วิชาการดอทคอม ptt logo

การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านขุมเหล็ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอำนาจเจริญ

นางรติยา จินดากุล
ผู้เขียน: นางรติยา จินดากุล ชมแล้ว: 29,673 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 22 September 2008, 12:20 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 22 September 2008, 12:22 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
หน้า : 1 บทคัดย่อ
หน้า : 2 บทที่ 5

หน้าที่ 2 - บทที่ 5

 


บทที่  5

สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

 

                        การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย  ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน  และเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่ผ่านการเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านขุมเหล็ก  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอำนาจเจริญ  ภาคเรียนที่ 2                       ปีการศึกษา 2550   จำนวน 17  คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ (1) บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย จำนวน  7  ชุด  (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก  จำนวน 40 ข้อ และ (3)  แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป  จำนวน  20  ข้อ  ผู้ศึกษาได้สรุปผล และอภิปรายผล พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้

 

สรุปผลการศึกษา

1.             บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ เท่ากับ  80.67/82.10 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน  80/80  ที่ตั้งไว้

2.             นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่       ระดับ .05

3.             นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผ่านการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย  มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย โดยรวมอยู่ในระดับมาก  มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ ( = 4.22)

 

อภิปรายผล

                        จากการวิจัยครั้งนี้ สามารถอภิปรายผลได้ ดังนี้    

1.             บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ เท่ากับ  80.67/82.10 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน  80/80  ที่ตั้งไว้ สอดคล้องกับงานวิจัยของ วรรณภา  สวัสดิรักษา (2542: บทคัดย่อ)  ที่ได้ศึกษา เรื่อง การหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา เรื่อง เสียงในภาษาไทย วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1                   ผลการศึกษาพบว่า บทเรียนสำเร็จรูปที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.20/81.11  สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ 80/80  และสอดคล้องกับ  ณัฐวุฒิ  ประวันรัมย์ (2545: บทคัดย่อ) ได้ศึกษา เรื่อง การหาประสิทธิภาพของบทเรียนโปรแกรมแบบเส้นตรง วิชาภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความ ตอน องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการอ่านจับใจความ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6   ผลการศึกษาพบว่า บทเรียนโปรแกรมแบบเส้นตรง เรื่อง การอ่านจับใจความ มีประสิทธิภาพ 98.05/98.05  และมีดัชนีประสิทธิผล (E.I) = .53  ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้  ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง  ชนิดของคำในภาษาไทย  ได้ผ่านการพัฒนาอย่างมีระบบตาม ขั้นตอนการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป ตั้งแต่การศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การศึกษาหลักการ เทคนิค  กระบวนการสร้างบทเรียนสำเร็จรูป การกำหนดเนื้อหาในบทเรียนให้สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง การพัฒนาบทเรียนโดยคำนึงถึงวัย พื้นฐานความรู้เดิมของนักเรียน มีการเรียงลำดับเนื้อหาจากง่ายไปหายาก ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย  อีกทั้งบทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้ศึกษาพัฒนาขึ้นได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านเนื้อหาและรูปแบบ ได้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพเพื่อหาข้อบกพร่องและได้ปรับปรุงแก้ไขตามข้อบกพร่องที่พบก่อนมาทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง

2.             นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่       ระดับ .05  เป็นไปตามสมมติฐาน ทั้งนี้อาจมาจากบทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีการเสนอเนื้อหาความรู้ในบทเรียนครอบคลุมผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และนักเรียนเกิดการเรียนรู้จากการเรียน และสามารถนำความรู้ที่ได้จากบทเรียนมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และตอบคำถามในแบบทดสอบได้ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องชนิดของคำในภาษาไทยสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ วิทยา  โพธิ์พลิก (2546: บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษา เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนจากบทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตเรื่อง ไฟฟ้า  ผลการวิจัยพบว่า  1) บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรงที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เทียบกับผลการวิจัยที่ดำเนินการทดลองที่ออกมา เท่ากับ (92.68/91.76)  2)  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  และบุญลักษณ์  เอี่ยมสำอาง (2541: บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษาเรื่อง การสร้างบทเรียนสำเร็จรูปสำหรับการสอนซ่อมวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง รูปลักษณ์ของคำ สำหรับใช้ในการสอนซ่อมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 85.29/84.42  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.             นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผ่านการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย  มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย โดยรวมอยู่ในระดับมาก  มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ ( = 4.22)  ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากบทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เป็นสื่อการสอนที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง  สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล  นักเรียน เกิดความมั่นใจในการเรียนรู้ด้วยตนเองว่าจะสามารถประสบผลสำเร็จได้  เพราะการเรียนรู้จะค่อยๆ  พัฒนาทีละขั้นจากง่ายไปหายาก ศึกษาได้ทั้งในและนอกห้องเรียน และจากการทดลองครั้งนี้ผู้ศึกษาสังเกตพบว่านักเรียนมีความกระตือรือร้นในการศึกษาบทเรียน เพื่อต้องการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนต่อ ๆ ไป ทำให้นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดชอบใจ พึงพอใจกับการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน       ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ศิริวรรณ  วรรณสุทธิ์ (2545: บทคัดย่อ)  ได้ศึกษาการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง เรื่อง แรง กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผลการศึกษาพบว่า บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง เรื่อง แรง กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.25/83.00 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.77  แสดงว่านักเรียนที่เรียนโดยบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  และนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก

 

ข้อเสนอแนะ

1.              ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้

1.1       จากผลการศึกษา พบว่า บทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน  80/80  ที่กำหนดไว้  ดังนั้น ครูผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้องควรนำบทเรียนสำเร็จรูปไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนในระดับชั้นแระถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนอื่นให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

1.2      จากผลการศึกษา พบว่า นักเรียนมีความคิดเห็นต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปอยู่ในระดับมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่ถูกต้องและเหมาะสมให้กับนักเรียน ครูผู้สอนควรทำการเพิ่มกรอบฝึกหัดให้นักเรียนได้มีการปฏิบัติให้มีจำนวนมากหลากหลายยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ให้ความรู้ที่แปลกใหม่แก่นักเรียนด้วย

 

2.              ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป

2.1  ควรศึกษาเกี่ยวกับการสร้างบทเรียนสำเร็จรูปในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในเรื่องอื่นๆ และในระดับชั้นต่างๆ

2.2  ควรมีการเปรียบเทียบวิธีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปกับการจัดการเรียนการสอนโดยรูปแบบอื่นๆ

 

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






udompalasuk
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 10,166 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 54 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน