วิชาการดอทคอม ptt logo

น้ำใจนักกีฬา

น้ำใจนักกีฬาจำเป็นแค่ไหนต่อการเล่นกีฬา
ผู้เขียน: coerver ชมแล้ว: 9,621 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 29 April 2009, 11:23 am ปรับปรุงล่าสุด: Wed 5 August 2009, 11:18 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - น้ำใจนักกีฬา

ผู้ปกครองกับการปลูกฝังน้ำใจนักกีฬาแก่เด็ก

เอมิลี่ร้องไห้เมื่อเกมซอฟท์บอลจบ. ไม่ใช่เพราะทีมของเธอแพ้. ไม่ใช่เพราะการเล่นของเธอ. ไม่ใช่เพราะ อะไรก็ตามแต่ที่ทีมคู่แข่งพูด หรือทำกับเธอ. น้ำตาของเอมิลี่มาจากการที่พ่อของเธอตะโกนต่อว่าเธอ-ต่อหน้าเพื่อนร่วมทีม-เนื่องจากเธอรับลูกบอลง่ายๆพลาดซึ่งนั่นเป็นจุดเปลี่ยนของเกม. เอมิลี่เพิ่งจะ 8 ขวบ.

หากเด็กๆของท่านเคยเล่นกีฬา, คุณคงไม่แปลกใจเมื่อพบคนแบบพ่อของเอมิลี่, พ่อแม่ที่ประพฤติไม่เหมาะสม และอารมณ์เสียใส่เด็กๆ. พ่อแม่เหล่านี้ถูกห่อหุ้มด้วยความคับแคบแห่งชัยชนะ และความพ่ายแพ้ หรือฟอร์มการเล่นของลูกๆของเขาอย่างเดียว ทว่า พ่อแม่เหล่านั้นสูญเสีย สิ่งที่สำคัญจริงๆของกีฬาไป. พวกเขาหลงลืมว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของกีฬาระดับเยาวชน คือ การผลักดันให้เด็กๆ ตระหนักถึงน้ำใจนักกีฬา

น้ำใจนักกีฬา คือ การที่เพื่อนร่วมทีม, คู่แข่ง, โค้ช และกรรมการ ปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ. เด็กๆ เรียนรู้พื้นฐานของน้ำใจนักกีฬาจากผู้ใหญ่ซึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเขา, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ่อแม่ และโค้ชของเขา. เด็กๆจะซึมซับพฤติกรรมจากผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจนักกีฬาทีละน้อยๆ และเข้าใจว่า ชัยชนะที่แท้จริงในกีฬาคือ การที่พวกเขาเหล่านั้นรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะ มุ่งมั่น บากบั่น เพียรพยายาม และปฏิบัติตนด้วยเกียรติ – ไม่ว่าจะแพ้ หรือชนะการแข่งขัน

                ผู้ปกครองสามารถช่วยเด็กๆให้เข้าใจว่าน้ำใจนักกีฬานั้น เริ่มด้วยสิ่งง่ายๆ เช่น การจับมือกับคู่แข่งก่อน-หลังเกม รวมถึงยอมรับฟอร์มการเล่นที่ดีของฝ่ายตรงข้าม และยอมรับความผิดพลาดอย่างสง่างาม การแสดงให้เห็นถึงน้ำใจนักกีฬานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป มันอาจกล้ำกลืนฝืนทนที่จะต้องแสดงความยินดีกับผู้ชนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราพ่ายแพ้ในเกมที่สำคัญ แต่เด็กๆจะเริ่มเรียนรู้ และสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในหลายๆด้าน

                เด็กๆ ที่พาล เกเร เยาะเย้ย หรือเสียดสีผู้อื่นในสนาม ก็เป็นไปได้มากว่าจะมีพฤติกรรมแบบเดียวกันในห้องเรียน หรือในสถานการณ์อื่นๆในสังคม. ในทำนองเดียวกัน, เด็กที่ฝึกฝนการเป็นนักกีฬาที่ดี ก็ดูเหมือนว่าจะนำความเคารพ และการรู้คุณค่าผู้อื่นไปใช้ในทุกๆ สถานการณ์ ในทุกๆ มุมมองต่อชีวิตผู้อื่น

นักกีฬาที่ดี คือ ชัยชนะ

                ลองไปถามเด็กเล็กๆ ที่เล่นเป็นผู้ชนะเกมการแข่งขันว่า ทีมใดชนะ เขาอาจจะตอบว่า “ผมว่ามันเสมอกันมั้ง”. ดูเหมือนว่าคำถามนี้อาจจะไม่ตรงกับความสนใจของเด็กอายุเหล่านี้. เด็กๆ อาจจะต้องการพูดถึงเรื่องการทำคะแนนของเขา การที่เขาโชว์ฟอร์มดีๆ มากกว่า แต่เมื่อพวกเขาโตขึ้น และลงแข่งในฤดูการแข่งที่เข้มข้นขึ้น, เด็กๆ มุ่งเน้นที่จะเอาชนะกันมากขึ้น. จนหลงลืมถึงความสนุกสนาน.  หากปราศจากการกระตุ้นเตือน และตัวอย่างดีๆ อย่างต่อเนื่อง, พวกเขาอาจจะหลงลืมไปด้วยว่า พฤติกรรมที่เหมาะสมทั้งก่อน, ระหว่าง และหลัง การเล่นกีฬา คือสิ่งใด.

                เด็กๆ ที่มีโค้ชที่เป็นห่วงแค่การเป็นที่หนึ่ง และพูดแค่ว่าอะไรก็ได้ตราบเท่าที่เขาชนะ, ไม่เป็นไรที่จะเล่นรุนแรงในสนาม. ถ้าผู้ปกครองคอยกดดันเด็กให้เล่นดีตลอดเวลา หรือคอยแนะโน่นแนะนี่ทุกๆการเคลื่อนไหว, เด็กๆรับรู้แค่ว่าพวกเขาเล่นได้ดีแค่ครั้งหลังสุดที่เคยโชว์ฟอร์มดี-และเขาจะพยายามทุกอย่างเพื่อให้เป็นเช่นั้น

                ผู้ใหญ่ที่เน้นเรื่องน้ำใจนักกีฬา, ไม่ว่าจะยังไง, เขาเห็นชัยชนะเป็นแค่หนึ่งในหลายๆเป้าหมายที่เขาอยากให้เด็กๆ บรรลุ. เขาช่วยนักกีฬาเยาวชนมีความภาคภูมิใจในการผลสำเร็จ และการพัฒนาทักษะ, ดังนั้นถ้าเด็กๆเห็นว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ, แม้ว่าสกอร์บอร์ดจะไม่ได้แสดงผลคะแนนตามที่พวกเขาต้องการ

                โค้ช และผู้ปกครองที่ดีนั้น จะกระตุ้นให้เด็กๆเล่นกีฬาโดยเสมอภาค (Fair play), ด้วยความสนุกสนาน และด้วยความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือทีมควบคู่ไปกับการขัดเกลาทักษะของพวกเขาเอง

การสนับสนุนน้ำใจนักกีฬา

                จำไว้ว่า “การกระทำส่งเสียงดังกว่าถ้อยคำ”. นั่นจริงแท้แน่นอนเมื่อต้องสั่งสอนเด็กๆของคุณถึงน้ำใจนักกีฬา. พฤติกรรมของคุณระหว่างการซ้อม และการแข่งขันจะมีอิทธิพลต่อพวกเด็กๆมากกว่าการพูดชักจูงใจ หรือนั่งเรียนนั่งจด นี่คือบางคำแนะนำในการสร้างให้เด็กๆมีน้ำใจนักกีฬา:

  • จากข้างสนาม คุณควรตะโกนให้กำลังใจ ไม่ใช่สั่งสอน (สองสิ่งนี้ต่างกัน)
  • ถ้าคุณคือโค้ชของเด็กๆ, อย่างคาดหวังเกินกว่าที่เด็กคุณเป็น. อย่าเคี่ยวเข็ญเขามากกว่าคนอื่น และอย่าโปรดปรานเด็กของคุณเกินกว่าคนอื่น
  • หลังการแข่งขัน, เป็นเรื่องสำคัญที่จะไม่พร่ำสาธยายเรื่องใครแพ้ใครชนะ. กลับกัน, พยายมถามว่า “เป็นอย่างไรบ้างระหว่างแข่ง?” ถ้าเด็กของคุณรู้สึกด้อยในบางทักษะ เช่น การรับ-ส่งบอล, เสนอตัวไปช่วยแก้ไขข้อด้อยก่อนนัดต่อไป
  • ปรบมือให้กับทุกๆการเล่นที่ดี ที่สวยงาม ไม่ต้องสนใจว่าใคร หรือทีมใดสร้างสรรค์มันขึ้นมา
  • เป็นตัวอย่างที่ดีเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เหมาะสมให้ผู้ปกครองของทีมคู่แข่ง. แสดงความยินดีต่อพวกเขา เมื่อเด็กๆของพวเขาเป็นฝ่ายชนะ
  • จำไว้ว่า นี่คือลูกหลานของคุณ ไม่ใช่คุณ ที่กำลังแข่งแข่งขัน. อย่าผลักเขาให้เล่นกีฬาเพราะว่าคุณชอบ. เมื่อเด็กๆโตขึ้น, ให้พวกเขาเลือกเองว่าพวกเขาอยากเล่นกีฬาใด และตัดสินใจเอาเองว่าอยากจะเล่นในระดับใด
  • คิดเสียว่า มันก็แค่เกมเกมหนึ่ง. แม้ว่าทีมจะแพ้ทุกเกมตลอดฤดูกาลแข่งขัน, มันไม่ได้ทำลายชีวิตของเด็ก หรือโอกาสใดๆของเด็กที่จะประสบความสำเร็จ
  • ดูตัวอย่างนักกีฬาอาชีพที่ดี ที่มีน้ำใจนักกีฬา, แนะนำ ชี้แนะ ให้เหตุผลเด็กๆ รวมถึงตัวอย่างที่ไม่ดีด้วย
  • สุดท้ายนี้, อย่าหลงลืมความสนุกสนาน. ถึงแม้ว่าเด็กๆของคุณจะไม่ใช่ดาวดัง, สนุกกับเกมการแข่งขัน ในขณะที่คิดถึงคุณประโยชน์ทั้งหมดจากกีฬา จากการแข่งขันที่เด็กจะได้รับ – ทักษะใหม่ๆ, เพื่อนใหม่ ฯลฯ รวมถึงทัศนคติดีๆ ที่จะอยู่กับเด็กๆตลอดไป

ที่มา:

Reviewed by: Steven Dowshen, MD
Date reviewed: October 2008
Originally reviewed by: Steve Sanders, PhD

http://kidshealth.org/parent/fitness/general/sportsmanship.html

อ่านบทความของนักกีฬาที่ดีเพิ่มเติมได้ที่ www.coervercoaching.in.th




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






coerver
(Coerver)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,784 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 1 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน