พระคุณแม่ | วิชาการ.คอม


พระคุณแม่

สารบัญ

พระคุณแม่

เรื่อง พระคุณแม่ แม่เป็นผู้ให้กำเนิดเรามา เป็นผู้มีพระคุณต่อเรามาก เราผู้เป็นลูกจึงควรมองย้อน ถึงพระคุณแม่ที่มีต่อเรา คุณแม่ของฉันไม่ใช่คนเด่นไม่ใช่คนดัง ไม่ใช่คนที่ดีทุกอย่าง คุณแม่เป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แต่สำหรับฉัน"แม่"เป็นผู้หญิงที่เก่งที่สุด แม่สามารถเลี้ยงฉันและพี่ ๆ ตั้งแต่เล็กจนโตด้วย มือสองมือ แม่เป็นคำที่ฉันใช้พูดทุกวัน แม่สามารถทำงานหาเงินทุกวันโดยไม่มีวันหยุด ไม่บ่นสักคำ และไม่เคยนึกถึงสุขภาพของตนเองเลย ตั้งแต่ฉันจำความได้ แม่ฝึกให้ฉันเดิน แม่ฝึกให้ฉันพูด สอนให้ อ่านหนังสือ แม่เปรียบเสมือนคุณครูคนแรกของฉัน เมื่อฉันป่วยแม่ก็จะคอยเฝ้าดูแลป้อนยา ป้อนน้ำ ป้อนข้าว เช็ดตัวให้ แม่จึงเป็นแพทย์คนแรกของฉัน แม่เป็นแม่ครัวคอยทำอาหารอร่อย ๆ ให้ฉันกิน และแม่ก็ยังเป็นธนาคาร ที่ไม่มีวันเงินหมด แม่พูดเสมอว่าสำหรับลูกแล้วแม่ยินดีให้ได้ทุกอย่าง เห็นได้ว่าแม่เป็นได้ทุกอย่างสำหรับลูก แม่ส่งให้ฉันได้เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีโดยไม่นึกถึงเงินที่ต้องจ่าย แม่ของฉันถึงแม้ร่างกายของท่านจะ ไม่แข็งแรง ท่านก็ทำงานเพื่อหาเงินส่งฉันเรียน ฉันสงสารท่านมาก ฉันคิดว่าพระคุณของท่านทดแทนเท่าไหร่ก็ ไม่มีวันหมด แต่ฉันจะทดแทนพระคุณท่านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะนี้ฉันทำได้แค่เพียงตั้งใจเรียน และเป็นเด็กดีของแม่ เพราะฉะนั้นเมื่อฉันโตขึ้นฉันจะตอบแทนพระคุณท่านโดยเรียนให้จบปริญญา และฉันจะทำงานหาเงิน เลี้ยงดูท่านเหมือนที่ท่านดูแลฉัน...... ปล.แม่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไรที่ได้ยินเสียงของน้องลูกอ่านบทความนี้อย่างชัดถ้อยชัดคำบน เวทีของ รร.ในวันแม่ที่ ทาง รร.จัดขึ้น รู้แต่ว่า.....น้ำตา....ไม่รู้ว่ามาจากไหน...มันไหลไม่ยอมหยุดเลย มันคงเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติกระมั้ง

กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่ ณ ต้นไม้ใหญ่ท้ายหมู่บ้าน มีเด็กชายคนหนึ่งเดินหงุดหงิดอยู่คนเดียว ปากก็บ่นไปว่า "ใช้อยู่ได้ วันๆใช้ทำโน่นทำนี่ เดี๋ยวให้ถูบ้าน เดี๋ยวให้ล้างจาน โอ้ย..เบื่อ ๆ ๆ "

เดือดร้อนถึงเทพผู้ให้กำเนิด ซึ่งเป็นผู้จัดให้เด็กๆมาเกิดในหมู่บ้านนี้  จึงแปลงกายเป็นผู้เฒ่าและปรากฎตัวพร้อมกับหมาน้อยตัวหนึ่ง

ผู้เฒ่าถามเด็กน้อยว่า " เด็กน้อยเจ้าบ่นอะไรอยู่เหรอ บอกเรามาเถอะเผื่อเราจะช่วยเจ้าได้ "

เด็กน้อยตอบ " ก็แม่ของฉันนะสิ วันๆชอบใช้ให้ทำงานบ้าน ไม่เคยได้พัก ได้เล่นกับเพื่อนบ้างเลย "

ผู้เฒ่าหยิบก้อนอิฐขึ้นมาสองก้อน  " เอ้า ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็มาเล่นกับเราสิ เรามาแข่งกันถืออิฐนี้ไว้คนละก้อน ใครถือได้นานกว่ากันคนนั้นชนะ "

เด็กชายเห็นว่าเป็นเรื่องง่ายๆจึงตกลงเล่นด้วย  เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เด็กน้อยเริ่มเมื่อยล้า และเบื่อจึงบ่น และขอยอมแพ้

 

ผู้เฒ่าก็พูดต่อว่า " งั้นเจ้าเล่นกับลูกสุนัขตัวนี้ไหมหละ แต่ก่อนอื่นเจ้าต้องป้อนนมให้ลูกสุนัขตัวนี้ก่อนนะ "

เด็กน้อยตอบว่าก็ได้  แล้วเริ่มป้อนนมให้ลูกสุนัข  ไม่นานลูกสุนัขก็ซนและไม่ยอมอยู่นิ่งเด็กน้อยก็เบื่อ แล้วก็บ่นพาลไม่ป้อนนมต่อ..

 

ผู้เฒ่าจึงสอนว่า "แม้แต่ก้อนอิฐ 1 ก้อนเจ้าก็ยกได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เทียบไม่ได้กับแม่เจ้าซึ่งต้องอุ้มท้องเจ้าตลอดทั้งวันทั้งคืนนานถึง 9 เดือนก่อนจะคลอดเป็นเจ้าออกมา"

" แล้วยังต้องอดทนเลี้ยงเจ้าตั้งแต่เล็กจนโตขนาดนี้  ขณะที่เจ้าป้อนนมลูกหมาแค่มื้อเดียวก็เบื่อแล้ว "

" การเป็นแม่นั้นลำบากนัก ตั้งแต่อุ้มท้อง และเลี้ยงลูกจนกว่าจะโตการทดแทนบุญคุณด้วยการช่วยการงานเพียงเล็กน้อย ย่อมเทียบไม่ได้กับพระคุณแม่ที่เลี้ยงเรามา "

เด็กน้อยได้ฟังแล้วจึงคิดได้ รีบวิ่งกลับไปหาแม่โดยไม่คิดบ่นอีกเลย..

คติ:พระคุณแม่นั้นมากเหลือคณา จะตอนแทนเท่าไรก็ไม่หมด 

ที่มา:  

 

 http://poem.deedeejang.com/index.php?do=register

http://www.everykid.com/nitan2/child%20and%20oldman/index.html 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา