|
แม้หนทางจะสิ้นหวังสักแค่ไหน ก็อย่าท้อของ Steve jobs
คนที่แม้แต่แม่ที่แท้จริงก็ไม่ต้องการ เริ่มต้นจากชีวิตที่ต่ำต้อยด้อยค่า เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่วันนี้ เค้ากลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก
post ครั้งแรก: Sun 16 November 2008, 4:49 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 7 December 2008, 9:07 am
อยู่ในส่วน: ทั่วไป, vClub, ปรัชญา, Testing firefox, Testing, comment ของบทความ, กระทู้เก่าคุณพวงร้อย, อื่นๆ, บุคคลสำคัญ ต่างชาติ, บุคคลสำคัญ, ครูคุยทั่วไป, ครูอาจารย์, ท่องเที่ยว, ปัญหาเชาวน์, แต่งกลอน, ดูหนังฟังเพลง, ลับสมอง, สาระขัน, บันเทิง, พักผ่อนหย่อนใจ, วิชาการ.คอม
|

โดย ธนัชพร สารจันทร์
“สตีฟ จ๊อบส์ และ บิลล์ เกตส์ กับความยิ่งใหญ่ที่ได้มาด้วยการก๊อปปี้บวกกับสมองอันปราดเปรื่อง”
สตีฟ จ๊อบส์ เคยกล่าวไว้ว่า “เป็นโจรสลัดน่าสนุกกว่าเป็นทหารเรือ”
เขาเชื่อว่า การลอกเลียนผู้อื่นนั้นไม่ใช่เรื่องร้ายแรงถ้าทำไปเพื่อนำกำไรที่ได้มาไปใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สูงกว่า สตีฟได้สร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการขโมยรูปแบบการแสดงผลบนหน้าจอโดยใช้กราฟิกอินเทอร์เฟซ และเลียนแบบสิ่งที่เรียกว่า “เมาส์” มาจากทีมวิจัยและพัฒนาของซีร็อก และนั้นก็กลายเป็นต้นแบบของเครื่องแอบเปิ้ลรวมทั้งวินโดวส์ของบิลล์อีกด้วย (นับว่าเป็นโชคร้ายจริงๆ ที่ผู้บริหารของซีร็อกในขณะนั้นกลับไม่มีวิสัยทัศน์ทางด้านนี้)
และแล้วไอเดียที่ถูกจุดประกายมาจากเมนูการใช้งานของบริษัทซีร็อกก็หลายมาเป็นซอฟท์แวร์แอปเปิ้ลของสตีฟ และเป็นจุดเปลี่ยนที่นำมาสู่การเติบโตอย่างเป็นล่ำเป็นสันของบริษัทแอปเปิ้ลที่จากเดิมเป็นบริษัทเล็กๆ ที่มีเพียงสตีฟและเพื่อนสองคน กลายเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ในเมืองแห่งซิลิคอลวัลเลย์
ความสำเร็จของสตีฟสร้างความกดดันไม่น้อยให้กับบิลล์และเพื่อนๆ เนื่องจากบิลล์เองก็มุ่งมั่นที่จะพัฒนาภาษาเครื่องเพื่อนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกับสตีฟ แต่ดูเหมือนว่าสตีฟจะก้าวได้เร็วกว่าบิลล์ถึง 2 ก้าว
…ก้าวแรก สตีฟและเพื่อนพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเอง
…ก้าวที่สอง สตีฟและเพื่อนพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการขึ้นเองอีกด้วย
ในขณะที่กลุ่มของบิลล์และเพื่อนๆ ยังไม่สามารถสร้างผลงานได้เลยสักชิ้น จึงได้แต่ติดตามดูความก้าวหน้าของสตีฟอย่างใกล้ชิด สิ่งที่บิลล์ทำได้ในตอนนั้นก็คือ การเดินเข้าไปขายฝันให้กับไอบีเอ็มบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการคอมพิวเตอร์ในตอนนั้น พร้อมกล่าววาทะเด็ดกับคณะผู้บริหารว่า “ผมมีสิ่งที่คุณต้องการ” โดยบิลล์รับปากว่า เขาจะเขียนภาษาเครื่องที่จะใช้รันบนคอมพิวเตอร์ไอบีเอ็ม
บิลล์ได้สร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกันในห้องประชุมต่อหน้าคณะผู้บริหารของไอบีเอ็ม เพราะบิลล์เองยังไม่มีอะไรเลย เท่านั้นยังไม่พอ บิลล์ยังยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมอีกว่า ซอฟต์แวร์ที่เขาพัฒนาขึ้นนั้น จะต้องได้รับผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายเครื่องไอบีเอ็ม และต้องมีสิทธิ์ที่จะขายซอฟต์แวร์ให้กับเจ้าอื่นได้อีกด้วย แม้ว่าเพื่อนๆ จะอึ้งกับคำพูดของบิลล์ แต่ก็ยอมรับสมองอันปราดเปรื่องของบิลล์
ปัญหาก็คือว่า แล้วบิลล์จะทำอย่างไรกับคำสัญญาที่ให้ไว้กับไอบีเอ็ม…
บิลล์เอาตัวรอดด้วยการส่งเพื่อนไปเจรจาซื้อพีซีดอส (PC-DOS) ที่มีคนพัฒนาสำเร็จแล้วมาด้วยเงินก้อนหนึ่งที่เทียบไม่ได้เลยกับเงินที่บิลล์จะได้เมื่อนำไปให้ไอบีเอ็ม บิลล์นำพีซีดอสมาย้อมแมวขายเป็นไมโครซอฟต์ดอส (MS-DOS)
ถึงแม้ว่า นี่จะเป็นเพียงความสำเร็จก้าวเล็กๆ ของบิลล์ที่อาจจะเทียบไม่ได้เลยกับสตีฟ เนื่องจาก "ดอส" ไม่ดีเท่า "แอปปิ้ล" แต่เมื่อนึงถึงการที่บริษัทไมโครซอฟต์ของบิลล์ที่ดูจะกระจอกมากๆ ในตอนนั้น สามารถสร้างตัวเองให้เป็นที่ต้องการของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็มได้แล้ว นั่นก็คือ การสร้างโอกาสอันยิ่งใหญ่ครั้งแรกที่บิลล์ฉายแววให้เห็น
ความสำเร็จของบิลล์กับไอบีเอ็มในครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า บิลล์จะมีดีพอที่จะสู้กับแอปเปิ้ลของสตีฟได้เลย เนื่องด้วยรูปแบบการใช้งานของดอสเทียบไม่ได้เลยกับแอปเปิ้ล นั่นทำให้บิลล์ต้องพยายามก้าวต่อไป และคราวนี้บิลล์ตัดสินใจบุกเข้าไปที่บริษัทแอปเปิ้ล ไปขอพบกับสตีฟ และทั้งสองก็ได้พบกัน
บิลล์ฉายแววความปราดเปรื่องให้เพื่อนของเค้าได้เห็นอีกครั้ง ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สตีฟ ว่าตนเองจะสนับสนุนแอปเปิ้ล และสามารถพูดให้สตีฟหลงเชื่อส่งเครื่องแอปเปิ้ลไปให้กับเขาด้วยความหวังว่า บิลล์จะช่วยพัฒนามัน แต่หลังจากนั้นไม่นาน “ระบบปฏิบัติการวินโดวส์” ก็กำเนิดขึ้นมา โดยก๊อปปี้กราฟิกอินเทอร์เฟซตามแบบแอปเปิ้ล
หลังการเกิดขึ้นของวินโดวส์ สร้างความไม่พอใจให้กับสตีฟอย่างมาก สตีฟรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก ถูกหักหลัง ถูกก็อปปี้ สตีฟโกรธบิลล์อย่างที่สุด ทั้งสองได้พบกันและโต้เถียงกัน แต่บิลล์ก็สามารถควบคุมอารมณ์ของสตีฟได้อยู่หมัด โดยบิลล์เลือกที่จะสงบและนิ่งเฉยกับคำต่อว่าของสตีฟ เรียกได้ว่าใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว แล้วบิลล์ก็เอาตัวรอดได้อีกครั้งด้วยคำอธิบายในทำนองว่า วินโดวส์มันเป็นโปรแกรมกระจอกๆ ที่เทียบไม่ได้เลยกับแอปเปิ้ล และนั่นทำให้สตีฟหลงเชื่อบิลล์อีกครั้ง
การขับเขี้ยวกันระหว่าง “วินโดวส์” กับ “แอปเปิ้ล” จึงเริ่มต้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา และทุกครั้งที่สตีฟขึ้นเวทีเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ของแอปเปิ้ล เขาก็มักจะเหน็บๆ วินโดวส์ว่าลอกมาจากแอปเปิ้ล แต่ก็มักจะมีการโต้กลับว่า บริษัทซีร็อกต่างหากคือเจ้าของไอเดียกราฟิกอินเทอร์เฟซและเมาส์อย่างแท้จริง ทั้งสองฝ่ายจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมานับแต่นั้นเป็นต้นมา

เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เขียนขึ้นหลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่อง “Pirates of Silicon Valley” ซึ่งนำเสนอจุดเริ่มต้นของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนานแห่งวงการไอที การดำเนินเรื่องจะเน้นเป็นพิเศษในมุมของการชิงไหวชิงพริบเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่โดยการฉกเอาไอเดียหรือสินค้าที่ไร้ประโยชน์ในสายตาของเจ้าของที่แท้จริง เมื่อนำมาพัฒนาต่อแล้วทำตลาดสำเร็จ การอ้างสิทธิ์ความชอบธรรมเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของก็ตามมาทันที

นี่ดูจะเป็นเรื่องที่ตัดสินได้ยาก ว่าการลอกเลียนของทั้งสตีฟและบิลล์มันผิดหรือถูก ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้ก็มีให้เห็นกันอยู่ทั่วโลก และเกิดขึ้นกับทุกๆ วงการ เพราะฉะนั้น ต่อให้มีไอเดียหรือมีนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับ การรู้จักคุณค่าที่แท้จริงของมัน และมีวิสัยทัศน์ที่จะนำพานวัตกรรมที่ตนมีไปให้คนทั้งโลกได้สัมผัส 2 สิ่งนี้ทำให้สตีฟและบิลล์ประสบความสำเร็จ ในขณะที่เจ้าของที่แท้จริงกลับประสบความสำเร็จน้อยมากเมื่อเทียบกับทั้งสองคน เรื่องนี้คงเป็นบทสรุปได้ว่า
“ผู้คิดค้น อาจไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับ เหล่าโจรสลัด ฉะนั้นจงเก็บไอเดียอันล้ำค่าของท่านไว้ให้พ้นหูพ้นตาของเหล่าโจรสลัด ก่อนที่มันจะถูกฉกเอาไปโดยไม่รู้ตัว”

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Pirates of Silicon Valley ที่สร้างขึ้นจากหนังสือ Fire in the Valley: The Making of The Personal Computer โดย Paul Freiberger และ Michael Swaine เป็นเรื่องราวของการผลิตคอมพิวเตอร์พีซีในยุคเริ่มแรก และตัวละครที่สำคัญของเรื่องนี้จะอยู่ที่การขับเขี้ยวกันระหว่าง แอปเปิ้ลของ สตีฟ จอบส์ กับ ไมโครซอฟต์ของ บิลล์ เกตส์
post by: www.bynatureonline.com, www.smilebug4u.bloggang.com
หวังว่าจะได้ประโยชน์นะครับ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |