การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ | วิชาการ.คอม


การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

สารบัญ

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง                   การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

                        โรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์ 

ผู้วิจัย            สมชาย  พันธุ์ควณิชย์

 

 

บทคัดย่อ

 

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก  เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะดังนี้ 

1)  เพื่อศึกษาสภาพปัญหา  และความต้องการการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  2)  เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  3)  เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  4)  เพื่อประเมินความพึงพอใจของ  บ้าน  วัด  โรงเรียน  ที่มีต่อรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์

            วิธีการวิจัยมี  4  ขั้นตอน  ดังนี้  1)  ศึกษาสภาพปัญหาสภาพปัญหาความต้องการ

การดูแลช่วยเหลือนักเรียน  โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมโรงเรียน  วิเคราะห์สภาพปัญหา

ของโรงเรียน  ศึกษาวิเคราะห์เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและการสำรวจความต้องการในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน   2)  การสร้างรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน

บ้านเข็กน้อย  โดยการศึกษาวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  ตรวจสอบความตรงและความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  โดยการจัดการสนทนากลุ่ม  ประกอบด้วย  ผู้เชี่ยวชาญ  ตัวแทนครู  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ผู้ปกครองนักเรียน  รวมจำนวนผู้เข้าร่วมการสนทนากลุ่ม  15  คน  3)  การทดลองใช้รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน   ดำเนินการทดลองใช้รูปแบบการการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

ในโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2  จังหวัดเพชรบูรณ์   4)  การประเมินความพึงพอใจของ  บ้าน  วัด  โรงเรียน  ที่มีต่อรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  รวมจำนวน  2,039  คน

 

 

            ผลการวิจัยพบว่า

            1.  ผลการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน

บ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  พบว่า  ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม  โครงสร้างและนโยบายมีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษา  สภาพปัญหาการบริหารระบบดูช่วยเหลือนักเรียน

ด้านความร่วมมือช่วยเหลือกันระหว่างตระกูลแซ่ในโรงเรียนบ้านเข็กน้อยมีน้อยลง  ครูยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  การดำเนินการดูแลช่วยเหลือนักเรียนยังไม่มีประสิทธิภาพ  ความร่วมมือของชุมชนไม่มีความต่อเนื่อง  ความต้องการความดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านความยากจนและด้อยโอกาสมีมากที่สุด    

            2.  รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  พบว่า  มีความตรงและความเหมาะสมมาก  โดยประกอบด้วย  4  กลยุทธ์  ได้แก่  1)  ส่งเสริมความสัมพันธ์แบบตระกูลแซ่  2)  การพัฒนาครู  3)  การพัฒนาการดำเนินงานกระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  4)  การส่งเสริมการมีส่วนร่วมแบบ  บ้าน  วัด  โรงเรียน 

ในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

            3.  ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  พบว่า  นักเรียนมีการสร้างความสัมพันธ์แบบตระกูลแซ่ได้เป็นอย่างดี  ครูมีความรู้ความเข้าใจกระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  การดำเนินงานตามกระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมีการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  บ้าน  วัด  โรงเรียน 

มีส่วนร่วมในการดำเนินงานการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นอย่างดี  การปฏิบัติงานตามกลยุทธ์

อยู่ในระดับมาก

            4.  ผลการประเมินความพึงพอใจของ บ้าน  วัด  โรงเรียน  ที่มีต่อรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  พบว่า  บ้าน  วัด  โรงเรียน  มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านเข็กน้อย  อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  อยู่ในระดับมาก

 

 

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา