คำบาลี-สันสกฤต | วิชาการ.คอม


คำบาลี-สันสกฤต

สารบัญ

เริ่มอ่าน เริ่มรู้

ลักษณะคำไทย บาลีและสันสกฤต

ลักษณะคำไทยแท้

      ๑. คำไทยแท้ส่วนมากพยางค์เดียว ไม่ว่าจะเป็นนาม สรรพนาม วิเศษณ์ บุพบท สันธาน อุทาน ฯลฯ ซึ่งเรียกว่าภาษาคำโดด เช่น ลุง ป้า น้า อา กา ไก่ ฯลฯ มีคำไทยแท้หลายคำที่มีหลายพยางค์ เช่น มะม่วง สะใภ้ ตะวัน กระโดด  มะพร้าว ทั้งนี้เพราะสาเหตุที่เกิดจาก

ก. การกร่อนเสียง  คำ  ๒  พยางค์  เมื่อพูดเร็วๆเข้า  คำแรกจะกร่อนลง เช่น  

      มะม่วง  มาจาก หมากม่วง     ตะคร้อ มาจาก ต้นคร้อ         สะใภ้     มาจาก    สาวใภ้

      ตะวัน      ”  ตาวัน        ตะปู    ”   ตาปู           ตะเข็บ      ”        ตัวเข็บ

      มะตูม     ”  หมากตูม      สะเอว    ”   สายเอว         สะดือ            ”        สายดือ   

ข. การแทรกเสียง  คือ  คำ  ๒  พยางค์  เรียงกันแล้วมีเสียงแทรกตรงกลาง  เช่น

      ลูกกระดุม     มาจาก       ลูกดุม        ผักกระถิน     มาจาก   ผักถิน

      นกกระจอก      ”         นกจอก       ลูกกระเดือก     ”    ลูกเดือก

      ผักกระเฉด      ”         ผักเฉด       นกกระจิบ       ”    นกจิบ     

ค. การเติมพยางค์หน้าคำมูลโดยเติมคำให้มีความหมายใกล้เคียงกันเช่น

      จุ๋มจิ๋ม       -      กระจุ๋มกระจิ๋ม        จุกจิก  -     กระจุกกระจิก

      ดุกดิก       -      กระดุกกระดิก        ตุ้งติ้ง   -     กระตุ้งกระติ้ง

      หนุงหนิง     -      กระหนุงกระหนิง       ฉับเฉง -     กระฉับกระเฉง

      โดกเดก      -      กระโดกกระเดก       เดี๋ยว   -     ประเดี๋ยว

      โจน        -      กระโจน            ทำ    -     กระทำ 

      ๒.  คำไทยแท้ไม่มีตัวการันต์ ไม่นิยมคำควบกล้ำ และมีตัวสะกดตรงตามมาตรา เช่น เชย สาว จิก กัด รัก พบ แม่ พ่อ พี่ ป้า น้า อา ฯลฯ

      ๓.  คำไทยแท้มีวรรณยุกต์ทั้งมีรูปและไม่มีรูป  เพื่อแสดงความหมาย  เช่น  ฉันน่าจะไปนากับน้าของฉัน

      ๔.  การเรียงคำในภาษาไทยสับที่กัน  ทำให้ความหมายเปลี่ยนไป  เช่น   

      ใจน้อย     - น้อยใจ       กลัวไม่จริง    -     จริงไม่กลัว        ใจหาย  -   หายใจ

 ลักษณะคำไทยที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต

      ๑. คำไทยที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต มักมีหลายพยางค์ ส่วนมากใช้เป็นคำนาม กริยา และวิเศษณ์ เช่น บุษบา วัตถุ สงเคราะห์ ปรีดา ประเสริฐ ฯลฯ

      ๒. มักมีตัวการันต์อยู่ด้วย เช่น กษัตริย์ ศาสตร์ การันต์ พราหมณ์ ฯลฯ

      ๓. คำที่ประสมด้วยพยัญชนะต่อไปนี้ ฆ ญ ฌ ฎ ฏ ฒ ณ ธ ภ ศ ษ ฤ

      ๔. คำที่สะกดแตกต่างจากคำไทยแท้

      ๕. คำที่มีรูปวรรณยุกต์และไม่ไต่คู้ ไม่ใช่คำบาลี-สันสกฤต ยกเว้นบางคำที่ไทยมาเติมวรรณยุกต์เอกภาย

หลัง เช่น เล่ห์ พ่าห์ เสน่ห์

     หลักทั่วไปของภาษาบาลี

     ภาษาบาลี

      ๑. พยัญชนะบาลีมี ๓๒ ตัวไม่นับ เพราะภาษาไทยไม่ใช้เป็นตัวสะกด สระมี ๘ ตัว

      ๒. คำในภาษาบาลีจะต้องมีตัวสะกดและตัวตามในวรรคเดียวกันเสมอ พยัญชนะแถวที่ ๑, ๓, ๕ เป็นตัวสะกด ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๑ สะกด แถวที่ ๑ หรือ ๒ เป็นตัวตามได้ เช่น สักกะ ทุกขะ ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๓ สะกด แถวที่ ๓ หรือ ๔ เป็นตัวตามได้ เช่น อัคคี วิชชา ถ้าแถวที่ ๕ สะกด พยัญชนะทุกแถวในวรรคเดียวกันตามได้ เช่น องก์ สังข์ สงฆ์ องค์ ยกเว้น ง ตามตัวเองไม่ได้

     พยัญชนะบาลี

๑           ๒           ๓           ๔           ๕             ตัวสะกด

      วรรคกะ      ก           ข           ค           ฆ           ง

      วรรคจะ      จ           ฉ           ช           ฌ           ญ

      วรรคฏะ      ฏ           ฐ           ฑ           ฒ           ณ

      วรรคตะ       ต           ถ           ท           ธ           น

วรรคปะ      ป           ผ           พ           ภ           ม

เศษวรรค    ย           ร           ล           ว           ส  ห  ฬ

๓. สังเกตจากพยัญชนะ “ฬ” มีใช้เฉพาะบาลี เช่น จุฬา วิฬาร์ ครุฬ

๔. บาลีมีตัวสะกดและตัวตามที่ซ้ำกัน ไทยจะตัดตัวที่ซ้ำกันออกให้เหลือตัวเดียว เช่น

      รัฏ.ฐ    -    รัฐ                             ปุญ.ญ      -     บุญ

      นิส.สิต   -    นิสิต                             กิจ.จ     -      กิจ

      เขต.ต   -    เขต

ภาษาสันสกฤต

๑.  สันสกฤตมีพยัญชนะ  ๓๔  ตัว  (เพิ่ม ศ ษ) สระสันสกฤตมี ๑๔ ตัว

๒.  ตัวสะกดตัวตามของสันสกฤตจะอยู่ต่างวรรคกัน เช่น สัปดาห์ อักษร บุษบา อัศจรรย์ ฯลฯ

๓.  สันสกฤตนิยมใช้ตัว “ฑ” เช่น กรีฑา จุฑา ครุฑ   

๔.  นิยมใช้อักษรควบเป็นตัวสะกด เช่น จักร อัคร บุตร จันทร

๕.  มักจะมี “ษ” หรือ “รร” อยู่ในคำนั้นๆ เช่น ราษฎร์ ฤษี ภรรยา กฤษณา 

 

 

ข้อแตกต่างระหว่างภาษาบาลี  กับ  ภาษาสันสกฤต

บาลี

สันสกฤต

๑.  สระบาลี มี ๘ ตัว คือ อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ

๒.  พยัญชนะ บาลี มี ๓๒ ตัว

๓.  บาลีนิยม ฬ เช่น จุฬา กีฬา อาสาฬห วิฬาร์

๔.  ไม่นิยมคำควบกล้ำและอักษรนำ เช่น ปฐม มัจฉา

    วิชชา  สามี

๕.  มีหลักเกณฑ์การใช้ตัวสะกดตัวตามแน่นอน

๖. ใช้ริ  กลางคำ  เช่น  อริยะ  จริยา  อัจฉริยะ

๗.  บาลีใช้  อะ  อิ  อุ  เช่น  อมตะ  ติณ  ปุจฉา  อุตุ

๘.  บาลีใช้  ส  ทั้งหมด  เช่น  สงฆ์  สามัญ  ปัสสาวะ

      อัสสุ  มัสสุ  สิกขา  สัจจะ

๑.  สระสันสกฤตมี ๑๔ ตัว เพิ่ม ไอ เอา ฤ ฤา ฦ ฦา

๒. พยัญชนะสันสกฤตมี  ๓๔  ตัว  เพิ่ม  ศ  ษ

๓.  สันสกฤตใช้  ฑ  ฒ  เช่น  จุฑา  กรีฑา 

๔.  นิยมควบกล้ำ และอักษรนำ เช่น ประถม มัตสยา

    วิทยา  สวามี

๕.  มีหลักตัวสะกดตัวตามไม่แน่นอน

๖.  ใช้  ร  กลางคำ  เช่น  อาจารย  จรรยา  อารยะ 

๗.  สันสกฤต ใช้ ฤ เช่น  อมฤต  ตฤณ  ปฤจฉา  ฤดู

๘.  ใช้  ส    จะมีพยัญชนะวรรค  ต  (ต  ถ ท ธ น)  เป็นตัวตาม  เช่น  สตรี  สถานี  พัสดุ  สถิติ  พิสดาร

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา