การทำสมาธิเบื้องต้น

สารบัญ

ความรู้คู่คุณธรรม

เรื่องของ    สมาธิเบื้องต้น   ไม่ยากอย่างที่คิด

การทำสมาธิ  ทำเพื่ออะไร ?   การทำสมาธิทำเพื่อสะสมพลังจิต  โดยให้อารมณ์รวมเป็นหนึ่งเมื่อทำได้แล้วจะทำให้เกิดความสุข สงบ เบาสบาย...

เรื่องง่าย ๆ  ทำได้ทุกคน   หากมีคำถามว่า   ทำแล้วได้อะไร   คำตอบง่าย ๆ คือทำแล้วได้วาสนา...

          ที่สถาบันพลังจิตตานุภาพ เป็นอีกที่หนึ่ง  ที่มีการเรียนการสอน  หลักสูตรครูสมาธิ   มาตั้งแต่ปี  2539   โดยพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์  สิรินทโร   เริ่มแรกเปิดสอนที่วัดธรรมมงคล   สุขุมวิท 101/1  ปัจจุบันมีเปิดสอนเพิ่มขึ้นอีกหลายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ           

           สิ่งที่ได้จากการมาเรียนการทำสมาธิเบื้องต้น ทำให้รู้ว่า  

-  การทำสมาธิสามารถที่จะทำได้ทั้ง  4  อริยะบท  คือ   ยืน   เดิน   นั่ง   นอน  แต่ที่มาฝึกกัน  2  อริยะบทคือ   เดิน  ( เดินจงกลม )กับนั่ง..( นั่งสมาธิ )   

          -  สมาธิมี  3  ขั้นคือ  ขณิกะสมาธิซึ่งเปรียบเสมือนเด็กทารก   ( สมาธิขั้นต้น  ) อุปจาระสมาธิ  ( สมาธิขั้นกลาง )  และอัปปนาสมาธิ  ( สมาธิขั้นสูง )       

สำหรับคนที่เริ่มต้น  มีขั้นตอนการเดินจงกรมและนั่งสมาธิ ดังนี้                     ขั้นตอนของการเดินจงกรม           1. ยืนตรงจุดเริ่มต้นทางเดินจงกรม พนมมือระหว่างอกแล้ว หลับตากล่าว             คำอธิษฐานการเดินจงกรมในใจว่า  “ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ”             พุทโธ พุทโธ พุทโธ   แล้วยกมือที่พนมสูงขึ้นระหว่างคิ้ว            กล่าวในใจว่า “ สาธุ ”           2. เอามือลง ใช้มือขวาจับมือซ้าย ห้อยมือพอสบายไม่เกร็ง           3. กำหนดจิตไว้ที่หน้าผาก ไม่ต้องหลับตา ตามองทางเดินจงกรมไกลกว่าตัว               ประมาณ 1.5 – 2 เมตร           4. เริ่มบริกรรมคำว่า “ พุทโธๆ ” อยู่ในใจ พร้อมก้าวเท้าขวาเดินตามด้วยเท้าซ้าย              ไม่ช้าหรือเร็วเกินไปเดินในลักษณะเดินปกติ           5. เมื่อเดินสุดทางจงกรม ให้ค่อยๆ หมุนตัวกลับทางขวา ยืนทรงตัวตรง แล้วจึง               เริ่มก้าวด้วยเท้าขวาเหมือนตอนเริ่มต้น           6. เมื่อครบตามเวลาที่กำหนด ให้ยืนตรงจุดเริ่มต้นเดิน พนมมือระหว่างอก                กล่าวในใจว่า “ สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ ” ขอให้สัตว์ทั้งหลายจงเป็น               สุข ๆ เถิด แล้วยกมือที่พนมขึ้นระหว่างคิ้วแล้วกล่าวในใจว่า “ สาธุ ”               เป็นอันจบพิธีการเดินจงกรม 

ขั้นตอนของการนั่งสมาธิ

1.วิธีนั่งพื้น ให้เอาขาขวาทับขาซ้าย ตั้งกายให้ตรง ยกมือพนมระหว่างอก             กล่าวคำอธิษฐานสมาธิตามอาจารย์ หรือผู้นำ ถ้าทำคนเดียวก็กล่าวคนเดียวดังนี้              “ ข้าพเจ้า ระลึกถึง คุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณบิดามารดา             คุณครูบา อาจารย์ จงมาดลบันดาล ให้ใจของข้าพเจ้า จงรวมลงเป็นสมาธิ              พุทโธ ธัมโม สังโฆ ( 3 จบ )   พุทโธ พุทโธ พุทโธ ”              เสร็จแล้วเอามือลงให้เอามือขวาหงายทับมือซ้าย วางไว้บนตัก หลับตา บริกรรม             คำว่า “ พุทโธ ๆ ”   อยู่ในใจจนกว่าจะเลิกตามเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นให้             ตั้งใจสวดแผ่เมตตาพิเศษ ดังนี้    สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ , อะเวรา สุขะชีวิโน              ขอให้สัตว์ทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่มีเวรต่อกันและกัน จงเป็นผู้ดำรงชีพอยู่เป็นสุขทุก                เมื่อเถิด  กะตัง ปุญญัง ผะลัง มัยหัง , สัพเพ ภาคี ภะวันตุ เต  ขอให้สัตว์ทั้งสิ้นนั้น               จงเป็นผู้มีส่วนได้เสวยผลบุญ อันที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้วนั้นเทอญ.            2. วิธีนั่งเก้าอี้ ให้นั่งห้อยเท้าลงตามสบาย ตั้งกายให้ตรง หรือหลังพิงเก้าอี้ก็ได้                ยกมือพนมระหว่างอกกล่าวคำอธิษฐาน และแผ่เมตตา เช่นเดียวกับ               ข้อ 1. ( วิธีนั่งพื้น )           -  ประโยชน์ของการทำสมาธิ  มีมากมาย  เช่น   ช่วยให้อารมณ์สงบเย็นลง            ลด    ความเครียจได้อย่างดี   ทำให้มีความจำดีขึ้น  เป็นคนมีเสน่ห์  เมื่อตาย            จะไม่ไป สู่   อบายภูมิ    คือ  นรก   เปรต  อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน  เป็นต้น... 

          หลักสูตรครูสมาธินี้  ใช้เวลาฝึกทั้งหมด  6  เดือนทั้งฝึกปฎิบัติและมีทฤษฎีด้วย

ก่อนจบหลักสูตรจะต้องปฎิบัติภาคสนาม  โดยไปธุดงค์ที่ดอยอินทนนท์เป็นเวลา  4 คืน

5  วัน...           

          ท่านสามารถติดต่อที่สถาบันพลังจิตตานุภาพ  ทุกสาขา  ขอบอกว่าไม่มีค่าใช้จ่ายน่ะค่ะ...แล้วท่านจะได้แต่สิ่งที่ดี ๆ  พบทางสว่างในชีวิต...      

                    “  ความสุขที่แท้จริงคือความสงบ  เย็น  ”            

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา