การใช้อำนาจของผู้นำ

สารบัญ

ผู้นำต้องรู้จักแสวงหาอำนาจ

            {#emotions_dlg.s3}อำนาจ (Power) หมายถึง ความสามารถที่บุคคลหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของบุคคลอื่นเพื่อให้ยอมปฏิบัติตาม  หรือความสามารถที่จะให้ผู้อื่นทำตามที่ต้องการ  หรือ อำนาจเป็นศักยภาพด้านความสามารถที่มีอิทธิพลเหนือพฤติกรรม หรือผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้อื่น 

             ผู้นำต้องรู้จักแสวงหาอำนาจ ต้องรู้ว่าอำนาจคืออะไร? อยู่ที่ไหน? หามาได้อย่างไร? ใช้อย่างไร? รักษาอย่างไร?

ที่มาของอำนาจ   :  ที่ผู้นำสามารถชักชวนหรือมีอิทธิพลในการที่ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามได้ ได้แก่                         1. อำนวยตามกฎหมาย (Legitimate Power) อำนาจที่เกิดจากข้อกำหนดระเบียบขององค์กร ตามโครงสร้างสายการบังคับบัญชาตามลำดับในการการพิจารณาตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เช่น ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ

                  2. อำนาจการให้รางวัล (Reward Power) อาจเป็นวัตถุ เงินหรือไม่เป็นเงิน เช่น การเลื่อนชั้น ฯลฯ

                  3. อำนาจจากกำลังที่บังคับคนอื่น  (Coercive Power)  อำนาจในการพิจารณากรณีทำความผิด การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ปฏิบัติตาม  อำนาจนี้ถือเป็นอำนาจทางลบ อาจทำให้เกิดความกดดัน และความขัดแย้ง

                  4. อำนาจจากความเชี่ยวชาญ (Expert Power) เป็นความรู้ และทักษะเฉพาะด้านเป็นที่ประจักษ์จนใคร ๆ ก็ต้องทึ่ง เกิดจากการยอมรับนับถือในความรู้ และอำนาจนี้จะติดตามผู้นำไม่ตลอดเวลาไม่มีวันหมดไป

                  5. อำนาจจากกยอมรับนับถือ (Referent Power) เป็นผู้คุณลักษณะพิเศษ มีเสน่ห์ (Charismatic)มีบารมี มีพฤติกรรมเป็นแบบอย่างที่ เสียสละ ผู้อื่นยกย่องชื่นชม มีความศรัทธา พร้อมที่จะทำตามเสมอ  

               การใช้อำนาจ (Power) :  ผู้นำจะต้องใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างชาญฉลาด  มีเหตุผลและมีประสิทธิภาพ จะทำให้องค์การมีอำนาจและพลังมากขึ้น สามารถทำภารกิจยาก ๆ ได้สำเร็จ  การสร้างแรงจูงใจเชิงรุก สร้างแนวร่วมในการทำงานเป็นทีม สามัคคี สร้างความศรัทธาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา  ควบคุมการตัดสินใจ สร้างบรรยายในการมีส่วนร่วม มีความชอบธรรม ชี้นำเป้าหมายชีวิตของคนในองค์กรเชิงรุก พยายามในการทำงานเพื่อความสำเร็จขององค์กร  อำนาจเป็นเหมือนดาบสองคม  คือการสั่งการคนอื่น หากรู้จักใช้อย่างเหมาะสม จะช่วยผลักดันให้งานสำเร็จโดยราบรื่นและรวดเร็ว  หากไม่เหมาะสม ผลก็คือความล้มเหลว  ดังนั้น ผู้มีอำนาจพึงสังวรณ์ไว้ว่า “มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย” ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นถึงความหายนะจากการใช้อำนาจแบบลืมตัว หรือไม่เหมาะสม และมีให้อยู่ในปัจจุบัน อำนาจเป็นสิ่งไม่ยั่งยืนไม่นานก็เสื่อมหมดไป  แต่อำนาจที่คงอยู่กับตัวตลอดไปคือ “บารมี” ผู้นำจะต้องไม่ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวเจ้านายที่ชอบสั่งการให้ลูกน้องทำงานแทน บ่อยครั้งที่ความสำเร็จจากผลงานที่ลูกน้องได้มาด้วยความลำบากและต้องทุ่มเททั้งความรู้สติปัญญาแรงกาย แต่เจ้านายกลับมองข้ามสิ่งเหล่านี้  ซึ่งจะทำให้ลูกน้องหมดกำลังใจ คิดว่าอยากได้อะไรก็สั่งเอาจนเคยชินไม่ขนขวยหาความรู้พัฒนาตนเอง เวลามีปัญหาอุปสรรคก็ไม่สามารถมองออกเพราะขาดความรู้ความสามารถ ให้ลูกน้องช่วยเสียจนทำอะไรไม่เป็น การที่ผู้นำจะสั่งการผู้อื่นต้องมีความรู้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าผู้อื่นเพื่อที่จะประเมินผลลัพธ์ได้ถูกต้อง  การใช้อำนาจจะอยู่ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลไม่ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล โดยฝึกความควบคุมอารมณ์ ฝึกอีคิวให้หนักแน่นเป็นนิสัย เข้าใจความเป็นจริงของโลก รวมถึงการรู้จักปล่อยวาง ละทิฐิ มีวิสัยทัศน์ที่ดี  จะทำให้ผู้นำใช้อำนาจได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและมีความชอบธรรม                 ตลอดชีวิตการรับราชการของดิฉันได้ร่วมงานกับผู้บริหาร หรือ ผู้นำ หลายท่าน หลายรูปแบบ และมีวิธีการใช้อำนาจแตกต่างกันไป  แต่ในบทความนี้ เป็นลักษณะของผู้นำที่ดิฉันคิดว่า เป็นแบบอย่างของผู้นำที่ลูกน้องอยากได้ที่สุด....                                                  

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา