู้ที่สามารถช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้

1.2      ครูผู้สอนควรศึกษาขั้นตอนในการนำแบบฝึกการเขียนสะกดคำไปใช้ให้เข้าใจ มีการวางแผนและดำเนินการฝึกอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียน     อย่างแท้จริง

2.              ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป

2.1  ควรมีการพัฒนาแบบฝึกการเขียนสะกดคำในระดับชั้นอื่นๆ

2.2  ควรมีการเปรียบเทียบวิธีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกการเขียนสะกดคำกับการจัดการเรียนการสอนโดยรูปแบบอื่นๆ

 

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 1 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 20 ม.ค. 2552 (20:38)
อยากดูนวัตกรรมที่ผลิตออกมาใช้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคคลอื่น
ครูซุล
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง






udompalasuk
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 10,292 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 54 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน