|
ก่อนอื่น ขอเล่าประวัติหน่อยละกัน
ความสำคัญและความหมายของบุญบั้งไฟ
บั้งไฟ หมายถึง บ้องไฟ (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2525 หากจะแยกคำอธิบายสามารถแยกได้เป็น 2 คำ คือ บั้งไฟ กับ ไฟ บั้งไฟ จึงหมายถึงกระบอกไม้ไผ่ที่ข้างในอัดแน่นด้วย หมื่อ หรือ ดินปืน คือดินประสิวคั่วผสมกับถ่าน นำมาตำให้ละเอียดก่อนนำไปอัดให้แน่นในกระบอกไม้ไผ่
ชนิดของบั้งไฟ ที่นำไปจุดในบุญเดือนหก หรือบุญบั้งไฟ มี 2 ชนิด คือ 1) บั้งไฟหาง คือบั้งไฟที่มีหางยาวซึ่งเป็นที่นิยมกันมากและมีการพนันขันต่อเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย 2) บั้งไฟก่องข้าว บางแห่งเรียกว่า บั้งไฟจรวด ซึ่งมีลักษณะรูปร่างเหมือนก่องข้าวเหนียว แต่ไม่ใช่ก่องเหนียวที่มีลักษณะหัวท้ายตัด หากแต่เป็นลักษณะหัวแหลม ลำตัวยาว มีขาตั้งสามขา
ชาวอีสานมีการกล่าวขานอย่างภูมิใจว่าชาวฝรั่งมาเห็นบั้งไฟ จึงนำไปผลิตดัดแปลงเป็นจรวด ซึ่งเล่ากันมาจากบั้งไฟก่องข้าวของชาวอีสานนั่นเอง ซึ่งข้อเท็จจริงไม่มีใครพิสูจน์ และขอให้เป็นความภูมิใจลึก ๆ และนาน ๆ ต่อไป ๆ ของชาวอีสานดีกว่า
มูลเหตุและความเป็นมาของบุญบั้งไฟ
บุญบั้งไฟมีความสำคัญต่อชาวอีสานมาก เพราะชาวอีสานส่วนใหญ่เชื่อว่าบุญประเพณีนี้จะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของฟ้าฝนข้าวปลาอาหาร พืชพรรณเจริญเติบโตงอกงามดี และนำมาซึ่งความสนุกสนานรื่นเริงทำให้เกิดความหวังในชีวิต เหมือนชีวิตที่พึ่งอยู่ใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะบุญนี้มีความเชื่อเป็นพื้นฐานมาจากเรื่องของพญาแถน ซึ่งเป็นเทวดาบนสวรรค์ผู้มีหน้าที่ทำฝนไม่ส่งฝนลงมาให้โลกมนุษย์ ที่จะดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนา บางหมู่บ้านจะเคร่งครัดมากจะมีการทำบั้งไฟจุดไปบูชาพญาแถน และบูชามเหศักดิ์หลักเมืองทุกปี เพราะหากไม่ทำ เชื่อกันว่าจะทำให้เกิดเหตุไม่ดี หรือ เหตุเภทภัยต่าง ๆ ตามมา เช่น ฝนฟ้าไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาล หรือ เกิดโรคระบาดแก่หมู่สัตว์ เป็นต้น
ความเป็นมาของบุญบั้งไฟนั้นผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่านิทางประกอบให้ลูกหลานฟังว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว บ้านเมืองเกิดเดือดร้อน เกิดยุคเข็ญข้าวยากหมากแพง เพราะฝนฟ้าไม่ตกตามฤดูกาล บรรดาคน สัตว์ พืช ต่างได้รับความเดือนร้อนไปตาม ๆ กัน ผืนดินแห้งแล้งแตกระแหง น้ำจะดื่มใช้บริโภคก็ไม่มี ยังมีพญาคันคาก (คางคก) ที่มีอิทธิฤทธิ์เป็นสัตว์วิเศษปกครองอยู่พื้นดิน ออกไปตรวจตราหาสาเหตุว่าทำไมฝนฟ้าจึงไม่ตกลงมาก็ได้รู้ความจริงว่าเป็นเพราะพญาแถน
พญาคันคากรู้อย่างนั้นจึงอาสาท้าต่อสู้ทำสงครามกับพญาแถนโดยเอาฝนฟ้าเป็นเดิมพันหากพญาคัดคากชนิพญาแถนจะต้องทำฝน ส่งลงมาให้คน สัตว์บนโลก พญาคันคากและพญาแถนได้สู้รบกัน ผลปรากฎว่า พญาแถนสู้พญาคัดคากไม่ได้ พญาแถนจึงต้องทำฝนตามสัญญา แต่มีข้อแม้ว่าชาวโลกจะต้องทำบั้งไฟจุดขึ้นไปบอกด้วยว่าต้องการฝนเมื่อใด เวลาใด ช่วงไหน
ดังนั้นเมื่อถึงฤดูกาลทำนาชาวนาซึ่งต้องการฝน จึงทำบุญบั้งไฟ จุดบั้งไฟขึ้นไปบอกพญาแถนเพื่อให้พญาแถนทำฝนลงมาให้ ด้วยความเชื่อตามนิทานดังกล่าวชาวอีสานจึงได้จัดบุญบั้งไฟจนปัจจุบัน
"ฮีตหนึ่งนั้นพอเถิงเดือนหกแล้ว ให้นำบั้งไฟหามแห่
บอกพญาแถนที่อยู่หากเมืองแมนให้รับฮับฮู้
อย่าได้ละเบี่ยงบ่ายปัดเป่าหายหยุด
มันสิสูญเสียศรีต่ำไปเมื่อหน้า
จงพากันทำแท้แนวคองฮีตเก่า
เอาบุญไปเรื่อย ๆ ไปหน้าอย่าถอย "
หมายความว่า พอถึงเดือนหกให้นำบั้งไฟไปจุดบูชาพญาแถน ให้ประทานน้ำและความอุดมสมบูรณ์มาให้ อย่าได้ละทิ้งประเพณี จงพากันรักษาจารีตประเพณีเดิมเอาไว้ตลอดไป หากละทิ้งแล้วจะทำให้พบแต่ความฉิบหาย สูญเสีย จึงขอให้ชาวอีสานทำบุญตามประเพณีสืบไป
คราวนี้เรามาดูความแตกต่างระหว่างบั้งไฟหางที่พบเห็นตามจังหวัดต่างๆ กับบั้งไฟตะไลของบ้านกุดหว้า
นี่คือบั้งไฟหาง
บั้งไฟตะไล
จะเห็นได้ว่า ทั้งรูปร่าง ขนาด ความปลอดภัย และลักษณะการขึ้นสู่ท้องฟ้า
งานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 16-17 พฤษภาคม ปี52นี้
สำหรับประมวลภาพงานบุญบั้งไฟปีที่แล้ว คลิ๊กดูที่หน้า 2 ครับ และรับรองว่า ปีนี้ จะสนุก ตื่นเต้น และยิ่งใหญ่กว่าปีที่แล้วแน่นอน
สอบถามข้อมูลได้ที่ 043-133731
ลิงก์แผนที่: http://maps.google.com/maps?f=d&source=s_d&saddr=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AC%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&daddr=%E0%B8%95.%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2+%E0%B8%AD.%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%93%E0%B9%8C+%E0%B8%88.%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AC%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C&hl=th&geocode=&mra=ls&sll=16.514606,104.150562&sspn=0.081467,0.109863&ie=UTF8&ll=16.641455,103.846207&spn=0.325653,0.439453&z=11
เริ่มต้นที่: กาฬสินธุ์ ประเทศไทย
1. มุ่งไปทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือ ไปตาม เส้นทาง 213 เข้าสู่ รพช. - 20.1 กม.
2. เลี้ยวขวา ที่ เส้นทาง 2042 - 48.7 กม.
เดินทางมาที่: ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ประเทศไทย


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |