วิชาการดอทคอม ptt logo

ภูมิคุ้มกันความล้มเหลวในยุคการค้าไร้พรมแดน

การบริหารสู่ความสำเร็จ
ผู้เขียน: piya85 ชมแล้ว: 2,043 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 24 February 2009, 3:25 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 24 February 2009, 3:39 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - ภูมิคุ้มกันความล้มเหลวในยุคการค้าไร้พรมแดน

 บทความโดย อาจารย์ปิยะพงศ์ พัดชา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ประชาชาติธุรกิจ หน้า  6 วันที่ 25 กันยายน 2546 ปีที่ 27 ฉบับที่ 3517 (2717)

10  ด้านดังนี้

การบริหารธุรกิจสมัยใหม่จะมุ่งเน้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่เดิมการผลิตสินค้าเพื่อนำออกสู่ตลาดจะถูกคิดและตัดสินใจโดยผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจนั้น ๆ แต่ธุรกิจสมัยใหม่จะให้ความสำคัญต่อผู้บริโภค โดยจะต้องค้นหาความต้องการของผู้บริโภคด้วยวิธีการอย่างมีระบบเครื่องมือที่ใช้ในการค้นหาความต้องการของผู้บริโภคก็คือ การวิจัยตลาด เพื่อนำผลของการวิจัยมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด

การแข่งขันของธุรกิจในยุคการค้าไร้พรมแดนยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่เพียงแต่จะแข่งขันในท้องถิ่นคือ ประเทศของตนเองเท่านั้น แต่ยังมีบริษัทข้ามชาติเข้ามาแข่งขันด้วย บริษัทข้ามชาติเหล่านี้มีทั้งเงินทุนและระบบการบริหารจัดการรวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถ้าองค์กรไม่สามารถปรับตัวเองเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งก็คงไม่สามารถอยู่ในวงจรธุรกิจได้

ฉะนั้น ธุรกิจสมัยใหม่จึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่ทวีความรุ่นแรงมากขึ้น การปรับตัวขององค์กรธุรกิจในด้านต่าง ๆ สามารถสรุปได้เป็น

 

1.

ภาวะความเป็นผู้นำของผู้บริหาร ผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์ มีความรอบรู้และมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนเพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีทิศทางและมีความมั่นใจในการทำงาน นโยบายของผู้บริหารจะต้องถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า และจะต้องเป็นนโยบายที่มีความยืดหยุ่นเพื่อให้ทันต่อสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

 

 

2.

ธุรกิจจะต้องให้ความสำคัญกับลูกค้า เนื่องจากลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ ดังนั้นการสืบทราบความต้องการของลูกค้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะถูกนำมาเป็นข้อมูลเพื่อกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด ตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้านั้น ๆ

 

 

3.

องค์กรธุรกิจจะต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการคิด ผู้บริหารองค์กรจะต้องกระตุ้นให้บุคลากรในองค์กรมีส่วนร่วมในการคิดโดยการสร้างกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อระดมความคิด ให้บุคลากรเห็นถึงความสำคัญของตนเองที่มีส่วนร่วมในความเจริญเติบโตขององค์กรธุรกิจ

 

 

4.

สร้างจิตใจของการเป็นผู้บริการให้กับบุคลากรในทุกระดับชั้น การให้บริการไม่เพียงแต่ให้บริการกับลูกค้าเท่านั้น ยังต้องมีจิตใจในการให้บริการกับส่วนงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพและไม่ติดขัดจนทำให้เป็นจุดอ่อนขององค์กร

 

 

5.

ให้ความสำคัญกับข้อมูลและข่าวสาร เนื่องจากข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อธุรกิจถ้าเปรียบองค์กรธุรกิจเป็นมนุษย์ ข้อมูลข่าวสารก็เปรียบเสมือนอาหารซึ่งจะต้องจัดหามาบริโภคทุกวัน ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จะต้องจัดเก็บอย่างเป็นระบบเมื่อมีความต้องการก็สามารถนำมาใช้ได้ทันที เพราะการตัดสินใจของผู้บริหารในปัจจุบันจะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลข่าวสารที่เที่ยงตรง น่าเชื่อถือ และรวดเร็ว

 

 

6.

มีการบริหารงานอย่างเป็นระบบ คำว่าระบบ ก็คือ ความเชื่อมโยงกัน ฉะนั้น งานต่าง ๆ จะต้องมีความเชื่อมโยงกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ซ้ำซ้อน ทำให้ เสียทรัพยากรและเวลา

 

 

7.

บคลากรจะต้องมีความชำนาญในงานที่ทำอย่างแท้จริง เนื่องจากความชำนาญจะช่วยลดความสูญเสียและลดระยะเวลาในการทำงานให้น้อยลง บุคลากรต้องมีความรู้ในงานที่เกี่ยวเนื่องด้วยเพราะถ้าบุคลากรคนใดคนหนึ่งขาดหายไปบุคลากรที่ทำหน้าที่เกี่ยวเนื่องด้วยต้องสามารถเข้าไปทดแทนได้ทันทีเพื่อไม่ให้งานหยุดชะงัก

 

 

8.

มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายสำคัญก็คือ การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ผู้บริหารจะต้องไม่ยึดติดกับความคิดเดิม ๆ ของตนเอง พร้อมที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง ต้องมีจิตใจเปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็นของลูกค้าและบุคลากรในองค์กรธุรกิจของตนเอง

 

 

9.

สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี จากผลของงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ พบว่า บรรยากาศในการทำงานมีผลต่อประสิทธิภาพของงาน บรรยากาศในการทำงานที่ดี เช่น สถานที่ทำงานสะอาด อุปกรณ์ในการทำงานถูกจัดวางอย่างเหมาะสมและลงตัว มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มีเสียงดังจนก่อความรำคาญ มีเพื่อนร่วมงานที่ดี จะทำให้บุคลากรในองค์กรเกิดความรักในองค์กร

 

 

10.

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับส่วนที่สนับสนุนองค์กรธุรกิจ เช่น ผู้ขายปัจจัยการผลิต คนกลางทางการตลาด สถาบันการเงิน ภาครัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ เพราะส่วนที่สนับสนุนองค์กรธุรกิจเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กร

 

 

 

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






piya85
(ดร. ปิยะพงศ์ พัดชา)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,404 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน