วิชาการดอทคอม ptt logo

แก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ ตามประสบการณ์[Windows_XP]

หลายๆอาการของปัญหาและวิธีแก้ปัญหา อันเกิดจากอาการบกพร่องจากการใช้งานทางคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน เฉพาะในระบบปฏิบัติการ Windows XP ครับ
ผู้เขียน: krootuuy2009 ชมแล้ว: 812,063 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 30 September 2008, 5:08 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 21 December 2008, 7:20 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-29


หน้าที่ 7 - อาการ : DISK BOOT FAILURE, INSERT DISK SYSTEM PRESS ENTER

กระบวนการ POST (power on self test)

 

.....................กระบวนการ power on self test (POST) ของเมนบอร์ด คือ การตรวจสอบความพร้อมของระบบโดยรวมของตัวเมนบอร์ดและอุปกรณ์ที่สำคัญของระบบ ก่อนที่จะทำการ เริ่มระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ ถ้ากระบวนการ power on self test ทำงานได้ไม่สมบูรณ์ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามจะไม่สามารถเริ่มระบบปฏิบัตการได้

 

กระบวนการ Power on self test เรื่มเมือใด?


กระบวนการ power on self test จะเริ่มทำงานทันทีทีทำการ เปิดสวิทซ์ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ (power on) แล้วจะเริ่มทำการตรวจสอบส่วนประกอบพิ้นฐานสำคัญต่างๆของคอมพิวเตอร์
.....................การเริ่มกระบวนการ Powe on self test จะเริ่มขิ้นตั้งแต่ การตรวจสอบการมีอยู่ของ CPU โดยจะทำการตรวจสอบจาก รีจิสเตอร์ 286 ของซีพียู เพื่อทำการเริ่มกระบวนการ ซึ่งการตรวจสอบรีจิสเตอร์นี้ ถ้าหากซีพียูที่ใส่กับเมนบอร์ดไม่มีสัมพันธ์กัน หรือที่เรียกว่าไม่คอมแพททิเบิลกันกับเมนบอร์ดก็จะไม่สามารถทำการเริ่มระบบในกระบวนการต่อไปได้ แต่ถ้าซีพียูถูกต้อง ก็จะทำการเริ่มกระบวนการต่อไป หลังจากนั้นจะทำการรีเซ็ตระบบ 1 คร้งแล้วดำเนินตามกระบวนการถัดไป ก้อคือทำการตรวจสอบอุปกรณ์ที่มีอยู่และสามารถใช้ได้ ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็จะทำการตรวจสอบระบบของการทำ INTERRUP หรือการขัดจังหวะทางซีพียูด้วย ทำการตรวจสอบหน่วยความจำภายในตัวซีพียู และหน่วยความจำภายนอก (RAM) หลังจากนั้นก็จะทำการตรวจสอบการมีอยู่ของ display card คือการ์ดแสดงผล เพื่อทำการแสดงผลในส่วนของค่ากำหนดพื้นฐานเบื้องต้น ซึ่งเมือผ่านขั้นตอนนี้ส่วนมากจะเริ่มแสดงผลบนหน้าจอแล้ว แล้วทำการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลภายนอกคือ ดิสก์ไดรฟ์ต่างๆ เพื่อทำการเริ่มระบบปฏิบัติการที่ได้ติดตั้งไว้ในอุปกรจัดเก็บข้อมูล

 

เมื่อเปิดสวิตซ์ไฟที่เครื่องคอมพิวเตอร์ เจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะเริ่มทำงาน เพื่อตรวจสอบและทดสอบชิ้นส่วน อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบเข้ากับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้ามีสิ่งผิดปกติบางอย่าง เครื่องก็จะทำการเตือนคุณด้วยเสียง หรือตัวหนังสือบางอย่างบนหน้าจอมอนิเตอร์ กระบวนการต่างๆ
ในการตรวจสอบอุปกรณ์นี้เราเรียกกันว่ากระบวนการในการบู๊ตอัประบบนั่นเอง

การบู๊ตเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะในระยะแรกเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำได้แค่เพียงการตรวจสอบอุปกรณ์ ที่มาต่อพ่วงกับมัน และทำให้มันมีชีวิตขึ้น ส่วนขั้นตอนการใช้งาน การจัดการ หรือการบริหารอุปกรณ์ ต่างๆ เหล่านี้ เครื่องคอมพิวเตอร์จะโยนให้เป็นภาระหน้าที่ของระบบปฏิบัติการแทน ในภายหลัง หลังจากที่มันสามารถบู๊ตตัวเองขี้นมาได้แล้ว

กระบวนการ POST ( Power On Self Test ) เป็นสิ่งแรกที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทำเ เวลาที่เปิดเครื่องใหม่ๆ โดย Post จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Keyboard , ระบบแสดงผล หรืออุปกรณ์พื้น ฐานอื่นๆ โดยมันจะส่งข้อความเตือน หรือเสียงเตือน ถ้ามีอะไรที่ผิดพลาด เช่น มีเสียงดังปี๊บสั้นๆ หลายๆ ครั้ง พร้อมทั้งขี้นรหัส 305 แสดงว่ามีปัญหาเกิดขึ้นที่ keyboard หรือมีเสียงปี๊บ ( beep ) 1 ครั้ง ก็แสดงว่า
อุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่องได้ผ่านการทดสอบจากกระบวนการ Post เรียบร้อยแล้ว เป็นต้น

 

เสียงบี๊ป

ลักษณะการแสดงผล

เกิดปัญหาขึ้นที่

ไม่มี

ว่างเปล่า

เพาเวอร์ซัพพลายหรือแหล่งจ่ายไฟ

ไม่มี

เคอร์เซอร์เท่านั้น

เพาเวอร์ซัพพลาย

ไม่มี

ดอสพร้อมท์

ลำโพง

*

ดอสพร้อมท์

ปกติ

*

ขึ้นภาษาเบสิก

ดิสก์

*-

ว่างเปล่า

จอมอนิเตอร์

**

ว่างเปล่า

จอมอนิเตอร์

**

มีรหัสผิดพลาด

ปัญหาอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นที่หน่วยความจำ

หลาย *

มีรหัส 305

Keyboard

หลาย *

อื่นๆ

เพาเวอร์ซัพพลาย

เสียงบี๊ปไม่หยุด

อื่นๆ

เพาเวอร์ซัพพลาย

-*

อื่นๆ

Mainboard

-**

อื่นๆ

จอมอนิเตอร์

-***

อื่นๆ

จอมอนิเตอร์

 

หมายเหตุ

* หมายถึง เสียงดังปี๊ปสั้นๆ

เช็คฮาร์ดแวร์ในกระบวนการ POST

การ POST เป็นกระบวนการตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ว่าปกติดีหรือไม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปิดเครื่องครั้งแรก ดังนั้นเราจะต้องทำความรู้จักกันก่อนว่ากระบวนการนี้มีขั้นตอนอย่างไร ดังนี้

หน้าจอแรก ข้อมูลของการ์ดแสดงผล
ที่ห้าจอแรกนี้จะแสดงข้อมูลของการ์ดแสดงผลที่ใช้ในเครื่อง ได้แก่ ยี่ห้อ, รุ่นของชิป CPU, ชนิดของ Slot ติดตั้ง, ขนาดของแรมบนการ์ด, เวอร์ชันของ BIOS ที่ใช้บนการ์ด

 

หน้าจอที่สอง กระบวนการตรวจสอบเครื่อง
โดยเริ่มจากมีเสียงบี๊บดัง 1 ครั้งแสดงว่าเครื่องทำงานปกติ (แต่ถ้าได้ยินมากกว่า 1 ครั้งให้รีบปิดเครื่องทันที) จากนั้นเครื่องจะตรวจนับแรม รุ่นและความเร็วของซีพียู ต่อไปก็จะทำการตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ และซีดีรอมไดรฟ์ ต่อไป

 

หน้าจอที่สามรายการฮาร์ดแวร์ที่ตรวจพบ
เมื่อคุณพบหน้าจอดังรูปให้กดปุ่ม <Break/Pause> เพื่อหยุดหน้าจอแล้วตรวจดูว่ามีอุปกรณ์ครบหรือไม่ เช่น รุ่นและความเร็วของ CPU ขนาดของหน่วยความจำ Cache ฟล๊อบปี้ดิสก์ไดรว์ รุ่นของฮาร์ดดิสก์และซีดีรอมไดรว์ เป็นต้น จากนั้นก็กดปุ่มใดก็ได้เพื่อให้เครื่องทำงานต่อ

หลังจากนั้นเครื่องก็บู๊ตเข้าสู่ระบบปฏิบัติการต่อไป ซึ่งถ้าเป็นเครื่องใหม่ที่ยังไม่ได้ลงระบบปฏิบัติการใดๆเลย เครื่องก็จะไม่ทำงานต่อและจะแจ้งข้อความดังนี้

DISK BOOT FAILURE, INSERT DISK SYSTEM PRESS ENTER

ดังนั้นให้คุณหาแผ่นบู๊ตหรือแผ่นซีดีรอมที่สามารถบู๊ตได้มาใส่ลงในไดรว์ (อย่าลืมกำหนดให้ BIOS บู๊ตจากไกรว์ A และไดรว์ CD-ROM เสียก่อน) เพื่อให้เครื่องบู๊ตจากแผ่นดิสก์หรือซีดีได้ จากนั้นก็ติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ต้องการลงไปบนฮาร์ดดิสก์

 

 

แหล่งที่มา  http://www.skn.ac.th/teacher/com01.htm

 

*** บันทึกข้อเสนอแนะ ***

 

DISK BOOT FAILURE, INSERT DISK SYSTEM PRESS ENTER

 

จากข้อความข้างต้น  วิธีตรวจเช็คและการแก้ไขของผม  ส่วนมากแล้วจะปรากฏว่า  คอมฯไม่พบฮาร์ดิสก์  ให้ตรวจดูที่สายแพ , สายไฟ  ที่ต่อเข้ากับอุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์ทุกจุด  หากแก้ไม่ได้หมายความว่า ฮาร์ดดิสก์..เจ๊ง!!...แล้วครับ  ต้องเปลียนฮาร์ดิสก์ใหม่แล้วหล่ะ




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 8 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 4 ต.ค. 2551 (02:51)

รู้จัก Registry ก่อนเข้าเจอะระบบ



Registry คือฐานข้อมูลส่วนกลางที่มีความสำคัญสำหรับ Windows เป็นอย่างยิ่งเพราะข้อมูลแทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลด้าน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์การปรับแต่งค่าต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งรหัสผ่าน สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกบรรจุอยู่ใน Registry ทั้งหมดRegistry จึงมีผลต่อเสถียรภาพของ Windows หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นใน Registry เพียงแห่งเดียว ก็อาจส่งผลให้ Windows ทำงานผิดเพี้ยนหรือล่มไปทั้งระบบก็เป็นได้ ดังนั้นการที่เราจะสามารถควบคุม Windows ได้เหนือผู้ใช้งานทั่วไป การปรับแต่ง Registry จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้


หน้าที่ของ 6 คีย์หลักใน Registry
ภายใน Registry จะประกอบด้วยคีย์หลัก 6 คีย์ ด้วยกัน ซึ่งแต่ละคีย์ก็ล้วนเชื่อมต่อข้อมูลกับไฟล์ System.dat และ User.dat โดยแต่ละคีย์จะมีหน้าที่ดังนี้
HKEY_CLASSES_ROOT เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ติดตั้งภายในเครื่อง
HKEY_CURRENT_CONFIG เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับการกำหนดค่าต่างๆ ของฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมด
HKEY_LOCAL_MACHINE เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการตั้งค่าอื่น ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อมูลภายในคีย์จะนำไปใช้กับผู้ใช้ทุกคนที่เข้ามาในวินโดวส์
HKEY_USERS เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้ใช้ทั้งหมดเช่นรายชื่อของผู้ใช้ที่เข้ามาใช้งานหรือรายชื่อผู้ใช้งานเครือข่าย โดยจะมีความสัมพันธ์และเป็นข้อมูลชุดเดียวกับคีย์ HKEY_CURRENT_USER
HKEY_CURRENT_USER เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้ใช้ปัจจุบันที่เข้ามาใช้งานเท่านั้น โดยจะมีความสัมพันธ์และเป็นข้อมูลชุดเดียวกับกับคีย์ HKEY_USERS
HKEY_DYN_DATA เป็นคีย์สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับการตั้งค่าในระบบ Plug and play รวมถึงค่ารหัสต่าง ๆ ของอุปกรณ์ที่มาต่อพ่วง สำหรับใน Windows XP จะไม่ปรากฏคีย์นี้


 หมายเหตุ  ต้องอ่านและศึกษาให้เข้าใจก่อนที่จะ  ไป  แก้ไข  ใน  registry
เพราะหาก  เผลอไปลบ  โปรแกรมสำคัญ ขึ้นมา    ก็อาจทำให้เข้าวินโดว์ไม่ได้นะครับ


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 64 ดวง

ความเห็น 2 6 ต.ค. 2551 (05:04)

คอมพิวเตอร์แฮงก์บ่อย ๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้
- สาเหตุที่ 1 อาจเกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์
วิธีแก้ ลองใช้โปรแกรม Antivirus เวอร์ชั่นอัพเดทตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ทั้งหมด
- สาเหตุที่ 2 คุณภาพเมนบอร์ดไม่ถึงมาตรฐาน
วิธีแก้ อาจเป็นเพราะคุณภาพของเมนบอร์ดไม่ถึงมาตรฐานของโรงงาน ซึ่งโดยมากมักเกิดกับเมนบอร์ดที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ให้เอาไปเปลี่ยน
- สาเหตุที่ 3 ไฟล์ระบบปฏิบัติการชำรุด
วิธีแก้ ถ้ามั่นใจแล้วว่าไม่ได้เกิดจากไวรัสและสาเหตุอื่น ๆ ให้เรา Backup ข้อมูล ฟอร์แมต แล้วลงระบบปฏิบัติการและโปรแกรมใหม่ทั้งหมดครับ


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 64 ดวง

ความเห็น 3 6 ต.ค. 2551 (05:10)

เปิดเครื่องแล้วมีเสียงร้องแต่ไม่ยอมทำงานใด ๆ
- สาเหตุที่ 1 อุปกรณ์บางตัวที่ต่อกับเมนบอร์ดหลวม
วิธีแก้ ถ้าอุปกรณ์บางตัวที่ต่อกับเมนบอร์ดหลวม จะทำให้กระบวนการเช็คค่าเริ่มต้น (POST) ของ BIOS ฟ้องค่าผิดพลาด ให้เราเปรียบเทียบค่าสัญญาณ Beep Code จากคู่มือเมนบอร์ด
- สาเหตุที่ 2 อุปกรณ์บางตัวที่อยู่บนเมนบอร์ดต่อไม่ถูกต้อง
วิธีแก้ ส่วนใหญ่มักเกิดกับ RAM ปกติเมื่อเราเปิดเครื่องแล้วมีปัญหาไม่สามารถแสดงภาพออกทางหน้าจอในตอนเริ่มต้นได้ Bios จะพยายามแจ้งอาการเสียผ่านทางเสียงร้องออกทางลำโพงที่อยูภายในเครื่องคอมพ์ ให้เราเปรียบเทียบค่าสัญญาณ Beep Code จากคู่มือเมนบอร์ด
- สาเหตุที่ 3 อุปกรณ์บางตัวที่ต่อกับเมนบอร์ดเสีย
วิธีแก้ ให้เราลองเปรียบเทียบค่าสัญญาณ Beep Code จากคู่มือเมนบอร์ดดู
- สาเหตุที่ 4 Chip บนเมนบอร์ดบางตัวเสีย
วิธีแก้ ให้ลองไปดูเครื่อง Beep Code และถ้าสาเหตุมาจาก Chip บนเมนบอร์ดให้ไปส่งร้านซ่อมเพื่อเปลี่ยน Chip หรือต้องซื้อเมนบอร์ดตัวใหม่ถ้าไม่มีอะไหล่


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 64 ดวง

ความเห็น 4 22 ต.ค. 2551 (03:01)

อาการของเครื่องติดไวรัส


 


สามารถสังเกต การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้อาจเป็นไปได้ว่าได้มีไวรัสเข้าไปติดอยู่ในเครื่องแล้ว อาการที่ว่านั้นได้แก่

1.ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงาน

2.ขนาดของโปรแกรมใหญ่ขึ้น

3.วันเวลาของโปรแกรมเปลี่ยนไป

4.ข้อความที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นกลับถูกแสดงขึ้นมาบ่อ ย ๆ

5.เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ

6.เครื่องส่งเสียงออกทางลำโพงโดยไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่ใช้อยู่

7.แป้นพิมพ์ทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย

8.ขนาดของหน่วยความจำที่เหลือลดน้อยกว่าปกติ โดยหาเหตุผลไม่ได้

9.ไฟล์แสดงสถานการณ์ทำงานของดิสก์ติดค้างนานกว่าที่เคยเป็น

10.ไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เคยใช้อยู่ ๆ ก็หายไป

11.เครื่องทำงานช้าลง

12.เครื่องบู๊ตตัวเองโดยไม่ได้สั่ง

13.ระบบหยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ

14.มีการรายงานว่าจำนวนเซกเตอร์ที่เสียมีจำนวน เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยที่ ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมใดเข้าไปตรวจหาเลย.....


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 64 ดวง

ความเห็น 5 25 ต.ค. 2551 (05:00)

รวมวิธีแก้ต่างๆ ที่เป็นอาการหลังติดไวรัสครับ 


วิธีดังต่อไปนี้จะใช้ไม่ได้ผล หากท่านยังไม่ได้หยุดหรือลบไวรัสนะครับ


แทบจะทุกวิธีนั้นต้องเข้า regedit ไปแก้ครับ โปรดแก้ด้วยความระวัดระวังครับ เพราะหากทำผิดท่านอาจจะเข้า windows ไม่ได้
วิธีเข้า regedit นั้น ให้คลิกตรงปุ่ม Start ตรงปุ่มล่างซ้าย แล้วเลื่อนขึ้นไปคลิกปุ่ม Run ในช่องข้อความพิมพ์ว่า regedit แล้ว Enter


วิธีแก้ต่างๆ    


1.เข้า Run ไม่ได้
  1.1เข้าไม่ได้เพราะไม่มีเมนู Run คือพูดง่ายๆ คลิก Start ตรงปุ่มล่างซ้ายแล้วไม่มีเมนู Run ให้คลิก
ให้เข้า regedit โดยการเข้าไปที่ C:WINDOWS แล้วดับเบิ้ลคลิกไฟล์ regedit.exe แล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer
มองขวามือลบคีย์ NoRun
1.2 อาจจะโดนร้ายแรงกว่านั้น อาการคือ คลิก Start ตรงปุ่มล่างซ้ายแล้วไม่มีเมนูอะไรเลย หน้าจอก็ไม่มีไอคอนอะไร คลิกขวาก็ไม่ได้
แต่ยังกด Ctrl+Alt+Delete ได้ ให้กด Ctrl+Alt+Delete แล้วเลือกแถบ New task แล้ว browse ไปเลือกเปิดไฟล์ C:WINDOWS
egedit.exe
เมื่อเข้า regedit ได้แล้ว ให้เข้าไปที่คีย์  
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer
มองขวามือ ลบคีย์ออกทุกคีย์ยกเว้น คีย์ชื่อNoDriveTypeAutoRun ไม่ต้องลบครับ แล้วรีตาร์ทเครื่องก็หายแล้วครับ


2. เข้า regedit ไม่ได้ เมื่อเข้าแล้วขึ้น ดังรูป  Registry editing has been disabled by your administrator

ให้โหลดโปรแกรมมาแก้ครับ ชื่อ UnHookExec.inf  โหลดมาแล้วคลิกขวาเลือกคำสั่ง install นะครับ
2.1เข้า regedit แล้วเงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เป็นไปได้ว่าไฟล์ regedit อาจจะโดนลบครับ ให้เข้าไปที่ My computer แล้วเข้าไปที่
C:WINDOWS หาเปิดไฟล์ regedit.exe ครับ หากเปิดแล้วเงียบอีก ก็ให้เปลี่ยนชื่อ ไฟล์ regedit.exe นั้นเป็นชื่ออื่นครับ เช่น regedit2.exe
แล้วลองเข้าใหม่ครับ เมื่อเข้าได้แล้วก็ เข้าไปที่คีย์
HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftWindows NTCurrentVersionImage File Execution Options
ลบโฟลเดอร์   regedit.exe
HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftWindows NTCurrentVersionImage File Execution Options 
ลบโฟลเดอร์   regedt32.exe


3.คลิกขวาไม่ได้ ให้เรา เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer  
มองขวามือ หาบรรทัดที่เขียนว่า NoViewContextMenu เจอแล้วลบทิ้งเลยครับ แล้วเข้าไปที่
HKEY_LOCAL_MACHINESoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer
มองขวามือ หาบรรทัดที่เขียนว่า NoViewContextMenu เจอแล้วลบทิ้งเช่นกันครับ


4.กด Ctrl+Alt+Delete แล้ว Task manager ไม่ขึ้นมาแต่ขึ้นว่า Task Manager has been disabled by your administrator

ให้เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า DisableTaskMgr แล้วเข้าไปที่คีย์
HKEY_LOCAL_MACHINESoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า DisableTaskMgr ออกเหมือนกันครับ


5.เข้า Run พิมพ์ cmd แล้วเอนเทอร์ เพื่อจะเข้า command prompt แล้วเครื่องก็รีสตาร์ท หรือเงียบ
ให้เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า DisableCMD  แล้วเข้าไปที่คีย์
HKEY_LOCAL_MACHINESoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesSystem
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า DisableCMD เหมือนกันครับ


6.เมนู โฟลเดอร์ ออฟชั่นหาย  ให้เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciesExplorer
มองขวามือลบบรรทัดที่เขียนว่า NoFolderOptions ออกครับ


7.เซตให้แสดงไฟล์ของระบบไม่ได้ เซตแล้วก็เด้งกลับมาซ่อนไว้เหมือนเดิมเหมือนเดิม
ให้เข้า regeditแล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionExplorerAdvanced
มองหาคีย์ชื่อ ShowSuperHidden  ให้ดับเบิ้ลคลิก แล้วใส่ค่าเป็น 1 ครับ


8. ไม่สามารถเปลี่ยนหรือลบภาพพื้นหลังหน้าจอไม่ได้เพราะคลิกขวา properties ที่หน้าจอแล้วไม่มีเมนูที่จะเข้า ดังรูป


ให้เข้า regedit แล้วไปที่คีย์
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPoliciessystem
มองขวามือแล้วลบบรรทัดที่เขียนว่า NoDispBackgroundPage กับ NoDispScrSavPage ออกครับ


 


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 64 ดวง

ความเห็น 6 26 ต.ค. 2551 (03:53)

การตรวจเช็คและวิธีแก้ปัญหาลง windows ไม่ได้ บู๊ตได้แต่ลงๆๆแล้วพอลงได้สักครึ่งขึ้น บูล สกรีน ตลอด


 


1. หัวอ่าน CD-ROM มีปัญหา วิธีแก้คือ ทำความสะอาดหัวอ่านหรือเปลี่ยนตัวใหม่มาลองดู

2. เปิดฟังก์ชั่นการตรวจสอบไวรัสไว้ใน BIOS วิธีแก้คือ ไปปิดฟังก์ชั่นนี้ซะก่อนที่ท่านจะลงวินโดว์

3. ฮาร์ดดิสก์มี Bad Sector วิธีแก้คือ ให้ท่านทำการ scandisk แล้ว fix Bad เจ้าปัญหานี้ซะ


 


4. อุปกรณ์เชื่อมต่อภายในสกปรกหรือหลวม เช่น สายแพฮาร์ดดิสก์ที่เสียบไม่แน่น หรือฝุ่นละอองที่จับตัวบริเวณแผงของเมนบอร์ด หรือเป็นสายเก่าขาดภายใน ลองเปลี่ยนสายใหม่ดูครับ
    หรือเสียบอุปกรณ์ต่างๆลงใน slot ไม่แน่น วิธีแก้คือ ถอดอุปกรณ์ต่างๆ มาทำความสะอาด ใช้ยางลบทำความสะอาดบริเวณขาที่เสียบกับ slotแล้วใส่กลับเข้าไปอย่างเดิม เช็คดูว่าใส่แน่นดีทุกจุดหรือเปล่า


5. กรณีมีแรมหลายแผง
          5.1.ถอดให้เหลือตัวเดียวแล้วลง ไม่ผ่าน แรมตัวเดิมสลับช่องสล๊อตไปเรื่อย ๆ จนครบทุกช่อง
          5.2. ไม่ผ่าน เปลี่ยนแรมแผงใหม่ แล้วทำตาม 5.1
          5.3. ไม่ผ่าน ถ้าใส่ การ์ดแลนด์ ให้ถอดออก แล้วลองตาม 5.1 – 5.2 ใหม่
          5.4. ไม่ผ่าน
                    5.4.1 สล๊อตแรมเสีย
                    5.4.2 เรื่องใหญ่ เมนบอร์ด หมดอายุ บวม อืด


6. CPU ร้อนเกินไป
    6.1 อาจจะเกิดจากซิลิโคนแห้ง ให้เราถอด CPU ออกมาขูดซิลิโคนเก่าออกแล้วป้ายซิลิโคนใหม่ลงไปแล้วประกอบกลับอย่างเดิม
    6.2 พัดลม CPU หมุนช้าหรือหมุนผิดปกติ ให้ทำความสะอาดพัดลมดูครับอาจจะมีฝุ่นหรือเศษอะไรเข้าไปติดทำให้พัดลมหมุนได้ไม่เต็มที่

7. อุปกรณ์ข้างในเสีย เช่น CPU เสีย กรณีนี้แม้จะพบได้น้อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่จะพบ ทางแก้คือเปลี่ยน CPU ใหม่ไปเลยครับ,
    การ์ดจอ, หรืออุปกรณ์จำพวก onboard เช่น Sound onboard ให้ทำการ disable ก่อนลงวินโดว์ ครับ ฯ


 


8. การแบ่งพิทิชั่น  drive c ควรจะเป็น NTFS ครับ  โดยเฉพาะแผ่นติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows XP SP3 นี้ส่วนมากแล้วมักจะรองรับแต่ NTFS  ส่วน FAT32 นั้นลงไม่ได้เลยครับ


 


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 64 ดวง

ความเห็น 7 21 ธ.ค. 2551 (07:23)

วิธีการ/ ลำดับขั้นตอนClear  CMOS


 


1.หาคู่มือ mainboard ก่อนแต่ถ้าพอมีความรู้เรื่อง hardware ก็ไม่ต้องใช้ครับ เปิดคู่มือเมนบอร์ดดูครับ ว่าตำแหน่งที่ใช้ clear CMOS อยู่ตรงไหนโดยปกติมันก็จะอยู่ใกล้ตัว CMOS เลย ทีนี้มันจะมี jumper ซึงเป็นตัวเล็กๆ ไว้สำหรับเสียบลงในช่องขา (ปกติจะมี2-3 ขา)ที่ยื่นมาบนเมนบอร์ด ก็ให้ย้ายตำแหน่งมาที่ตำแหน่ง clear ทิ้งไว้สัก 15 วินาที แล้วย้ายกลับมาตำแหน่งเดิม ถ้าไม่ย้ายเครื่องก็จะไม่บู๊ต ให้ครับ
2.เปิด case ออกมา
3.ดูบน mainboard ของเรา เพื่อหา jumper clear Cmos ส่วนมากตำแหน่งไม่แน่นอน แต่ดูแถวๆ ถ่านกระดุมก่อน อ้อข้อสังเกตุครับ jamper clear Cmosจะมีรายละเอียดดังนี้
-ส่วนมากตัว jumper จะมีสีต่างจาก jumper ตัวอื่นๆ แต่จะสังเกตได้แต่ board รุ่นใหม่ๆ
-ส่วนที่คล้ายๆกันเกือบทุก board เลยคือเป็น j1 หรือ jumper No1 และส่วนมากจะมี screen เขียนว่า CLR_Cmos, CLR ฯลฯ โดย screen ที่มันบอกจะใช้เป็นตัวย่อมาจาก Clear Cmos นั่นเอง
-แต่บาง Mainboard จะไม่มี jumper แต่จะเป็นจุดให้เราช็อตขาเอาเองโดย screen จะใช้เหมือนที่กล่าวข้างบน
4.ปรับค่าไปทาง clear เลยครับหรือช็อตขา(สำหรับที่ไม่มี jumper)ก็เรียบร้อยแต่ถ้าคิดว่าที่พูดมายุ่งยาก(แต่ชัวร์ที่สุด)ก็มาขุ้นตอนนี้เลย
5.ถอดถ่านกระดุมออกแล้วเอาไขควงของเราจี้ที่ขั้วแท่านใส่ถ่านกระดุมให้เป็นวงจรสมบูรณ์ซะ(หมายถึงให้ขั้วมันประสานกันโดยมีไขควงเป็นตัวนำ) ซัก 30วินาทีและอย่าพึ่งใส่ถ่านกลับเขาไปนะทิ้งไว้อีกสัก 5 นาทีก่อนค่อยใส่กลับคืน


6. พอ clear เสร็จแล้วก็มี set bios ใหม่ ครับ 






*** jumper สำหรับ clear cmos จริงๆคือการช๊อตแบต (เทียบเท่าถอดแบต) ดังนั้นจึงอย่าช๊อตนาน เดี๊ยวแบตร้อนแบตหมด ***


krootuuy2009
ร่วมแบ่งปัน29 ครั้ง - ดาว 64 ดวง

ความเห็น 8 25 มิ.ย. 2553 (10:14)
ดีมากเอามากๆๆๆๆๆๆๆA+
kaewmanggon
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง