************สื่อการสอนนี้สามารถติชมหรือให้คำแนะนำดีๆได้ครับ หรือถ้าให้ดีกว่านั้น สามารถปรับแก้ในส่วนของข้อความที่คิดว่าใช้คำพูดได้เข้าใจดีกว่าก็ได้ครับ และบทความนี้ยังไม่สมบูรณ์ ผู้เขียนจะปรับปรุงเพิ่มเนื้อหาตลอดครับ************
***ถ้าต้องการคัดลอกไม่ว่าส่วนใดๆก็ตามในบทความ ให้ระบุที่มีในนามของ วิชาการ.คอม ครับ***
ใครเหมาะกับบทความนี้บ้าง ?
- เด็กหญิงเด็กชาย หนุ่มๆ สาวๆหรือผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อน
- นิสิต นักศึกษาที่เรียนโปรแกรมมิ่งภาษา C#
ก่อนที่เราจะทำการเรียนเขียนโปรแกรมภาษา C# นั้น เรามาดูวิธีและเทคนิคในการเรียนเขียนโปรแกรมให้มีประสิทธิภาพที่สุดกันซักหน่อยครับ หลังจากนั้นแล้วเราจะมาทำความรู้จักกับความหมายของภาษา C# ครับ
มือใหม่ฝึกเขียนโปรแกรมภาษา C# ได้ไหม ?
ได้ครับ ภาษา C# เป็นภาษาโครงสร้างแบบเดียวกับภาษา C ที่ทำความเข้าใจได้ง่าย มีกฏระเบียบข้อบังคับที่รัดกุม อีกทั้งคำสั่งส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษจึงมีความหมายตรงตัวในบางคำสั่ง (บางครั้งปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษก็ทำให้เกิดปัญหาในการเขียนโปรแกรมได้ครับ ดังนั้นจึงควรเรียนรู้ควบคู่กันไป) ดังนั้นจึงไม่ผิดที่จะเริ่มฝึกเขียนโปรแกรมจากภาษา C#
สิ่งที่ต้องมีเพื่อที่จะให้บรรลุการเป็นโปรแกรมเมอร์ ?
1. ทำใจให้รักการโปรแกรม ผมพูดได้เลยว่าไม่เพียงเฉพาะการเขียนโปรแกรมเท่านั้น ถ้าคุณทำใจให้รักสิ่งใดสิ่งหนึ่งซักอย่างได้ คุณก็จะทำมันได้ดีแน่นอน
2. อดทนอดกลั้น การโปรแกรมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเสมอไป โดยให้นึกอย่างผมว่าคนสมัยก่อนยังสร้างภาษามาให้เขียนโปรแกรมแบบนี้ได้ แล้วทำไมเราจะไม่พยายามทำให้ได้อย่างเค้าบ้างล่ะ
3. เพียรพยายาม ขยัน แน่นอนทุกสิ่งทุกอย่างต้องหมั่นฝึกฝน ใช้มันให้บ่อยที่สุดแล้วคุณจะชำนาณไปเอง
4. แสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้อื่น เพื่อให้เข้าใจการโปรแกรมอย่างลึกซึ้งควรแสวงหาเพิ่มเติม เพราะไม่มีใครทุกคนหรอกที่จะเข้าใจคำพูดของคนคนเดียวไปเสียหมด ต้องออกไปแสวงหาทำความเข้าใจเอาเองเสียบ้าง
แต่ก็เข้าใจสำหรับมือใหม่บางคนที่ไม่มีพื้นฐานผมก็มีเทคนิคให้
1. ในตอนเริ่มต้นยังไม่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาของโค้ดมากนัก ให้พยายามจำรูปแบบของโค้ดเอาไว้พอ
2. มือใหม่ห้ามยุ่งกับส่วนอื่น ให้สนใจเฉพาะ Method Main เป็นหลัก เพราะโปรแกรมจะเริ่มทำงานในส่วนนี้
3. ขยายความจากข้อ 1 จำคำสั่งเป็นรูปแบบ เช่น Console.Write() เป็นคำสั่ง output
Console.ReadLine() เป็นคำสั่งรับ input โดยยังไม่ต้องสนใจที่มา
4. นำความรู้ความจำได้ในบางส่วนมาลองเขียนโปรแกรมเล่นๆดู โดยลองนึกโจทย์เอง
5. ฝึกทำความเข้าใจจนคุ้นเคยแล้วจึงมาศึกษาที่มาจะช่วยให้เข้าใจได้เร็วยิ่งขึ้นครับ
6. หลังเครื่องหมาย ** จะเป็นสิ่งที่สำคัญและควรจำเสมอ
ภาษา C# (C# Programming Language) จะเขียนว่า C Sharp (ซี-ชาร์พ) ก็ได้ไม่ผิด เราๆอาจจะเคยได้ยินภาษาอื่นๆที่คล้าย C# เช่น ภาษา C, Java, C++ ซึ่งแน่นอนมันเป็นที่มาของ C# นั่นเอง (ตัว C เป็นตัวบ่งบอกให้รู้ว่า C# มีต้นกำเนิดมาจาก C นั่นเอง) เครื่องหมาย # ดังที่เคยพูดคือ เป็นสิ่งที่แสดงถึงความก้าวหน้ากว่า C++ ไปอีกระดับนึง (มอง # ให้เป็นเครื่องหมาย + ซ้อนกันสี่มุมสิครับ อาจมองแบบ C++++ ก็ได้ไม่ผิด) ถ้าจะให้พูดกันเข้าใจง่ายๆอีกก็คือ C# ได้รวบรวมข้อดีของภาษาต่างๆเช่น Java, Delphi, C++ เข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีความเรียบง่ายกว่า (ใครเคยใช้ Java จะรู้ว่ามีความคล้ายกับ C# มากที่สุด) อีกทั้งยังมีเครื่องมือดีๆ อย่าง Visual C# 2008 ของทางไมโครซอฟท์อีกด้วย จึงลดความยุ่งยากในการโปรแกรมได้มาก สามารถพัฒนาโปรแกรมระดับสูงได้ด้วย
** ภาษา C , C++, C# จัดเป็นภาษาระดับกลาง กล่าวคือ ได้รวมเอาข้อดีจาก ภาษาระดับต่ำ และสูงเข้าไว้ด้วยกัน

หน้าตาของ Anders Heijsberg ผู้ให้กำเนิด C#
จะดูไม่ดีเลยถ้าเราจะไม่พูดถึงบิดาของภาษา C# กันซักหน่อย (C# เวอร์ชั่นต่างๆทั้งหลายที่ Microsoft พัฒนา ก็มีท่านคนนี้แหละครับเป็นต้นแบบที่มั่นคงของภาษาที่ได้รับความนิยมนี้)ท่านคือ Anders Hejlsberg (แอนเดรส ฮาเยสเบิร์ก)จะให้พูดกันจริงๆก็คือ ใครๆก็สามารถสร้างภาษาใหม่ๆขึ้นได้ แต่ความเรียบง่าย และสวยงามของ C# ที่ Hejlsberg ได้บรรจงสร้างมาให้เหล่าโปรแกรมเมอร์ยุคใหม่ใช้กันอย่างสะดวกสบาย เป็นอะไรที่หาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว
แม้ต้นกำเนิดจะมาจาก Anders Hejlsberg นั้น แต่ไมโครซอร์ฟต้องการให้ภาษานี้ "อยู่ไปอีกนาน" จึงได้พัฒนา C# เรื่อยมาจนปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น C# 2008 แล้ว (2010 ก็ใกล้จะออกมาแล้วเหมือนกันนะ) อีกประการที่ควรเลือก C# ของไมโครซอร์ฟเพราะ เราสามารถมั่นใจได้ว่า ถ้าเราศึกษาตรงนี้ไปจะไม่เสียเปล่า เพราะจะมีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ (ไม่ตกยุคนั่นเอง ไม่ต้องกลัวว่าไมโครซอร์ฟจะทิ้งเรา) ฟรีครับฟรี ไมโครซอร์ฟเค้าใจดีปล่อย Visual C# 2008 Express Edition ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นสำหรับการศึกษา แม้จะขาด component และคำสั่งบางส่วนไป แต่ในระดับเริ่มต้นก็ยังไม่ต้องใช้ครับ (นอกจาก C# แล้วภาษาอื่นก็มีเช่น Basic, C++)
สำหรับลิ้งดาวโหลด ผมได้ทำไว้ให้ข้างล่างแล้วครับ
Download Visual C# 2008 Express Edition
เมื่อเข้าลิ้งไปจะเห็นเป็นช่องๆ มีทั้ง Visual Basic , Visual C++ แต่ให้เราเลือก Visual C# (เลือกภาษาอังกฤษ)แล้วคลิกที่ Download ครับ
สำหรับ Visual Studio 2010 มีให้โหลดในเวอร์ชั่น BETA แล้วครับตามลิ้งด้านล่างเลยครับ
(สำหรับสื่อการสอนในรูปแบบ Video ผมจะปรับใช้เป็นเวอร์ชั่น 2010 นะครับ)
Download Visual Studio 2010 Professional Beta 1
ลิ้งค์รวมโปรแกรม window form ที่สร้างด้วยภาษา C# เป็นตัวอย่างในการสร้างโปรแกรม สามารถดาวโหลดมาแก้ไขได้
http://gaidian-programmer.blogspot.com/
**กำไรที่ได้จาก C# นั้นมากมาย ยังไม่สายหากเริ่มที่จะศึกษาเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะปัจจุบัน C# ไม่เพียงแค่เขียนโปรแกรม Window Form ธรรมดาๆ แต่ยังรองรับทั้งประยุกต์ใช้ในการสร้างเว็ปไซต์ สร้างโปรแกรมในรูปแบบ WPF ร่วมกับภาษา XML สร้างเกมโดยใช้ XNA Studio สร้างระบบฐานข้อมูล และการนำไปประยุคใช้อีกมากมาย
ได้เลยครับ สงสัยไม่เข้าใจตรงไหนถามได้ครับ
ขอบคุณมากนะค่ะ ช่วยได้เยอะเลย*.*![]()
เอาใครอยากรู้เรื่อง SQL Server จะช่วยอาจาร์ยโอ๊คตอบครับ
เขียนถามมาได้เลยครับผมเป็นผู้ช่วยอาจาร์ยโอ๊คครับ
อย่างไงก็จะเขียนพื้นฐานและที่มาของ ภาษา SQL น่ะครับ ให้อ่านกันไว้ก่อนน่ะครับ ในคราวหน้าครับ
ในอดีตการเขียนระบบฐานข้อมูล ที่ยังไม่มี Windows เราใช้ ฐานข้อมูลเป็นแบบที่ต้องสร้างรูปแบบกันเองในลักษณะคล้าย Text File ที่มีนามสุกลเป็น *.DAT ซึ่งในสมัยในใช้ DOS เป็นระบบประฎิบัติการ (Disk Operating System) จริงมีก่อนหน้านี้อีแต่ไม่อยากไปเท้าความถึง ใครรู้จัด CP/M บ้างคงไม่มีแน่นอน ก่อนใครบ้างคนเกิดซะด้วยซ่ำไป เก๋ากึกไปเลยล่ะ ก่อนมี IBM /PC เสียด้วยซ่กไป
การทำฐานข้อมูลที่สำคัญคือ ต้องสามารถค้นหาได้ง่าย และรวดเร็ว การที่จะค้นหา จำเป็นต้อง จัดหมวดหมู่ และหากฏเกณฑ์ในการ กำหนดวิธีการค้นหา ไม่ว่าจะเป็นแบบ ค้นหาตามลำดับ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า แบบ Sequenceial หรือ แบบ ซุ่ม ที่ภาษากอังกฤษเรียกว่า RAMDOM ปัจจุบัน Technology เรื่องฐานข้อมูลน่ะเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ค่อยมีใครทราบแล้วด้วยซ่ำไปว่า Random - Sequencial มันเป็นแบบไหน ระยะต่อมาก็เกิดการพัฒนาขึ้นมาเป็นแบบรูปแบบฐานข้อมูลตัวช่วยที่มี btree เข้ามาเป็นตัวจัดการระบบ ฐานข้อมูลที่ใช้งานสะดวกขึ้นแต่ถ้าเทียบกับปัจจุบันคนล่ะเรื่องเลยแหละครับ แต่ทราบไม๊ว่านี้แหละเป็น ต้องแบบและที่มาของ ฐานจ้อมูลในปัจจุบันทุกคมไม่เคบทราบกันมาก่อนว่าที่มา เป็นกันอย่างไร
ต่อมาก็มีการพัฒนาหลายต่อหลายโปรแกรม และที่ดังๆ ก็จะมี DBASE II อันนี้ในสมัยเมื่อ 25- 30 ปีที่แล้วเห็นจะได้ก็เป็นสุดยอดโปรแกรม ของการเขียนโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล DBASE II ได้พัฒนาชนิดที่ มีการจัดการในเรื่อง INDEX ได้อย่างยอดดี
Index ดัชนีย์ สำหรับการค้นหา DBASE ได้ถูกพัฒนามาเป็น DBASE III ก็ยิ่งทำให้การเขียนและพัฒนา โปรแกรมจัดการฐานข้อมูลได้ดีขึ้น ในช่วยนี้เองได้เกิด Application compiler ของภาษา DBASE ขึ้นมาเรียกชื่อว่า Clipper DBASE compiler ตัวมีผู้ใชและพัฒนากันมาอย่างยาวนานเกือบ 20 ปีเห็นจะได้เป็นตัวโปรแกรมที่เขียน compile source code ที่เคย Run ภายใต้ Runtime DBASE program ให้อยู่ในรูป .EXE ยังมีต่อนะครับใครอยากรู้ประวัติและที่มาเขียนถามได้ครับจะตอบให้ทราบกันหรือถ้าไม่อยากทราบก็ตอบมาได้เลยครับจะบัดประวัติให้ครับ
ขอบคุณมากๆค่ะ พอดีได้เข้ามาอ่านเพราะว่าสนใจทางด้านนี้
ยังไงถ้าพี่ๆมาอะไรก็แนะนำด้วยนะค่ะ
เพราะอนากเรียนวิทยาการคอมมากๆเลยค่ะ

