GDP อัตราเงินเฟ้อ และ อัตราการว่างงาน??? | วิชาการ.คอม


GDP อัตราเงินเฟ้อ และ อัตราการว่างงาน???

สารบัญ

GDP???

ปัจจัยที่ใช้ชี้วัดภาวะเศรษฐกิจของประเทศ(Economic Indicators) มีอยู่ด้วยกันหลายตัว เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) ราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน อัตราแลกเปลี่ยน ทุนสำรองระหว่างประเทศ เป็นต้น

                ดังที่ได้เกริ่นมาแล้ว ผมจะเลือกอธิบายถึงความหมายสั้นๆ ของ Economic Indicators 3 ตัวคือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) อัตราเงินเฟ้อ และอัตราการว่างงาน รวมถึงการพิจารณาและความสัมพันธ์ของปัจจัยดังกล่าว

                เริ่มกันที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศหรือที่เรียกกันว่า Gross Domestic Product (GDP) หมายถึง มูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ถูกผลิตภายในประเทศในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งประกอบด้วย การบริโภค(Consumption) การลงทุน(Investment) การใช้จ่ายของรัฐบาล(Government Spending) และรายจ่ายสุทธิของต่างประเทศที่ซื้อสินค้าผลิตในประเทศ (Export-Import) การพิจารณาเศรษฐกิจจากตัวเลข GDP นั้นง่ายครับ แค่เอาตัวเลขของ GDP ช่วงเวลาที่ผ่านมา (แล้วแต่จะคิดสามารถเทียบกับปีที่แล้ว (Year on Year: YoY) ไตรมาสที่แล้ว (Quarter on Quarter: QoQ) หรือเดือนที่แล้ว (Month on Month; MoM) มาเทียบกับ GDP ของปี ไตรมาส หรือเดือนนี้ ก็จะได้เป็อัตราการเติบโตของ GDP ยกตัวอย่างเช่น สมุมติว่าปีที่แล้วตัวเลข GDP มีค่าเท่ากับ 10 ล้านล้านบาท และปีนี้ตัวเลข GDP ลดลงมาเหลือ 9 ล้านล้านบาท ดังนั้น อัตราการเติบโตของ GDP ก็จะเท่ากับ -10% (YoY) ครับ แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่อัตราการเติบโตของ GDP ติดลบต่อเนื่องกันอย่างน้อย 2 ไตรมาส(QoQ) ก็จะเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือ Recession แต่หาก GDP ลดลงแต่ไม่ถึงกับติดลบก็จะเป็นแค่ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจ                ขณะนี้หลายประเทศมีสัญญาณที่ชัดเจนว่า มีตัวเลขอัตราการเติบโตของ GDP ติดลบเกินกว่า 2 ไตรมาส ไม่ว่าจะเป็นประเทศอเมริกา ประเทศแถบยุโรป หรือประเทศเพื่อนบ้านเราเอง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน เป็นต้น

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา