|
บทที่ 5
สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน และเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่ผ่านการเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านขุมเหล็ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอำนาจเจริญ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 17 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ (1) บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย จำนวน 7 ชุด (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ (3) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป จำนวน 20 ข้อ ผู้ศึกษาได้สรุปผล และอภิปรายผล พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้
สรุปผลการศึกษา
1. บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.67/82.10 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผ่านการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ ( = 4.22)
อภิปรายผล
จากการวิจัยครั้งนี้ สามารถอภิปรายผลได้ ดังนี้
1. บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.67/82.10 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้ สอดคล้องกับงานวิจัยของ วรรณภา สวัสดิรักษา (2542: บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษา เรื่อง การหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปแบบสาขา เรื่อง เสียงในภาษาไทย วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการศึกษาพบว่า บทเรียนสำเร็จรูปที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.20/81.11 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ 80/80 และสอดคล้องกับ ณัฐวุฒิ ประวันรัมย์ (2545: บทคัดย่อ) ได้ศึกษา เรื่อง การหาประสิทธิภาพของบทเรียนโปรแกรมแบบเส้นตรง วิชาภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความ ตอน องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการอ่านจับใจความ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการศึกษาพบว่า บทเรียนโปรแกรมแบบเส้นตรง เรื่อง การอ่านจับใจความ มีประสิทธิภาพ 98.05/98.05 และมีดัชนีประสิทธิผล (E.I) = .53 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย ได้ผ่านการพัฒนาอย่างมีระบบตาม ขั้นตอนการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป ตั้งแต่การศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาหลักการ เทคนิค กระบวนการสร้างบทเรียนสำเร็จรูป การกำหนดเนื้อหาในบทเรียนให้สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง การพัฒนาบทเรียนโดยคำนึงถึงวัย พื้นฐานความรู้เดิมของนักเรียน มีการเรียงลำดับเนื้อหาจากง่ายไปหายาก ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย อีกทั้งบทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้ศึกษาพัฒนาขึ้นได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านเนื้อหาและรูปแบบ ได้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพเพื่อหาข้อบกพร่องและได้ปรับปรุงแก้ไขตามข้อบกพร่องที่พบก่อนมาทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐาน ทั้งนี้อาจมาจากบทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีการเสนอเนื้อหาความรู้ในบทเรียนครอบคลุมผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และนักเรียนเกิดการเรียนรู้จากการเรียน และสามารถนำความรู้ที่ได้จากบทเรียนมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และตอบคำถามในแบบทดสอบได้ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องชนิดของคำในภาษาไทยสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ วิทยา โพธิ์พลิก (2546: บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษา เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนจากบทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตเรื่อง ไฟฟ้า ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรงที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เทียบกับผลการวิจัยที่ดำเนินการทดลองที่ออกมา เท่ากับ (92.68/91.76) 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และบุญลักษณ์ เอี่ยมสำอาง (2541: บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษาเรื่อง การสร้างบทเรียนสำเร็จรูปสำหรับการสอนซ่อมวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง รูปลักษณ์ของคำ สำหรับใช้ในการสอนซ่อมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 85.29/84.42 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผ่านการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ ( = 4.22) ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากบทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เป็นสื่อการสอนที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล นักเรียน เกิดความมั่นใจในการเรียนรู้ด้วยตนเองว่าจะสามารถประสบผลสำเร็จได้ เพราะการเรียนรู้จะค่อยๆ พัฒนาทีละขั้นจากง่ายไปหายาก ศึกษาได้ทั้งในและนอกห้องเรียน และจากการทดลองครั้งนี้ผู้ศึกษาสังเกตพบว่านักเรียนมีความกระตือรือร้นในการศึกษาบทเรียน เพื่อต้องการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนต่อ ๆ ไป ทำให้นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดชอบใจ พึงพอใจกับการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ศิริวรรณ วรรณสุทธิ์ (2545: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง เรื่อง แรง กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผลการศึกษาพบว่า บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง เรื่อง แรง กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.25/83.00 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.77 แสดงว่านักเรียนที่เรียนโดยบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
ข้อเสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้
1.1 จากผลการศึกษา พบว่า บทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้ ดังนั้น ครูผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้องควรนำบทเรียนสำเร็จรูปไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนในระดับชั้นแระถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนอื่นให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
1.2 จากผลการศึกษา พบว่า นักเรียนมีความคิดเห็นต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปอยู่ในระดับมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่ถูกต้องและเหมาะสมให้กับนักเรียน ครูผู้สอนควรทำการเพิ่มกรอบฝึกหัดให้นักเรียนได้มีการปฏิบัติให้มีจำนวนมากหลากหลายยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ให้ความรู้ที่แปลกใหม่แก่นักเรียนด้วย
2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรศึกษาเกี่ยวกับการสร้างบทเรียนสำเร็จรูปในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในเรื่องอื่นๆ และในระดับชั้นต่างๆ
2.2 ควรมีการเปรียบเทียบวิธีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปกับการจัดการเรียนการสอนโดยรูปแบบอื่นๆ


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |