วิชาการดอทคอม ptt logo

การละเล่นแบบไทยๆที่ควรอนุรักษ์

การละเล่นเเบบไทย
ผู้เขียน: vaseline ชมแล้ว: 6,337 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 6 June 2009, 5:23 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 6 June 2009, 5:46 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 3 - ช่ยวกันอนุรักษ์การละเล่นไทย
<

                                                                                  
                                                      โรงเรียนวัดนิโครธาราม  
  ได้จัดให้มี  กิจกรรมชมรม ขึ้น....โดยความสมัครใจของนักเรียน  แต่ละระดับชั้น
            
                                              ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑
                                     ชมรมอนุรักษ์การละเล่นของไทย
                                                         วิ่งเปี้ยว
 
         วิ่งเปี้ยวเป็นการเล่นที่น่าตื่นเต้น ต้องวิ่งแข่งขันใช้ความว่องไวอย่างมาก
เพื่อนๆ หาลานกว้าง ใช้ต้นไม้สองต้นเป็นหลักแข่งขัน หรือให้เพื่อนสองคนยืน
เป็นเสาหลักก็ได้ แล้วแบ่งผู้เล่นเป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน แต่ละฝ่ายเข้าแถวประจำ
ที่หลัก เมื่อสัญญาณเริ่มเล่นดังขึ้น คนที่อยู่หัวแถวต้องวิ่งไปอ้อมหลักของฝ่าย
ตรงกันข้าม แล้ววกกลับมาส่งผ้าให้ผู้เล่นถัดไปที่หลักของตนเป็นคนวิ่งต่อไป
ผู้เล่นต้องพยายามวิ่งกวดและใช้ผ้าในมือไล่ตีฝ่ายตรงข้ามให้ทัน ฝ่ายใดไล่ตี
ทัน ถือว่าเป็นฝ่ายชนะ ในการเล่นวิ่งเปี้ยวนี้ เด็กๆ มักส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุก
สนาน อยากให้เพื่อนที่กำลังแข่งกันอยู่วิ่งเร็วเหมือนลมพัดเลยทีเดียว 
          
                                                     ขี่เรือ   ตอกหมาก
                                                     ลากทางหมาก 
           เป็นการเล่นของเด็กไทย ที่วัสดุอุปกรณ์สามารถหาได้ทั่วไปตามท้องถิ่น
ได้แก่ “ทางหมากแห้ง” จากต้นหมาก 
                                                       วิธีการเล่น
           แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่ายคือ ผู้เล่นฝ่ายนั่งและผู้เล่นฝ่ายลาก โดยใช้วิธีการ
เป่ายิ้งฉุบ หากฝ่ายใดแพ้ จะต้องลงมาลากทางหมาก ฝ่ายชนะจะได้นั่งบนทางหมาก
          
            คนพวกนี้  มาจากไหนก็ไม่รู้  หรือว่าเป็นชาวเขาเผ่า  มูเซอร์ดำ
                                                     ขี่รถ
          
                                               ไหน.....ขอครูขี่บ้าง
                                 ว่าแล้ว  คุณครูจันทิรา  จันทวี   ก็ขี่รถบ้าง
                                            ขี่เก๋ง   อย่าลืมเกวียนนะจ๊ะ
           
                                              เล่นอะไรว๊ะเนี๋ยะ
          
                  จะเรียกว่าทอยกบ ก็ไม่ใช่  หรือจะเรียกว่าทอยโบลิ้ง
                                     หรือจะเรียกว่า  ขว้างราว
           
                                            ใครรู้ช่วยบอกหน่อยซิครับ
           
                                                    รีๆ  ข้าวสาร
               เป็นการละเล่นแบบ ไทยๆ  ที่เคยได้รับความนิยมแต่ในอดีต
           
                              สมัยที่คุณครูเป็นเด็กๆ  เราเล่นกันเป็นประจำ
           จำนวนผู้เล่น   ไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น
                          วิธีเล่น จับไม้สั้นไม้ยาว ให้ผู้เล่น 2 คน ยืนเอามือประสานกัน
            เหนือศีรษะ  เป็นประตูโค้ง คนอื่นๆ เกาะไหล่กันลอดใต้โค้งไปเรื่อยๆ
            สองคนที่เป็นประตูจะร้องเพลงประกอบเวลา แถวลอดใต้โค้งหัวแถว
            จะต้องเดินอ้อมหลังคนที่เป็นประตูครั้งละหน เมื่อจบเพลงสอง คนที่
             เป็นประตูจะกระดุกแขนลงกั้นคนสุดท้ายให้อยู่ระหว่างกลาง คัดออกไป
             คนข้างหลังต้องระวังตัวให้ดี มิฉะนั้นตนเองต้องออกจากการเล่น ต้อง
             ผ่านให้ได้หมดทุกคนจึงจะจบ
             บทร้องประกอบ "รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก 
                                         เลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน 
                                         คดข้าวใส่จาน พานเอาคนข้างหลังไว้ให้ดี"
                
            
                            เด็กๆ  กำลังสนุกสนานกับการละเล่นแบบ  ไทยๆ       
            
                                                  ขี่ม้าส่งเมือง
           เป็นการละเล่นสำหรับเด็กผู้ชาย  เพื่อฝึกความแข็งแรง  ทำให้มี
ความคล่องแคล่ว
  มักนิยมเล่นในสนามหญ้าหรือพื้นที่กว้าง  ผู้เล่นจะต้อง
จับคู่กันไม่จำกัดจำนวนคู่
   คนตัวเล็กขี่คนตัวใหญ่  แล้ววิ่งยังจุดหมาย 
ใครถึงก่อนชนะ
           
                    แต่วันนี้  เรายังไม่ได้ชิงเมือง  เพราะ....เพิ่งหัดขี่ม้ากัน
                                              ขี่ม้าส่งเมือง
          การละเล่นดั้งเดิมของไทย เชื่อหรือไม่ว่า การละเล่นแบบนี้มีแต่ผู้เล่น
เท่านั้น  ไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ เข้ามาข้องเกี่ยวเลยแม้กระทั่งเจ้าม้าสี่ขา  
              
           การละเล่นนั้นแสนสร้างสรรค์ เพราะจะมีการ แบ่งผู้เล่นเป็นสองฝ่าย
เท่า ๆ กัน ฝ่ายละ 3 เมื่อแบ่งฝ่าย   ผู้เล่นเท่ากันแล้ว การละเล่นจะเริ่มขึ้น
โดยผู้เล่นสองคนของแต่ละฝ่ายจะยืนประสานมือกันไว้ด้านหลังเพื่อเป็นฐาน
ให้อีกคนหนึ่งใช้เท้าสองข้างเหยียบบนมือที่ประสานกัน เมื่อพร้อมแล้วสัญญาณ
ดังขึ้น ทั้งสองทีมจะต้องออกวิ่งไปถึงเส้นชัยที่กำหนดไว้ 
          ทีมใดถึงเส้นชัยก่อนโดยที่ผู้เล่นที่ยืนบนมือที่สอดประสานกันไม่หล่น
ลงพื้นหรือหลุดจากมือที่ประสานกัน ทีมนั้นคือผู้ชนะ
          การละเล่นขี่ม้าส่งเมืองนิยมเล่นในช่วงสงกรานต์ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับ
มากมีทั้งการแสดงถึงความสามัคคีร่วมมือร่วมแรงใจกันของคนในกลุ่มและ
ยังได้ฝึกพละกำลังขา แขนให้แข็งแรงเพิ่มขึ้นด้วย.

         
                          แล้ว  นี่เป็นการละเล่นแบบไทยๆ  อีกแบบหนึ่ง
                                         เขาเรียกว่า  หมากเก็บ
                                              แสดงแบบโดย
                   เด็กหญิงนุชจรี   อาจกิจ,เด็กหญิงสุรินดา  ปิดประสาร
            การเล่นหมากเก็บ แต่ละคนมีเม็ดหินที่เรียกว่า "หมาก" คนละ 5 เม็ด ตอนแรก
ทุกคนต้องเล่น"ขึ้นร้าน" ก่อน โดยถือหมากทั้งหมดไว้ในอุ้งมือ จากนั้นก็โยนขึ้นและ
รับด้วยหลังมือ แล้วก็โยนขึ้นและรับไว้ในอุ้งมืออีกครั้งหนึ่ง ใครรับไว้ได้มากที่สุดได้
เล่นเป็นคนแรก
            หมากหนึ่ง โยนหมากขึ้น 1 เม็ด ขณะเดียวกันก็เก็บหมากบนพื้น 1 เม็ด จากนั้น
ก็รับหมากที่โยนขึ้นไป เก็บหมากทีละเม็ดเช่นนี้จนหมด
            หมากสอง เก็บหมากบนพื้นครั้งละ 2 เม็ด
            หมากสาม เก็บหมาก 3 เม็ดก่อน แล้วเก็บเม็ดที่เหลืออีกครั้งหนึ่ง
            หมากสี่ รวบเก็บหมากบนพื้นครั้งเดียวให้ได้ 4 เม็ด
           ใครเล่นหมากสี่จบก่อนเป็นผู้ชนะได้กำทาย โดยกำเม็ดหินไว้ในมือ พร้อมกับ
ทายว่า "ตะลึงตึงตัง ข้างล่างห้า ข้างบนสิบ" ถ้าทายผิด ผู้แพ้มักโดนเขกเข่า จนกว่า
จะทายจำนวนเม็ดหินในมือได้ถูก จึงจะเริ่มต้นเล่นกันใหม่ 
            
                                                     รองเท้ากะลา
              การละเล่นของไทย  ที่เคยได้รับความนิยม  แต่...สมัยอดีต
        
                                     ขั้นตอนการทำและการเล่น
                                                รองเท้ากะลา
                  หากะลามะพร้าวด้านที่มีรูคนละคู่ใช้เชือกกล้วยชุบน้ำให้เหนียว
        ถ้าไม่ชุบน้ำเชือกกล้วยแห้งจะขาดง่าย ผูกใต้กะละหาไม้หักเป็นท่อน ๆ
        ละ 1 นิ้วผูกเป็นแกนไว้ แหย่ปลายเชือกลอดรูกระลาขึ้นมาอีกข้างก็ทำ
        เหมือนกัน เวลาแข่งใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้เท้าหนีบเชือกไว้ ฝ่าเท้าอยู่บน
        กะลา มือทั้งสองจับเชือกให้ตึง ยกขาเดินทีละข้าง แข่งกันใครหนีบ
        เชือกแน่นและเดินได้คล่องจะถึงเส้นชัยก่อนเป็นฝ่ายชนะ
        
                                              เจ้าตัวน้อย 
                      กำลังสนุก  กับการละเล่นแบบไทยๆ  รองเท้ากะลา
        
                                        คุณครูสมนึก  ธนการ
                      ถ่ายรูปกับ  เจ้าตัวน้อย  พร้อมรองเท้ากะลา
        
                                              ม้าก้านกล้วย 
        เป็นการละเล่นแบบพื้นบ้านที่ผู้ใหญ่สมัยก่อนนิยมทำให้ลูกหลานเล่น
อย่างมีความสุขสนุกสนาน  มีการแข่งขันกันด้วย  ขี่ได้ไม่จำกัดจำนวน
ผู้หญิงเล่นได้  ผู้ชายเล่นดี  "แน่จริงมาขี่แข่งกันเอามะ"
       
                                     เอ้า.....ตั้งแถวให้ดี
        อ้าว! ขึ้นขี่ม้าก้านกล้วยได้แล้ววิ่งไปเลย วิ่งไปเข้าเส้นชัยหรือวิ่งไล่
จับเพื่อนที่ร่วมวงเล่นด้วยหลายคนก็ได้ ใครถูกจับได้ก่อนก็แพ้น่ะซิ
       
                                                  ม้าก้านกล้วย
        ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า "ก้านกล้วย"  ก็เพราะทำมาจากก้านกล้วย
        วิธีทำ  ต้องเลาะใบกล้วยทิ้งเหลือส่วนปลายไว้เป็นหางม้า ส่วนหัว
มีวิธีการใช้มีดปาดแฉลบทั้งสองด้านแล้วหักเป็นคอม้ามีหูสองข้างแล้ว
ใช้ไม้กลัดมาเป็นตัวช่วยทำให้แน่นขึ้น ส่วนบังเหียนใช้เชือกผูกตรงหัว
ตรงท้ายไว้สำหรับสะพายหรือคล้องไหล่ไว้ในเวลาเล่น
        เมื่อได้ม้าก้านกล้วยออกเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ถึงเวลาที่พวกเราจะได้
ขี่ม้าแล้วพวกเรา
       การวิ่งไล่จับบางคนใช้ไม้เรียวที่ใช้แทนแส้ม้าแล้วตีโดนม้าก้านกล้วย
ของฝ่ายตรงข้ามหักแสดงว่า ม้าก้านกล้วยตัวที่ถูกตีแพ้แล้ว อ๊ะ!อ๊ะ!เตือน
ไว้นิดเวลาใช้ไม้เรียวตีม้าก้านกล้วยของเพื่อนระวังอย่าให้ไปโดนหัว โดนตัว
ของเพื่อนเข้าล่ะ เดี๋ยวจะเจ็บตัวกันเปล่า ๆ ท่องไว้ ต้องตีที่ม้าก้านกล้วย
เท่านั้น
         
       ทางที่ปลอดภัยที่สุดวิ่งไล่จับด้วยมือเปล่าดีกว่าปลอดภัยกว่ากันเยอะจ้า.
                  นอกจากนี้แล้ว  ยังมีการละเล่นของไทยอีกมากมาย




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






vaseline
(ying)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 7,792 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 7 ครั้ง
ได้รับดาว 59 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน