ชุดสาธิตและฝึกทักษะช่างประกอบติดตั้งคอมพิวเตอร์ | วิชาการ.คอม


ชุดสาธิตและฝึกทักษะช่างประกอบติดตั้งคอมพิวเตอร์

สารบัญ

                       
หน้าที่ 1 หลักการ วัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ
หน้าที่ 2 รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
หน้าที่ 3 การเตรียมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
หน้าที่ 4 บทบาทของครูและผู้เรียนที่ปฏิบัติในการจัดการเรียนรู้
หน้าที่ 5 รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นทักษะปฏิบัติ
หน้าที่ 6 วิธีสอนแบบสาธิตแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
หน้าที่ 7 สื่อประกอบการเรียนรู้ “ชุดแบบฝึกทักษะการประกอบและติดตั้งคอมพิวเตอร์”
หน้าที่ 8 การศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล1.
หน้าที่ 9 การศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2 ตอนที่ ๑. ด้านวุฒิภาวะความฉลาดทางอารมณ์
หน้าที่ 10 การศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2 ตอนที่ ๒. ด้านพหุปัญญา - ค้นหาความเก่ง
หน้าที่ 11 การศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2 ตอนที่ ๒. ด้านพหุปัญญา - ความสัมพันธ์ในอาชีพต่างๆ
หน้าที่ 12 การศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2 ตอนที่ ๓. ด้านวิธีการเรียนของแต่ละคน
หน้าที่ 13 การศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2 ตอนที่ ๔. ด้านปัญหาและข้อจำกัดของผู้เรียน
หน้าที่ 14 บันทึกแผนการจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
หน้าที่ 15 ตัวอย่างผลการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล
หน้าที่ 16 การวิเคราะห์หลักสูตร สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
หน้าที่ 17 ตัวอย่างคำอธิบายรายวิชา
หน้าที่ 18 ตัวอย่างผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
หน้าที่ 19 สื่อประกอบการเรียนรู้
หน้าที่ 20 ชุดสาธิตและฝึกทักษะ"บ้านคอมพิวเตอร์ ครูซ่อมคอม"
หน้าที่ 21 ตัวอย่างใบความรู้ที่ 1.1
หน้าที่ 22 แบบฝึกทักษะฯ เรื่องส่วนประกอบคอมพิวเตอร์
หน้าที่ 23 แบบฝึกทักษะกิจกรรมที่ 1.1
หน้าที่ 24 แบบฝึกทักษะกิจกรรมที่ 1.2

ตัวอย่างใบความรู้ที่ 1.1

ใบความรู้ที่ 1.1

 

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

รายวิชาช่างประกอบคอมพิวเตอร์

รหัสวิชา ง 311009

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

เรื่อง ทำความรู้จักคอมพิวเตอร์

เวลา ( 20 นาที )

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

โดยนายไพรัตน์  แสนโสม

โรงเรียนดงเย็นวิทยาคม

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  บอกความหมาย  ประเภท  หน้าที่และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ ได้

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 

2. รู้ความหมายของคอมพิวเตอร์

3. จำแนกประเภทของคอมพิวเตอร์

4. บอกระบบของคอมพิวเตอร์

5. บอกเครื่องมือและการเตรียมในการประกอบและติดตั้งคอมพิวเตอร์

เนื้อหาสาระ

พื้นฐานคอมพิวเตอร์

          ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความสำคัญในเชิงธุรกิจและการงานของเรามากไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลทั่วไป ประวัติพนักงาน ลูกค้า บัญชีรายรับรายจ่าย ใบส่งของและอื่นๆ

          โดยทั่วไปคอมพิวเตอร์จะทำงานได้ จะต้องประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์

องค์ประกอบคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบ 2 องค์ประกอบคือ

1. ฮาร์ดแวร์ ( Hardware )

          ฮาร์ดแวร์ได้แก่ส่วนประกอบต่างๆที่ประกอบกันขึ้นเป็นคอมพิวเตอร์  มีรูปร่างแน่นอนสามารถสัมผัสได้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

ฮาร์ดแวร์ที่อยู่ภายนอก

                    ฮาร์ดแวร์ที่อยู่ภายนอกคือ  ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเห็นและสัมผัสได้ จึงทำให้เป็นส่วนที่คุ้นเคยมากที่สุดเช่น เคส ( Case )  หรือตัวเครื่องซึ่งเป็นที่อยู่ของเมนบอร์ด ซีพียู แรม ฮาร์ดดิสก์ ซีดีไดร์ฟและ ฟล็อปปี้ไดร์ฟ โดยด้านหน้าเคสจะมีปุ่มสำหรับเปิด – ปิด หรือ Reset เครื่อง และมีไฟบอกสถานการณ์ทำงานของเครื่องติดตั้งอยู่ด้วย

          นอกจากนั้นเป็นส่วนของจอภาพ คีย์บอร์ด เมาส์และลำโพง ซึ่งจะมีเหมือนกันในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง

ฮาร์ดแวร์ที่อยู่ภายใน

                    ฮาร์ดแวร์ที่อยู่ภายในได้แก่ เมนบอร์ด ซีพียู แรม ฮาร์ดดิสก์ ซีดีไดร์ฟ และฟล็อปปี้ไดร์ฟ  ซึ่งเป็นส่วนที่จะต้องเปิดฝาเครื่องออกมาจึงจะมองเห็นได้  อุปกรณ์ในส่วนนี้จะมีการทำงานที่สลับซับซ้อนมาก มักมีความร้อนสูง  จึงต้องการระบบระบายความร้อนที่ดีมีประสิทธิภาพ

2. ซอฟต์แวร์ ( Software )

          คือโปรแกรมซึ่งประกอบด้วยชุดคำสั่งที่จะคอยควบคุมและสั่งการให้ฮาร์แวร์คอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้  โดยซอฟแวร์จะมี 2 ประเภทคือ

ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการหรือ Operating System เป็นโปรแกรมที่ใช้บู๊ตและควบคุมการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น ซีพียู แรม การอ่าน – เขียนข้อมูลของดิสก์และการแสดงผลทางหน้าจอต่างๆซึ่งซอฟต์แวร์ในประเภทนี้ได้แก่ ระบบปฏิบัติการตระกูล Windows และ Linux เป็นต้น 

          ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หรือ Application Software เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้งานเฉพาะด้านเช่น โปรแกรมในตระกูล Microsoft Office  ใช้สร้างเอกสาร , Photoshop เพื่อตกแต่งภาพ , ACDSee สำหรับดูภาพและจัดการกับภาพ ส่วน Nero ใช้เขียนแผ่นซีดี/ดีวีดี เป็นต้น  ซึ่งตามปกติซอฟต์แวร์ประยุกต์นี้จะถูกแออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการใดระบบปฏิบัติการหนึ่งอย่างน้อย 12 ระบบอยู่เสมอ เช่น ใช้ได้กับ Windows XP และ Windows Vista หรือ Windows 2003  เป็นต้น

 

 

ประเภทคอมพิวเตอร์

          คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านชนิดอื่นๆ  สามารถแบ่งตามขนาดและลักษณะการใช้งานได้ 2 ประเภทดังนี้

 

1. คอมพิวเตอร์สำหรับองค์กร

          ชนิดของคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งได้ตามขนาดและการใช้งานของคอมพิวเตอร์ได้ดังนี้

ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (super computer) ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ มีสมรรถนะสูง สามารถประมวลได้เร็ว และมีความสามารถในการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น สถิติประชากร การขุดเจาะน้ำมัน คอมพิวเตอร์ชนิดนี้มีราคาแพงที่สุด ส่วนใหญ่จะใช้งานในองค์กรที่มีการทำงานที่ต้องการความเร็วสูง เช่น งานวิเคราะห์ภาพถ่าย จากดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา หรือดาวเทียมสำรวจทรัพยากร งานวิเคราะห์พยากรณ์อากาศ งานทำแบบจำลองโมเลกุล ของสารเคมี งานวิเคราะห์โครงสร้างอาคาร ที่ซับซ้อน ปัจจุบันประเทศไทย มีเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Cray YMP ใช้ในงานวิจัย อยู่ที่ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สมรรถภาพสูง (HPCC) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ผู้ใช้เป็นนักวิจัยด้านวิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ บริษัทผู้ผลิตที่เด่นๆ ได้แก่ บริษัทเครย์ รีเสิร์ซ (Cray Research), บริษัท เอ็นอีซี (NEC) เป็นต้น

เมนเฟรม (mainframe)                          เมนเฟรมเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ แต่เล็กกว่า และมีสมรรถนะต่ำกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ มีราคาแพง นิยมใช้งานกับธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร โรงแรม หรือ ใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์ขององค์การขนาดใหญ่ เป็นต้นได้ชื่อว่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ก็เพราะครั้งแรกที่สร้างคอมพิวเตอร์ลักษณะนี้ได้สร้างไว้บนฐานรองรับ ที่เรียกว่า คัสซี่ (Chassis) โดยมีชื่อเรียกฐานรองรับนี้ว่า เมนเฟรม นั่นเอง คอมพิวเตอร์เมนเฟรม ที่มีชื่อเสียงมาก คือ เครื่องของบริษัท IBM

มินิคอมพิวเตอร์ (minicomputer)                                                มินิคอมพิวเตอร์เป็น คอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะต่ำรองลงมาจากเมนเฟรม คือทำงานได้ช้ากว่า แต่ราคาย่อมเยากว่าเมนเฟรม ใช้ในธุรกิจขนาดกลาง และเล็ก ที่ต้องการความสามารถในการประมวลผลสูง และราคาไม่สูงเกินไป เช่น ตามองค์กร และสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ต่างๆ เป็นต้น 

2. คอมพิวเตอร์สำหรับผู้ใช้โดยทั่วไป

ไมโครคอมพิวเตอร์ (microcomputer) หรือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (personal computer)    คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ(Desktop computer) หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง มีขนาดเล็กกว่ามินิคอมพิวเตอร์ บุคคลทั่วไปสามารถซื้อไว้ใช้งาน หรือ เพื่อความบันเทิง ได้ เหมาะกับการใช้งานที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วสูงมาก แต่ในปัจจุบันความสามารถในการทำงานของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้พัฒนาสูงขึ้นมาก และราคาไม่แพง ทำให้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน อีกทั้งยังได้รับการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมากบางเครื่องมีความสามารถมากกว่าเครื่องเมนเฟรมในสมัยแรกๆ เสียอีกด้วยราคาที่ถูกกว่าหลายร้อยเท่าทีเดียว และยังได้มีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในรูปแบบที่พกพาสะดวกได้แก่โน๊ตบุค (Notebook computer,labtop)                   เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลขนาดเล็กประมาณสมุดโน๊ต โดยทั่วไปมีราคาสูงกว่าและประหยัดไฟมากกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถพกพาไปที่ใดก็ได้ และเปิดใช้ได้ไม่จำเป็นต้องมีแหล่งจ่ายไฟ ส่วนใหญ่สามารถเปิดใช้ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ปัจจุบันได้พัฒนาให้มีขนาดบาง และน้ำหนักเบา อีกทั้งยังมีความสามารถเทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอีกด้วยเทบเล็ต (tablet PC)มีลักษะคล้ายกระดานเขียนตัวหนังสือ สามารถใช้งานได้เหมือนสมุดจดบันทึกหรือสมุดโน๊ต โดยคุณสามารถวาด หรือเขียนตัวหนังสือลงไปบนหน้าจอได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดเหมาะสำหรับคนที่ชอบเขียนมากกว่าชอบพิมพ์ ในปัจจุบัน เทบเล๊ตสามารถบันทึกเสียงได้ด้วย พีดีเอ (PDA: Personal Digital Assistant)                                     เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ ความสามารถในการประมวลน้อยกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วไป แต่ยังสามารถดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ตได้ มีปฏิทิน และสมุดนัดหมาย บางรุ่นสามารถเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ด้วย มีอุปกรณ์รับเข้า คือ สไตล์ลัส (stylus) ซึ่งมีลักษณะคล้ายปากกา เวลาใช้จะอาศัยแรงกดลงไปบนหน้าจอ พีดีเอ บางรุ่นสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้

 สรุป

 

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันของเราอย่างมากมาย ผู้คนให้ความ สนใจกันอย่าง กว้างขวาง แทบจะ ทุกคนที่ต้องมีความเกี่ยวพันและใช้งานคอมพิวเตอร์ในทุกสาขาอาชีพ ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนาให้ประกอบและติดตั้งเพื่อใช้งานได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก... ดังนั้น  จึงไม่ใช่เรื่องยาก หากเรา คิดที่จะประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาและติดตั้งโปรแกรมใช้เอง

 

ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์

                                   การประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น มีทั้งศาสตร์และศิลป์ คือต้องมีความรู้เกี่ยวกับการทำงานของชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ และต้องวางแผนลำดับขั้นตอนการประกอบเครื่องเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เพราะหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น อาจต้องถอดอุปกรณ์เข้าออกหลายครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้อุปกรณ์นั้นเสียหายได้  ดังนั้น...เราจึงควรจัดเตรียมสิ่งเหล่านี้

1. เตรียมและทำความรู้จักกับอุปกรณ์ที่จำเป็น

           การเตรียมและทำความรู้จักกับอุปกรณ์ต่างๆเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบคอมพิวเตอร์จะต้องทราบถึงความสำคัญและหน้าที่ของอุปกรณ์ที่จะประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ เรามาทำความจักกับอุปกรณ์เหล่านี้เลย

2. ชุดเครื่องมือสำหรับประกอบเครื่อง

         คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ที่มีชิ้นส่วนค่อนข้งเล็ก  การหยิบจับอาจจะไม่สะดวก จึงควรเตรียมชุดเครื่องมือสำหรับการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ดังนี้ ไขควงปากแบนและไขควงแฉกขนาดกลาง -ใช้ขันน๊อตยึดเมนบอร์ดเข้ากับตัวเคส ยึดการ์เพิ่มเติม ติดตั้งฟล็อบปี้ดิสก์ ซีดีรอม ไดรว์ และฮาร์ดดิสก์ ตลอดจนการปิดฝาเคส

ตัวครีบสกรู - ใช้คีบน็อตใส่ในช่องเกลียวสำหรับน็อตในที่คับแคบที่ไม่สามารถใช้มือจับได้

ตัวถอดชิป - ในเครื่องรุ่นเก่าตัวชิปมักจะติดตั้งอยู่ในซ็อกเก็ตในลักษณะถอดเปลี่ยนได้ซึ่งตัวถอดชิปจะช่วยได้มากแต่ในปัจจุบันชิปมักจะถูกฝังบนตัวการ์ดหรือเมนบอร์ดตั้งแต่ผลิตออกมาจากโรงงานแล้ว การถอดต้องใช้เครื่องมือพิเศษที่ผลิตมาโดยเฉพาะ

หลอดเก็บสกรูและจัมเปอร์ - ใช้สำหรับเก็บสกรูและจัมเปอร์ที่เหลือจากการประกอบเครื่อง ไว้ใช้ในยามจำเป็น

ปากคีบ - สำหรับคีบจับสกรูหรืออุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ที่ใช้มือที่หยิบไม่ได้

บล็อกหกเหลี่ยมขนาดเล็ก - ใช้สำหรับขันน็อตหกเหลี่ยมตัวเมียกับแผงเหล็กของเคส เพื่อยึดเมนบอร์ดเข้ากับตัวเคส

หัวมะเฟือง - สำหรับยึดน็อตพิเศษแบบหกเหลี่ยมสำหรับอุปกรณ์บางประเภทที่ทางผู้ผลิตไม่ต้องการให้ ผู้ที่ไม่ใช่ช่างอาชีพมาแกะซ่อมเอง

3. จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนลงมือประกอบเครื่อง

                 การจัดเตรียมอุปกรณ์จะต้องเริ่มด้วยๆ จากกล่องเพื่อเช็คสภาพและดูว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งต้องทำอย่างระมัดระวัง จากนั้นเราต้องจัดวางอุปกรณ์นั้นๆ ไว้อย่างเป็นสัดส่วน และเป็นระเบียบ หยิบใช้ได้สะดวกรวดเร็ว

 

ซีพียู - เมื่อแกะออกมาแล้วให้ตรวจดูสภาพของขาซีพียูว่ามีการหักหรือคดงอหรือไม่ จากนั้นจึงตรวจดูใบ             รับประกันว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องควรนำไปให้ทางร้านที่จำหน่ายตรวจสอบ

แรม - ตรวจดูสภาพว่ามีร่องรอยชำรุดหรือไม่ และตรวจดูระยะ เวลาสิ้นสุดการประกัน เช่น เดือน ปี ค.ศ.

          บนสติกเกอร์รับประกันว่าถูกต้องหรือไม่

ฮาร์ดดิกส์ -

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา