แก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ ตามประสบการณ์[Windows_XP] (อาการ : Error Code จากหน้า Bluescreen (จอสีฟ้า)) | วิชาการ.คอม

แก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ ตามประสบการณ์[Windows_XP]

หลายๆอาการของปัญหาและวิธีแก้ปัญหา อันเกิดจากอาการบกพร่องจากการใช้งานทางคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน เฉพาะในระบบปฏิบัติการ Windows XP ครับ
ผู้เขียน: krootuuy2009 ชมแล้ว: 509,519 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 30 September 2008, 5:08 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 21 December 2008, 7:20 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-29


หน้าที่ 11 - อาการ : Error Code จากหน้า Bluescreen (จอสีฟ้า)

อาการ  Error Code จากหน้า Bluescreen (จอสีฟ้า)

 

Blue Screen คืออะไร
หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินคำ ๆ นี้มาบ้างแล้ว ที่จริงแล้ว Blue Screen ก็คือการแฮงค์ ของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งนั่นเอง แต่แทนที่จะมีอาการแบบ นิ่ง หรือค้างไปเฉย ๆ ที่หน้าจอ จะกลายเป็นสีฟ้า และมีตัวหนังสือบอกรายละเอียดต่าง ๆ (ที่อ่านไม่เห็นจะเข้าใจเลย) ส่วนใหญ่แล้ว ก็จะมีข้อความบอกว่า ให้กดคีย์อะไรก็ได้ เพื่อทำงานต่อไป หรือกด Ctrl + Alt + Del เพื่อทำการ Restart Computer ถ้าหากเจอหน้าจอแบบนี้ ก็มีหลักการเดียวกันครับ คือกดลองกดปุ่มอะไรก็ได้ก่อน และพยายามทำการ Shut Down ให้ได้ แต่ถ้าหากไม่ได้จริง ๆ ก็กด Ctrl + Alt + Del เพื่อบูทเครื่องใหม่เลยครับ

คำว่า
Blue Screen คนเล่นคอมพ์ จะรู้จักดีและเป็นสิ่งที่ทุกคนกลัวไม่อยากให้เกิดกับเครื่องของตน เพราะถ้าเกิดนั้นเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าคอมของตนเริ่มมีปัญหาแน่นอน  Error Code เป็นเลขรหัสที่เราๆ ท่านๆ ต้องงงเพราะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร และจะมีทางแก้ไขอย่างไร ผมไปค้นเจอมาว่าแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร เลยเอามาให้คุณๆ ได้อ่าน คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้บ้าง (ซึ่งรหัสของ Blue Screen จริงๆ นั้น มีเกินร้อยตัวทีเดียว)

 1. (stop code 0X000000BE) Attempted Write To Readonly Memory

อาการนี้เกิดจากการลง driver หรือ โปรแกรม หรือ service ที่ผิดพลาด เช่น ไฟล์บางไฟล์เสีย

ไดร์เวอร์คนละรุ่นกัน

ทางแก้ไข

ให้ uninstall โปรแกรมตัวที่ลงก่อนที่จะเกิดปัญหานี้ ถ้าเป็นไดร์เวอร์ก็ให้ทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวเก่ามาใช้ หรือ หาไดร์เวอร์ที่ล่าสุดมาลง (กรณีที่มีใหม่กว่า) ถ้าเป็นพวก service ต่างๆที่เราเปิดก่อนเกิดปัญหาก็ให้ทำการปิด หรือ disable ซะ

 2. (stop code 0X000000C2) Bad Pool Caller

ตัวนี้จะคล้ายกับตัวข้างบน แต่เน้นที่พวก hardware คือเกิดจากอัพเกรดเครื่องพวก Hardware ต่าง เช่น ram ,harddisk, การ์ดต่างๆ ไม่ compatible กับ XP

ทางแก้ไข

ก็ให้เอาอุปกรณ์ที่อัฟเกรดออก ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ให้ลงไดร์เวอร์ หรือ อัฟเดท firmware ของอุปกรณ์นั้นใหม่ และคำเตือนสำหรับการจะอัฟเดท ให้ปิด anti-virus ด้วยนะครับ เดียวมันจะยุ่งเพราะพวกโปรแกรม anti-virus มันจะมองว่าเป็นไวรัส

 3. (stop code 0X0000002E) Data Bus Error

อาการนี้เกิดจากการส่งข้อมูลที่เรียกว่า BUS ของฮาร์ดแวร์เสียหาย ซึ่งได้แก่ ระบบแรม ,cache L2 ของซีพียู , เมมโมรีของการ์ดจอ, ฮาร์ดดิสก์ทำงานหนักถึงขั้น error (ร้อนเกินไป) และเมนบอร์ดเสีย

 4. (stop code 0X000000D1) Driver IRQL Not Less Or Equal

อาการไดร์เวอร์กับ IRQ (Interrupt Request ) ไม่ตรงกัน การแก้ไขก็เหมือนกับ error ข้อที่ 1

 5. (stop code 0X0000009F) Driver Power State Failure

อาการนี้เกิดจาก ระบบการจัดการด้านพลังงานกับไดรเวอร์ หรือ service ขัดแย้งกัน เมื่อคุณให้คอมทำงานแบบ"hibernate"

แนวทางแก้ไข

ถ้าวินโดวส์แจ้ง error ไดร์เวอร์หรือ service ตัวไหนก็ให้ uninstall ตัวนั้น หรือจะใช้วิธี Rollback driver
หรือ ปิดระบบจัดการพลังงานของวินโดวส์ซะ 
 

6. (stop code 0X000000CE) Driver Unloaded Without Cancelling Pending Operations

อาการไดร์เวอร์ปิดตัวเองทั้งๆ ทีวินโดวส์ยังไม่ได้สั่ง

การแก้ไขให้ทำเหมือนข้อ 1

 7. (stop code 0X000000F2) Hardware Interrupt Storm

อาการที่เกิดจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น USB หรือ SCSI controller จัดตำแหน่งกับ IRQ ผิดพลาด สาเหตุจากไดร์เวอร์หรือ firmware

การแก้ไขเหมือนกับข้อ 1

 8. (stop code 0X0000007B) Inaccessible Boot Device

อาการนี้จะมักเจอตอนบูตวินโดวส์ จะมีข้อความบอกว่าไม่สามารถอ่านข้อมูลของไฟล์ระบบหรือ boot partitions ได้ ให้ตรวจฮาร์ดดิสก์ว่าปกติหรือไม่ สายแพหรือสายไฟที่เข้าฮาร์ดดิสก์หลุดหรือไม่ ถ้าปกติดีก็ให้ตรวจไฟล์ boot.ini อาจจะเสีย หรือไม่ก็มีการทำงานแบบmulti OS ให้ตรวจดูว่าที่ไฟล์นี้อาจเขียน config ของ OS ขัดแย้งกัน

อีกกรณีหนึ่งที่เกิด error นี้ คือเกิดขณะ upgrade วินโดวส์ สาเหตุจากมีอุปกรณ์บางตัวไม่ compatible ให้ลองเอาอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นหรือคิดว่ามีปัญหาออก เมื่อทำการ upgrade วินโดวส์ เรียบร้อย ค่อยเอาอุปกรณ์ที่มีปัญหาใส่กลับแล้วติดตั้งด้วยไดร์เวอร์รุ่นล่าสุด

 9. (stop code 0X0000007A) Kernel Data Inpage Error

อาการนี้เกิดมีปัญหากับระบบ virtual memory คือวินโดวส์ไม่สามารถอ่านหรือเขียนข้อมูลที่ swapfile ได้ สาเหตุอาจเกิดจากฮาร์ดดิสก์เกิด bad sector, เครื่องติดไวรัส, ระบบ SCSI ผิดพลาด, RAM เสีย หรือ เมนบอร์ดเสีย

 10. (stop code 0X00000077) Kernel Stack Inpage Error

อาการและสาเหตุเดียวกับข้อ 9

 11. (stop code 0X0000001E) Kmode Exception Not Handled

อาการนี้เกิดการทำงานที่ผิดพลาดของไดร์เวอร์ หรือ service กับ หน่วยความจำ และ IRQ ถ้ามีรายชื่อของไฟล์หรือ service แสดงออกมากับ error นี้ให้ทำการ uninstall โปรแกรมหรือทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวนั้น

ถ้ามีการแจ้งว่า error ที่ไฟล์ win32k สาเหตุเกิดจาก การ control software ของบริษัทอื่นๆ (Third-party) ที่ไม่ใช้ของวินโดวส์ ซึ่งมักจะเกิดกับพวก Networking และ Wireless เป็นส่วนใหญ่

Error นี้อาจจะเกิดสาเหตุอีกอย่าง นั้นคือการ run โปรแกรมต่างๆ แต่หน่วยความจำไม่เพียงพอ

 12. (stop code 0X00000079) Mismatched Hal

อาการนี้เกิดการทำงานผิดพลาดของ Hardware Abstraction Layer (HAL) มาทำความเข้าใจกับเจ้า HAL ก่อน HAL มีหน้าที่เป็นตัวจัดระบบติดต่อระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟท์แวร์ว่าแอปพลิเคชั่นตัวไหนวิ่งกับอุปกรณ์ตัวไหนให้ถูกต้อง ยกตัวอย่าง คุณมีซอฟท์แวร์ที่ออกแบบไว้ใช้กับ Dual CPU มาใช้กับเมนบอร์ดที่เป็น Single CPU วินโดว์ก็จะไม่ทำงาน วิธีแก้คือ reinstall วินโดวส์ใหม่

สาเหตุอีกประการการคือไฟล์ที่ชื่อ NToskrnl.exe หรือ Hal.dll หมดอายุหรือถูกแก้ไข ให้เอา Backup ไฟล์ หรือเอา original ไฟล์ที่คิดว่าไม่เสียหรือเวอร์ชั่นล่าสุดก๊อปปี้ทับไฟล์ที่เสีย

 13. (stop code 0X0000003F) No More System PTEs

อาการนี้เกิดจากระบบ Page Table Entries (PTEs) ทำงานโดย Virtual Memory Manager (VMM) ผิดพลาด ทำให้วินโดวส์ทำงานโดยไม่มี PTEs ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวินโดวส์ อาการนี้มักจะเกิดกับการที่คุณทำงานแบบ multi monitors

ถ้าคุณเกิดปัญหานี้บ่อยครั้ง คุณสามารถปรับแต่ง PTEs ได้ใหม่ ดังนี้

1. ให้เปิด Registry ขึ้นมาแก้ไข โดยไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์คำสั่ง Regedit

2. ไปตามคีย์นี้ HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetControlSession Manager Memory Management

3. ให้ดูที่หน้าต่างขวามือ ดับคลิกที่ PagedPoolSize ให้ใส่ค่าเป็น 0 ที่ Value data และคลิก OK

4. ดับเบิลคลิกที่ SystemPages ถ้าคุณใช้ระบบจอแบบ Multi Monitor ให้ใส่ค่า 36000 ที่ Value data หรือใส่ค่า 40000 ถ้าเครื่องคุณมี RAM 128 MB และค่า 110000 ในกรณีที่เครื่องมี RAM เกินกว่า 128 MB แล้วคลิก OK รีสตาร์ทเครื่อง

 

14. (stop code 0X00000024) NTFS File System

อาการนี้สาเหตุเกิดจากการรายงานผิดพลาดของ Ntfs.sys คือไดร์เวอร์ของ NTFS อ่านและเขียนข้อมูลผิดพลาด สาเหตูนี้รวมถึง การทำงานผิดพลาดของ controller ของ IDE หรือ SCSI เนื่องจากการทำงานของโปรแกรมสแกนไวรัส หรือ พื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เสีย คุณๆสามารถทราบรายละเอียดของerror นี้ได้โดยให้เปิดดูที่ Event Viewer วิธีเปิดก็ให้ไปที่ start > run แล้วพิมพ์คำสั่ง eventvwr.msc เพื่อเปิดดู Log file ของการ error โดยให้ดูการ error ของ SCSI หรือ FASTFAT ในหมวด System หรือ Autochk ในหมวด Application

 15. (stop code 0X00000050) Page Fault In Nonpaged Area

อาการนี้สาเหตุการจากการผิดพลาดของการเขียนข้อมูลในแรม

การแก้ไขก็ให้ทำความสะอาดขาแรมหรือลองสลับแรมดูหรือไม่ก็หาโปรแกรมที่ test แรมมาตรวจว่าแรมเสียหรือไม่

 16. (stop code 0Xc0000221) Status Image Checksum Mismatch

อาการนี้สาเหตุมาจาก swapfile เสียหายรวมถึงไดร์เวอร์ด้วย การแก้ไขก็เหมือนข้อ 15

 17. (stop code 0X000000EA) Thread Stuck In Device Driver

อาการของ error นี้คือการทำงานของเครื่องจะทำงานในแบบวนซ้ำๆ กันไม่สิ้นสุด เช่นจะรีสตร์ทตลอด หรือแจ้งerror อะไรก็ได้ขึ้นมาไม่หยุด ปัญหานี้ สาเหตุอาจจะเกิดจาก bug ของโปรแกรมหรือสาเหตุอื่นๆ เป็นร้อย การแก้ไขให้พยายามทำตามนี้

1. ให้ดูที่ power supply ของคุณว่าจ่ายกำลังไฟเพียงพอกับความต้องการของคอมคุณหรือไม่ ให้ดูว่าในเครื่องคุณมีอุปกรณ์มากไปไม่เหมาะกับ power supply ของคุณ ก็ให้เปลื่ยนตัวใหม่ให้กำลังมากขึ้น ปัญหานี้ผมเคยมีประสพการณ์แล้ว 2 ครั้ง คือ

2. ให้คุณดูที่การ์ดจอว่าได้ใช้ไดร์เวอร์ตัวล่าสุด ถ้าแน่ใจว่าใช้ตัวล่าสุดแล้วยังมีอาการ ก็ให้ทำการ Rollback ไดร์เวอร์ตัวก่อนที่จะเกิดปัญหา

3. ตรวจดูการ์ดจอและเมนบอร์ดว่าเสียหรือไม่เช่น มีรอยไหม้, ลายวงจรขาด มีชิ้นสวนบางชิ้นหลุดจากตำแหน่งเดิม เป็นต้น

4. ดูที่ bios ว่าส่วนของ VGA slot เลือกโหมด 4x,8x ถูกตามสเปกของการ์ดหรือไม่

5. เช็คดูที่ผู้ผลิตเมนบอร์ดว่ามีไดร์เวอร์ตัวใหม่หรือไม่ ถ้ามีให้โหลดลงใหม่ซะ

6. ถ้าคุณมีการ์ดแลนหรือเมนบอร์ดของคุณมี on board อยู่ให้ disable ฟังก์ชั่น "PXE Resume/Remote Wake Up" โดยไปปิดที่ BIOS

 

18. (stop code 0X0000007F) unexpected Kernel Mode Trap

อาการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกับนัก overclock (ผมก็คนหนึ่ง) เป็นอาการ RAM ส่งข้อมูลให้ CPU ไม่สัมพันธ์กันคือ CPU วิ่งเร็วเกินไป หรือร้อนเกินไปสาเหตุเกิดจากการ overclock วิธีแก้ก็คือลด clock ลงมาให้เป็นปกติ หรือ หาทางระบายความร้อนจาก CPU ให้มากที่สุด

 19. (stop code 0X000000ED) Unmountable Boot Volume

อาการที่วินโดวส์หาฮาร์ดดิสก์ไม่เจอ (ไม่ใช่ตัวบูตระบบ) ในกรณีที่คุณมีฮาร์ดดิสก์หลายตัว หนึ่งในนั้นคุณอาจใช้สายแพของฮาร์ดดิสก์ผิด เช่น ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ 33MB/secound ซึ่งต้องใช้สายแพ 40 pin แต่คุณเอาแบบ 80 pin ไปต่อแทน

 

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

ในส่วน  ERROR  code 0X0000007B

จากประสบการณ์ที่พบเห็นเมื่อเร็วๆนี้   จะเป็นลักษณะอาการที่คอมพ์ติดไวรัสเข้าให้แล้วหล่ะครับ

ไวรัสตัวนี้เมื่อติดแล้วหากเข้า SAFE MODE ก็จะขึ้นบลูสกรีนเลยครับ
ขึ้นบลูสกรีนได้ จะเป็นดังรูปครับ เออเร่อ 0X0000007B ละก็ใช่เลย


(ภาพจาก www.wepphand.com)

 

เป็นไวรัส  IEXPLORERS.exe,Scvvhost.exe,hotquet.exe,posonivy.exe,posonivy.doc,Scvvhostwb.dll
อาการไวรัสตัวนี้ คือ
1. เมื่อเปิดโปรแกรมช่วยแก้ไวรัส hijack this    kill process   และคงอีกหลายตัวครับ จะเปิดไม่ได้
2.เมื่อเปิด taskmanager   msconfig   regedit   gpedit จะเปิดไม่ได้เปิดแล้วจะเงียบครับ   เมนู folder option หาย
3.เปิด IE ได้แต่เมื่อใช้ไปสักครู่จะปิดลง หรือ หากตั้งค่า IE ก็จะปิดลงเช่นกัน แต่ใช้ fire fox หรือบราวเซอร์ตัวอื่นๆได้
4.จะสร้างโฟลเดอร์เลียนแบบโฟลเดอร์งานของเราในแฟลชไดว์ฟเท่านั้น ไม่พบว่ามีการสร้างโฟลเดอร์เลียนแบบงานของเราในไดว์ฟต่างๆบนเครื่อง
5.เมื่อเข้า safe mode จะขึ้นบลูสกรีน

วิธีแก้ไวรัส IEXPLORERS.exe,Scvvhost.exe,hotquet.exe,posonivy.exe,posonivy.doc,Scvvhostwb.dll

สามารถเข้าไปศึกษาได้ที่ http://www.webphand.com/IEXPLORERS/ ครับ




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 8 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 4 ต.ค. 2551 (02:51)

รู้จัก Registry ก่อนเข้าเจอะระบบ



Registry คือฐานข้อมูลส่วนกลางที่มีความสำคัญสำหรับ Windows เป็นอย่างยิ่งเพราะข้อมูลแทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลด้าน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์การปรับแต่งค่าต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งรหัสผ่าน สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกบรรจุอยู่ใน Registry ทั้งหมดRegistry จึงมีผลต่อเสถียรภาพของ Windows หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นใน Registry เพียงแห่งเดียว ก็อาจส่งผลให้ Windows ทำงานผิดเพี้ยนหรือล่มไปทั้งระบบก็เป็นได้ ดังนั้นการที่เราจะสามารถควบคุม Windows ได้เหนือผู้ใช้งานทั่วไป การปรับแต่ง Registry จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้


หน้าที่ของ 6 คีย์หลักใน Registry
ภายใน Registry จะประกอบด้วยคีย์หลัก 6 คีย์ ด้วยกัน ซึ่งแต่ละคีย์ก็ล้วนเชื่อมต่อข้อมูลกับไฟล์ System.dat และ User.dat โดยแต่ละคีย์จะมีหน้าที่ดังนี้
HKEY_CLASSES_ROOT เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ติดตั้งภายในเครื่อง
HKEY_CURRENT_CONFIG เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับการกำหนดค่าต่างๆ ของฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมด
HKEY_LOCAL_MACHINE เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการตั้งค่าอื่น ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อมูลภายในคีย์จะนำไปใช้กับผู้ใช้ทุกคนที่เข้ามาในวินโดวส์
HKEY_USERS เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้ใช้ทั้งหมดเช่นรายชื่อของผู้ใช้ที่เข้ามาใช้งานหรือรายชื่อผู้ใช้งานเครือข่าย โดยจะมีความสัมพันธ์และเป็นข้อมูลชุดเดียวกับคีย์ HKEY_CURRENT_USER
HKEY_CURRENT_USER เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้ใช้ปัจจุบันที่เข้ามาใช้งานเท่านั้น โดยจะมีความสัมพันธ์และเป็นข้อมูลชุดเดียวกับกับคีย์ HKEY_USERS
HKEY_DYN_DATA เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับการตั้งค่าในระบบ Plug and play รวมถึงค่ารหัสต่าง ๆ ของอุปกรณ์ที่มาต่อพ่วง สำหรับใน Windows XP จะไม่ปรากฏคีย์นี้


 หมายเหตุ  ต้องอ่านและศึกษาให้เข้าใจก่อนที่จะ  ไป  แก้ไข  ใน  registry
เพราะหาก  เผลอไปลบ  โปรแกรมสำคัญ ขึ้นมา    ก็อาจทำให้เข้าวินโดว์ไม่ได้นะครับ


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็น 2 6 ต.ค. 2551 (05:04)

คอมพิวเตอร์แฮงก์บ่อย ๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้
- สาเหตุที่ 1 อาจเกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์
วิธีแก้ ลองใช้โปรแกรม Antivirus เวอร์ชั่นอัพเดทตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ทั้งหมด
- สาเหตุที่ 2 คุณภาพเมนบอร์ดไม่ถึงมาตรฐาน
วิธีแก้ อาจเป็นเพราะคุณภาพของเมนบอร์ดไม่ถึงมาตรฐานของโรงงาน ซึ่งโดยมากมักเกิดกับเมนบอร์ดที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ให้เอาไปเปลี่ยน
- สาเหตุที่ 3 ไฟล์ระบบปฏิบัติการชำรุด
วิธีแก้ ถ้ามั่นใจแล้วว่าไม่ได้เกิดจากไวรัสและสาเหตุอื่น ๆ ให้เรา Backup ข้อมูล ฟอร์แมต แล้วลงระบบปฏิบัติการและโปรแกรมใหม่ทั้งหมดครับ


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็น 3 6 ต.ค. 2551 (05:10)

เปิดเครื่องแล้วมีเสียงร้องแต่ไม่ยอมทำงานใด ๆ
- สาเหตุที่ 1 อุปกรณ์บางตัวที่ต่อกับเมนบอร์ดหลวม
วิธีแก้ ถ้าอุปกรณ์บางตัวที่ต่อกับเมนบอร์ดหลวม จะทำให้กระบวนการเช็คค่าเริ่มต้น (POST) ของ BIOS ฟ้องค่าผิดพลาด ให้เราเปรียบเทียบค่าสัญญาณ Beep Code จากคู่มือเมนบอร์ด
- สาเหตุที่ 2 อุปกรณ์บางตัวที่อยู่บนเมนบอร์ดต่อไม่ถูกต้อง
วิธีแก้ ส่วนใหญ่มักเกิดกับ RAM ปกติเมื่อเราเปิดเครื่องแล้วมีปัญหาไม่สามารถแสดงภาพออกทางหน้าจอในตอนเริ่มต้นได้ Bios จะพยายามแจ้งอาการเสียผ่านทางเสียงร้องออกทางลำโพงที่อยูภายในเครื่องคอมพ์ ให้เราเปรียบเทียบค่าสัญญาณ Beep Code จากคู่มือเมนบอร์ด
- สาเหตุที่ 3 อุปกรณ์บางตัวที่ต่อกับเมนบอร์ดเสีย
วิธีแก้ ให้เราลองเปรียบเทียบค่าสัญญาณ Beep Code จากคู่มือเมนบอร์ดดู
- สาเหตุที่ 4 Chip บนเมนบอร์ดบางตัวเสีย
วิธีแก้ ให้ลองไปดูเครื่อง Beep Code และถ้าสาเหตุมาจาก Chip บนเมนบอร์ดให้ไปส่งร้านซ่อมเพื่อเปลี่ยน Chip หรือต้องซื้อเมนบอร์ดตัวใหม่ถ้าไม่มีอะไหล่


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็น 4 22 ต.ค. 2551 (03:01)

อาการของเครื่องติดไวรัส


 


สามารถสังเกต การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้อาจเป็นไปได้ว่าได้มีไวรัสเข้าไปติดอยู่ในเครื่องแล้ว อาการที่ว่านั้นได้แก่

1.ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงาน

2.ขนาดของโปรแกรมใหญ่ขึ้น

3.วันเวลาของโปรแกรมเปลี่ยนไป

4.ข้อความที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นกลับถูกแสดงขึ้นมาบ่อ ย ๆ

5.เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ

6.เครื่องส่งเสียงออกทางลำโพงโดยไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่ใช้อยู่

7.แป้นพิมพ์ทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย

8.ขนาดของหน่วยความจำที่เหลือลดน้อยกว่าปกติ โดยหาเหตุผลไม่ได้

9.ไฟล์แสดงสถานการณ์ทำงานของดิสก์ติดค้างนานกว่าที่เคยเป็น

10.ไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เคยใช้อยู่ ๆ ก็หายไป

11.เครื่องทำงานช้าลง

12.เครื่องบู๊ตตัวเองโดยไม่ได้สั่ง

13.ระบบหยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ

14.มีการรายงานว่าจำนวนเซกเตอร์ที่เสียมีจำนวน เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยที่ ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมใดเข้าไปตรวจหาเลย.....


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็น 5 25 ต.ค. 2551 (05:00)

รวมวิธีแก้ต่างๆ ที่เป็นอาการหลังติดไวรัสครับ 


วิธีดังต่อไปนี้จะใช้ไม่ได้ผล หากท่านยังไม่ได้หยุดหรือลบไวรัสนะครับ


แทบจะทุกวิธีนั้นต้องเข้า regedit ไปแก้ครับ โปรดแก้ด้วยความระวัดระวังครับ เพราะหากทำผิดท่านอาจจะเข้า windows ไม่ได้
วิธีเข้า regedit นั้น ให้คลิกตรงปุ่ม Start ตรงปุ่มล่างซ้าย แล้วเลื่อนขึ้นไปคลิกปุ่ม Run ในช่องข้อความพิมพ์ว่า regedit แล้ว Enter


วิธีแก้ต่างๆ    


1.เข้า Run ไม่ได้
  1.1เข้าไม่ได้เพราะไม่มีเมนู Run คือพูดง่ายๆ คลิก Start ตรงปุ่มล่างซ้ายแล้วไม่มีเมนู Run ให้คลิก
ให้เข้า regedit โดยการเข้าไปที่ C:WINDOWS แล้วดับเบิ้ลคลิกไฟล์ regedit.exe แล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer
มองขวามือลบคีย์ NoRun
1.2 อาจจะโดนร้ายแรงกว่านั้น อาการคือ คลิก Start ตรงปุ่มล่างซ้ายแล้วไม่มีเมนูอะไรเลย หน้าจอก็ไม่มีไอคอนอะไร คลิกขวาก็ไม่ได้
แต่ยังกด Ctrl+Alt+Delete ได้ ให้กด Ctrl+Alt+Delete แล้วเลือกแถบ New task แล้ว browse ไปเลือกเปิดไฟล์ C:WINDOWS
egedit.exe
เมื่อเข้า regedit ได้แล้ว ให้เข้าไปที่คีย์  
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer
มองขวามือ ลบคีย์ออกทุกคีย์ยกเว้น คีย์ชื่อNoDriveTypeAutoRun ไม่ต้องลบครับ แล้วรีตาร์ทเครื่องก็หายแล้วครับ


2. เข้า regedit ไม่ได้ เมื่อเข้าแล้วขึ้น ดังรูป  Registry editing has been disabled by your administrator

ให้โหลดโปรแกรมมาแก้ครับ ชื่อ UnHookExec.inf  โหลดมาแล้วคลิกขวาเลือกคำสั่ง install นะครับ
2.1เข้า regedit แล้วเงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เป็นไปได้ว่าไฟล์ regedit อาจจะโดนลบครับ ให้เข้าไปที่ My computer แล้วเข้าไปที่
C:WINDOWS หาเปิดไฟล์ regedit.exe ครับ หากเปิดแล้วเงียบอีก ก็ให้เปลี่ยนชื่อ ไฟล์ regedit.exe นั้นเป็นชื่ออื่นครับ เช่น regedit2.exe
แล้วลองเข้าใหม่ครับ เมื่อเข้าได้แล้วก็ เข้าไปที่คีย์
HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftWindows NTCurrentVersionImage File Execution Options
ลบโฟลเดอร์   regedit.exe
HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftWindows NTCurrentVersionImage File Execution Options 
ลบโฟลเดอร์   regedt32.exe


3.คลิกขวาไม่ได้ ให้เรา เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer  
มองขวามือ หาบรรทัดที่เขียนว่า NoViewContextMenu เจอแล้วลบทิ้งเลยครับ แล้วเข้าไปที่
HKEY_LOCAL_MACHINESoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer
มองขวามือ หาบรรทัดที่เขียนว่า NoViewContextMenu เจอแล้วลบทิ้งเช่นกันครับ


4.กด Ctrl+Alt+Delete แล้ว Task manager ไม่ขึ้นมาแต่ขึ้นว่า Task Manager has been disabled by your administrator

ให้เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า DisableTaskMgr แล้วเข้าไปที่คีย์
HKEY_LOCAL_MACHINESoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า DisableTaskMgr ออกเหมือนกันครับ


5.เข้า Run พิมพ์ cmd แล้วเอนเทอร์ เพื่อจะเข้า command prompt แล้วเครื่องก็รีสตาร์ท หรือเงียบ
ให้เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า DisableCMD  แล้วเข้าไปที่คีย์
HKEY_LOCAL_MACHINESoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า DisableCMD เหมือนกันครับ


6.เมนู โฟลเดอร์ ออฟชั่นหาย  ให้เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า NoFolderOptions ออกครับ


7.เซตให้แสดงไฟล์ของระบบไม่ได้ เซตแล้วก็เด้งกลับมาซ่อนไว้เหมือนเดิมเหมือนเดิม
ให้เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionExplorerAdvanced
มองหาคีย์ชื่อ ShowSuperHidden  ให้ดับเบิ้ลคลิก แล้วใส่ค่าเป็น 1 ครับ


8. ไม่สามารถเปลี่ยนหรือลบภาพพื้นหลังหน้าจอไม่ได้เพราะคลิกขวา properties ที่หน้าจอแล้วไม่มีเมนูที่จะเข้า ดังรูป


ให้เข้า regedit แล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciessystem
มองขวามือแล้วลบบรรทัดที่เขียนว่า NoDispBackgroundPage กับ NoDispScrSavPage ออกครับ


 


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็น 6 26 ต.ค. 2551 (03:53)

การตรวจเช็คและวิธีแก้ปัญหาลง windows ไม่ได้ บู๊ตได้แต่ลงๆๆแล้วพอลงได้สักครึ่งขึ้น บูล สกรีน ตลอด


 


1. หัวอ่าน CD-ROM มีปัญหา วิธีแก้คือ ทำความสะอาดหัวอ่านหรือเปลี่ยนตัวใหม่มาลองดู

2. เปิดฟังก์ชั่นการตรวจสอบไวรัสไว้ใน BIOS วิธีแก้คือ ไปปิดฟังก์ชั่นนี้ซะก่อนที่ท่านจะลงวินโดว์

3. ฮาร์ดดิสก์มี Bad Sector วิธีแก้คือ ให้ท่านทำการ scandisk แล้ว fix Bad เจ้าปัญหานี้ซะ


 


4. อุปกรณ์เชื่อมต่อภายในสกปรกหรือหลวม เช่น สายแพฮาร์ดดิสก์ที่เสียบไม่แน่น หรือฝุ่นละอองที่จับตัวบริเวณแผงของเมนบอร์ด หรือเป็นสายเก่าขาดภายใน ลองเปลี่ยนสายใหม่ดูครับ
    หรือเสียบอุปกรณ์ต่างๆลงใน slot ไม่แน่น วิธีแก้คือ ถอดอุปกรณ์ต่างๆ มาทำความสะอาด ใช้ยางลบทำความสะอาดบริเวณขาที่เสียบกับ slotแล้วใส่กลับเข้าไปอย่างเดิม เช็คดูว่าใส่แน่นดีทุกจุดหรือเปล่า


5. กรณีมีแรมหลายแผง
          5.1.ถอดให้เหลือตัวเดียวแล้วลง ไม่ผ่าน แรมตัวเดิมสลับช่องสล๊อตไปเรื่อย ๆ จนครบทุกช่อง
          5.2. ไม่ผ่าน เปลี่ยนแรมแผงใหม่ แล้วทำตาม 5.1
          5.3. ไม่ผ่าน ถ้าใส่ การ์ดแลนด์ ให้ถอดออก แล้วลองตาม 5.1 – 5.2 ใหม่
          5.4. ไม่ผ่าน
                    5.4.1 สล๊อตแรมเสีย
                    5.4.2 เรื่องใหญ่ เมนบอร์ด หมดอายุ บวม อืด


6. CPU ร้อนเกินไป
    6.1 อาจจะเกิดจากซิลิโคนแห้ง ให้เราถอด CPU ออกมาขูดซิลิโคนเก่าออกแล้วป้ายซิลิโคนใหม่ลงไปแล้วประกอบกลับอย่างเดิม
    6.2 พัดลม CPU หมุนช้าหรือหมุนผิดปกติ ให้ทำความสะอาดพัดลมดูครับอาจจะมีฝุ่นหรือเศษอะไรเข้าไปติดทำให้พัดลมหมุนได้ไม่เต็มที่

7. อุปกรณ์ข้างในเสีย เช่น CPU เสีย กรณีนี้แม้จะพบได้น้อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่จะพบ ทางแก้คือเปลี่ยน CPU ใหม่ไปเลยครับ,
    การ์ดจอ, หรืออุปกรณ์จำพวก onboard เช่น Sound onboard ให้ทำการ disable ก่อนลงวินโดว์ ครับ ฯ


 


8. การแบ่งพิทิชั่น  drive c ควรจะเป็น NTFS ครับ  โดยเฉพาะแผ่นติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows XP SP3 นี้ส่วนมากแล้วมักจะรองรับแต่ NTFS  ส่วน FAT32 นั้นลงไม่ได้เลยครับ


 


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็น 7 21 ธ.ค. 2551 (07:23)

วิธีการ/ ลำดับขั้นตอนClear  CMOS


 


1.หาคู่มือ mainboard ก่อนแต่ถ้าพอมีความรู้เรื่อง hardware ก็ไม่ต้องใช้ครับ เปิดคู่มือเมนบอร์ดดูครับ ว่าตำแหน่งที่ใช้ clear CMOS อยู่ตรงไหนโดยปกติมันก็จะอยู่ใกล้ตัว CMOS เลย ทีนี้มันจะมี jumper ซึงเป็นตัวเล็กๆ ไว้สำหรับเสียบลงในช่องขา (ปกติจะมี2-3 ขา)ที่ยื่นมาบนเมนบอร์ด ก็ให้ย้ายตำแหน่งมาที่ตำแหน่ง clear ทิ้งไว้สัก 15 วินาที แล้วย้ายกลับมาตำแหน่งเดิม ถ้าไม่ย้ายเครื่องก็จะไม่บู๊ต ให้ครับ
2.เปิด case ออกมา
3.ดูบน mainboard ของเรา เพื่อหา jumper clear Cmos ส่วนมากตำแหน่งไม่แน่นอน แต่ดูแถวๆ ถ่านกระดุมก่อน อ้อข้อสังเกตุครับ jamper clear Cmosจะมีรายละเอียดดังนี้
-ส่วนมากตัว jumper จะมีสีต่างจาก jumper ตัวอื่นๆ แต่จะสังเกตได้แต่ board รุ่นใหม่ๆ
-ส่วนที่คล้ายๆกันเกือบทุก board เลยคือเป็น j1 หรือ jumper No1 และส่วนมากจะมี screen เขียนว่า CLR_Cmos, CLR ฯลฯ โดย screen ที่มันบอกจะใช้เป็นตัวย่อมาจาก Clear Cmos นั่นเอง
-แต่บาง Mainboard จะไม่มี jumper แต่จะเป็นจุดให้เราช็อตขาเอาเองโดย screen จะใช้เหมือนที่กล่าวข้างบน
4.ปรับค่าไปทาง clear เลยครับหรือช็อตขา(สำหรับที่ไม่มี jumper)ก็เรียบร้อยแต่ถ้าคิดว่าที่พูดมายุ่งยาก(แต่ชัวร์ที่สุด)ก็มาขุ้นตอนนี้เลย
5.ถอดถ่านกระดุมออกแล้วเอาไขควงของเราจี้ที่ขั้วแท่านใส่ถ่านกระดุมให้เป็นวงจรสมบูรณ์ซะ(หมายถึงให้ขั้วมันประสานกันโดยมีไขควงเป็นตัวนำ) ซัก 30วินาทีและอย่าพึ่งใส่ถ่านกลับเขาไปนะทิ้งไว้อีกสัก 5 นาทีก่อนค่อยใส่กลับคืน


6. พอ clear เสร็จแล้วก็มี set bios ใหม่ ครับ 






*** jumper สำหรับ clear cmos จริงๆคือการช๊อตแบต (เทียบเท่าถอดแบต) ดังนั้นจึงอย่าช๊อตนาน เดี๊ยวแบตร้อนแบตหมด ***


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 63 ดวง

ความเห็น 8 25 มิ.ย. 2553 (10:14)
ดีมากเอามากๆๆๆๆๆๆๆA+
kaewmanggon
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3295 seconds !