8 ไอเดียวิธีจัดร้านค้าให้ขายดี
8 ไอเดียวิธีจัดร้านค้าให้ขายดี ไอเดียนี้นำไปประยุกต์ใช้กับสถานบริการอื่นๆ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล สถานศึกษา ฯลฯ เพื่อสร้างความประทับใจแรกพบ (first impression) ได้...
ผู้เขียน: wullopp ชมแล้ว: 2,139 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 24 March 2009, 1:00 am ปรับปรุงล่าสุด: Tue 24 March 2009, 8:47 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
หน้าที่ 1 - 8 ไอเดียวิธีจัดร้านค้าให้ขายดี
...
ภาพที่ 1: ซูเปอร์มาร์เกตเซนสบิวรี สหราชอาณาจักร (หมู่เกาะอังกฤษ) > [ Wikipedia ]
...
ภาพที่ 2: ชั้นวางของ ซูเปอร์มาร์เกต ญี่ปุ่น > [ Wikipedia ]
...
กูรู (guru = ปรมาจารย์ ปาจารย์ = อาจารย์ของอาจารย์ ตรงคำว่า "ครู") ด้านการค้าปลีก Paco Underhill ให้คำแนะนำท่านอาจารย์ซูซาน เบอร์ฟีลด์ นักเขียนคอลัมน์การตลาด ('Marketing') ตีพิมพ์ใน 'ไทยแลนด์ BusinessWeek (www.businessweek.co.th)' เกี่ยวกับการจัดร้านค้าปลีก
อาจารย์อันเดอร์ฮิลล์ทำการศึกษาวิจัยพฤติกรรมการจับจ่ายของคนอเมริกัน โดยบันทึกภาพวิดีโอปีละประมาณ 50,000 ชั่วโมง นาน 20 ปี แนวคิดนี้น่าจะนำไปใช้กับสถานบริการอื่นๆ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน สถาบันการศึกษา ฯลฯ ได้เช่นกัน
...
ท่านบอกว่า ระยะหลังๆ นี้ไม่ค่อยมีลูกค้ารายใหม่ จึงต้องหาทางทำให้ลูกค้าเก่าจ่ายออกมาให้ได้ คำแนะนำเหล่านี้ได้แก่
(1). ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่นักวางแผนล่วงหน้า และจะตัดสินใจซื้อของตอนไปชอปปิ้ง เพราะฉะนั้นการจัดร้านให้ดีจึงมีอิทธิพลสูงมากๆ ว่า ลูกค้าจะซื้อหรือไม่
(2). พื้นที่ทางเข้าเป็นจุดผ่อนคลายแบบสบายๆ ไม่ควรวางป้ายไว้แถวนี้ เนื่องจากลูกค้ามักจะไม่ค่อยสังเกตป้ายตรงนี้
...
(3). เมื่อเข้าไปในร้าน... คนอเมริกันมักจะเดินเลี้ยวไปทางขวา เพราะฉะนั้นสินค้าบริเวณนี้ควรจะดูดีเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดความประทับใจแรกพบ (first impression) ที่ดี
(4). ลูกค้าจะตอบสนองอย่างดี... ถ้าได้รับการต้อนรับหลังเข้าไปประมาณ 1 นาที
...
(5). ลูกค้ามีแนวโน้มจะดูสินค้านานขึ้นประมาณ 20% และวางสินค้าที่เปลี่ยนใจ "ไม่ซื้อ" ในนาทีสุดท้ายใกล้ๆ ชุดชำระเงิน เพราะฉะนั้นอย่าวางโต๊ะโล่งๆ ไว้แถวนี้
(6). ลูกค้าสมัยนี้ชอบป้ายที่มี "เรื่องราวดีๆ" มากขึ้น โดยเฉพาะป้ายที่มีเรื่องให้ลูกค้าได้ทำอะไรที่ดูมีคุณค่า เช่น "คอมพิวเตอร์สำหรับนักศึกษาที่ดีที่สุดของเรา" , ป้ายที่กองมันฝรั่ง "ดูสิ สวยไหม?" , ป้ายที่ผักหลากสี "ทำไมถึงเลือกผักปลอดสาร" ฯลฯ
...
(7). ป้ายที่ดีควรมีขนาดไม่เกิน 30 คำ หรือใช้เวลาอ่านไม่เกิน 15 วินาที... วิธีทดสอบง่ายๆ คือ ให้คนหลายๆ คนลองมาอ่านป้ายดูแบบสบาย แล้วจับเวลา อย่าให้เนื้อหาในป้ายยาวเป็นวิทยานิพนธ์ หรือพ็อกเกตบุ๊คส์
(8). ป้ายที่ดีควรอยู่ในที่ที่คนหยุดยืนอ่านได้สะดวก ขนาดตัวอักษรใหญ่พอ อ่านได้ง่าย และมีประโยชน์กับลูกค้า
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา
...
...
ที่มา
ขอขอบพระคุณ > Susan Berfield. Marketing: หนทางเรียกเงินจากเหล่านักชอป. ไทยแลนด์ BusinessWeek (www.businessweek.co.th). มีนาคม 2552. หน้า 62-64.
ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
ข้อมูลในบล็อกมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงโรคสูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปเผยแพร่ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 22 มีนาคม 2552.
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม