ตัวอย่างงานวิจัยในชั้นเรียน | วิชาการ.คอม


ตัวอย่างงานวิจัยในชั้นเรียน

สารบัญ

การส่งเสริมเจตคติในการส่งงานตรงเวลาของนักเรียนช่วงชั้นที่ ๔ (รร.พระปริยัติธรรม)

บทที่  ๑

บทนำ

 

๑.  ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

                ปัจจุบันนี้ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวางในทุกวงการ  และเทคโนโลยีก็กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานทุกด้าน  นับตั้งแต่ทางด้านการศึกษาและวิวัฒนาการของความเจริญก้าวหน้าของโลกได้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ประเทศไทยก็นับเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางกระแสของความเปลี่ยนแปลงนั้น  เพื่อให้สังคมไทยก้าวทันโลกยุคโลกาภิวัฒน์  สังคมไทยต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดในทางการปฏิรูปการศึกษา  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรให้มีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น  โดยการสร้างกิจนิสัยใหม่ให้เกิดขึ้น  ให้คิดเป็นทำเป็น  มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ให้ตามทันโลกในยุคปัจจุบัน  สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          การศึกษาของไทยมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ได้มีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ส่งผลให้การปฏิบัติงานของทุกคนที่อยู่ในวงการศึกษามีจุดประสงค์คือ  มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพและบรรลุเป้าหมายตามหลักสูตรการจัดการศึกษา  ประกอบกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  ๒๕๔๒  ได้ระบุไว้ในมาตรา  ๒๔(๕)  มีข้อความสำคัญให้ครูสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้  และมาตรา  ๓๐  ระบุโดยสรุปว่า  ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา

          จากเหตุผลดังกล่าว  ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาเพื่อแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของการส่งงานไม่ตรงเวลาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๔,๕ และ๖ โรงเรียนวัดหนองแวงวิทยา  ในสาระกลุ่มวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี  เพื่อพัฒนาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบ  การจัดกระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง

 

๒.  วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                เพื่อส่งเสริมและสร้างเจตคติอันดีในการส่งงานให้ตรงเวลาของนักเรียนระดับช่วงชั้นที่  ๔    

 

๓.  ขอบเขตการวิจัย

                ๓.๑  ประชากรที่ใช้ในการวิจัย  เป็นนักเรียนระดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๔,๕ และ๖    ของโรงเรียนวัดหนองแวงวิทยา  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น

          ๓.๒  ระยะเวลา  คือ  ภาคเรียนที่  ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๕๑

 

 

๔.  นิยามศัพท์เฉพาะ

                ๔.๑  เจตคติ  หมายถึง  ความรู้สึกที่แสดงออกมาในทางบวกหรือทางลบ  เช่น  ความพอใจ  ความไม่พอใจ  ในการส่งงาน  ความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย

                ๔.๒  งาน  หมายถึง  แบบฝึกหัดที่ครูให้ทำในชั่วโมงเรียน

                ๔.๓  ใบงาน  รวมถึง  การทำงานเป็นกลุ่มหรือชิ้นงาน

 

๕.  ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากงานวิจัย

                ๕.๑  ทำให้ครูผู้สอนทราบถึงเจตคติของนักเรียนที่มีต่อพฤติกรรมในการส่งงานวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี

                ๕.๒  เป็นแนวทางให้ครูผู้สอนในรายวิชาอื่นๆ ได้ศึกษาและนำไปสำรวจเจตคติของนักเรียน  ในเรื่องของเจตคติต่อการส่งงานให้ตรงเวลา

         

บทที่  ๒

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 

การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยดังต่อไปนี้

                ๑.  ความหมายของเจตคติ

                ๒.  ลักษณะของเจตคติ

                ๓.  องค์ประกอบของเจตคติ

 

๑.  ความหมายของเจตคติ

                เจตคติ  (เจ-ตะ-คะ-ติ)  เป็นคำที่บัญญัติให้ตรงกับคำว่า  Attitude  ในภาษาอังกฤษ  หมายถึง  ท่าทีหรือความรู้สึกนึกคิด  ความชอบความชังของบุคคลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

                เจตคติ  หมายถึง  ความรู้สึกโน้มเอียงของจิตใจที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  หรือแบ่งออกเป็น  ๒  ลักษณะ  คือ  เชิงนิมานและเชิงนิเสธ

 

๒.  ลักษณะของเจตคติ

          กฤษณา  ศักดิ์ศรี  (๒๕๓๐ : ๑๘๕-๑๘๘)  ได้กล่าวถึงลักษณะที่สำคัญของเจตคติ  สรุปได้ดังนี้

                ๒.๑  เจตคติเกิดจากการเรียนรู้หรือประสบการณ์ของบุคคลที่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

                ๒.๒  เจตคติเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม  สถานการณ์และเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

                ๒.๓  เจตคติเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมทั้งภายนอกและภายใน  เราจะสังเกตได้ว่าบุคคลมีเจตคติในทางยอมรับหรือไม่ยอมรับ  โดยสังเกตพฤติกรรมที่บุคคลนั้นแสดงออกมา       

          ๒.๔  เจตคติเป็นสิ่งซับซ้อน  มีที่มาสลับซับซ้อน  เพราะเจตคติขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ  เช่น  ความรู้สึกนึกคิด  ประสบการณ์ความรู้  ความเห็น   ฉะนั้นจึงผันแปรได้

                ๒.๕  เจตคติเกิดจากการเลียนแบบ  สามารถถ่ายทอดไปสู่บุคคลอื่นๆ ได้

 

๓.  องค์ประกอบของเจตคติ

                ประภาเพ็ญ  สุวรรณ  (๒๕๒๖ : ๓๔)  ได้กล่าวถึงองค์ประกอบของเจตคติไว้ดังนี้

                ๓.๑  องค์ประกอบด้านพุทธปัญญา  (Cognitive  Component)  หรือองค์ประกอบด้านความคิด  ได้แก่ความคิดซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มนุษย์ใช้ในการวัด  ความคิดนี้อาจอยู่ในรูปใดรูปหนึ่งที่ต่างกัน  ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละบุคคลที่มีต่อสิ่งเร้า

                ๓.๒  องค์ประกอบทางด้านท่าทีความรู้สึก  (Affective  Component)  เป็นส่วนประกอบทางด้านความรู้สึก  ซึ่งเป็นตัวเร้าความคิดอีกต่อหนึ่ง  ถ้าบุคคลมีความรู้สึกที่ดีหรือไม่ดี  ในขณะที่คิดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  แสดงว่าบุคคลนั้นมีความรู้สึกในด้านบวกหรือด้านลบตามลำดับต่อสิ่งนั้น

                ๓.๓  องค์ประกอบด้านปฏิบัติ  หรือองค์ประกอบด้านพฤติกรรม (Behavioral Component)  เป็นองค์ประกอบที่มีแนวโน้มในทางปฏิบัติ  ถ้ามีสิ่งเร้าที่เหมาะสมจะเกิดการปฏิบัติหรือปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

                                                                      บทที่  ๓

วิธีการดำเนินการวิจัย

 

                การวิจัย  เรื่อง  “การส่งเสริมเจตคติในการส่งงานตรงเวลาของนักเรียนช่วงชั้นที่  ๔”  โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการวิจัย  ดังนี้

 

๑.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

                ประชากรที่ใช้ในการวิจัย  คือ  นักเรียนระดับช่วงชั้นที่  ๔  ภาคเรียนที่  ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๕๑  โรงเรียนวัดหนองแวงวิทยา  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น  จำนวน  ๑๔๖  รูป

                กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย  คือ  นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๔,๕ และ๖  จำนวน  ๓  ห้อง ภาคเรียนที่  ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๕๑  ของโรงเรียนวัดหนองแวงวิทยา  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น

 

๒.  ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย

                ตลอดภาคเรียนที่  ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๕๑

 

๓.  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

          ๓.๑  แบบสอบถามชนิดปลายเปิด

                ๓.๒  ตารางส่งงานของนักเรียนรายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี

 

๔.  การเก็บรวบรวมข้อมูล

        (๑)  การเก็บรวบรวมข้อมูล  ผู้วิจัยได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเองกับกลุ่มตัวอย่าง  จำนวน  ๑๔๖  รูป  โดย แจกแบบสอบถามชนิดปลายเปิดให้นักเรียนตอบพร้อมจัดทำตารางส่งงานของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๔,๕  และ๖  รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี

        (๒)  รวบรวมหาเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ

        (๓)  บันทึกการส่งงานอย่างต่อเนื่อง  หลังจากส่งเสริมเจตคติและนำมาหาเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ

        (๔)  นำค่าเฉลี่ยร้อยละของการส่งงานช่วงต้นภาคเรียนที่  ๑  ของรายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี  เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของการส่งงานช่วงปลายภาคเรียนที่  ๑

 

                                                                   บทที่  ๔

ผลการวิจัยและอภิปรายข้อมูล

 

                การวิจัยครั้งนี้เพื่อส่งเสริมเจตคติในการส่งงานให้ตรงเวลาของนักเรียนระดับชั้น

มัธยมศึกษาปีที่  ๔,๕  และ๖  ปีการศึกษา  ๒๕๕๑  ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลจะนำเสนอผลการวิจัยและอภิปรายผลต่อไปดังนี้

 

๑.  ผลการวิจัย

                 บันทึกการส่งงานในรายวิชา  การงานอาชีพและเทคโนโลยี  ก่อนได้รับการส่งเสริมเจตคติ  ภาคเรียนที่  ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๕๑

 

ตารางที่  ๑  แสดงการส่งงานของนักเรียนช่วงชั้นที่  ๔  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๔,๕  และ  ๖

 

 

ระดับชั้น

การงานอาชีพและเทคโนโลยี

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา