วิชาการดอทคอม ptt logo

ประมงพื้นบ้าน

ประมงพื้นบ้าน กับการแย่งชิงทรัพยากร
ผู้เขียน: มองเพื่อน ชมแล้ว: 5,528 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 7 June 2009, 1:44 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 7 June 2009, 1:50 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 3 - ประมงพื้นบ้าน(3)
<

ชาวประมงพื้นบ้านส่วนใหญ่จึงมีหนี้สินดิ้นไม่หลุดมาหลาย สิบปีแล้วและพวกเขาต่างชี้นิ้วลงไปว่าเหตุแห่งความยากจนของประมงพื้นบ้านคือ อวนรุนและอวนลากที่ลักลอบเข้ามากวาดทะเลไปหมด และวิธีการที่จะหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้ก็ด้วยการต่อสู้ รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนรณรงค์ปัญหาของชาวประมงอย่างต่อเนื่อง ปี 2533 กลุ่มชาวประมงทะเลสาบสงขลาที่มีปัญหาหนักอกคืออวนรุน จัดตั้งชมรมชาวประมงพื้นบ้านทะเลสาบสงขลาตอนล่างและกลุ่มชาวประมงในพื้นที่ อื่นๆ ทั่วภาคใต้ก็ทะยอยจัดตั้งชมรมของตนเองขึ้นมาอีกหลายกลุ่ม

ชมรมชาวประมงเหล่านี้มีบทบาทหลักคือทำงานฟื้นฟูทะเลและทรัพากรชายฝั่งที่กำลังเสื่อมโทรมด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การทิ้งปะการังเทียม การจัดชุดลาดตระเวนปราบปรามเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย การจัดตั้งเขตอนุรักษ์ในทะเลสาบ ปลูกป่าชายเลนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตทางด้านต่างๆ กระทั่งปี 2536 มีการพบปะกันของแกนนำชาวประมงพื้นบ้านทั่วภาคใต้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี แกนนำเหล่านั้นตกลงขยายผลด้วยการจัดตั้ง “สมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้” ขึ้นมา

เป้าหมายของสมาพันธ์ในระยะแรกเริ่มคือการสนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์กรชาวประมงในจังหวัดต่างๆ อย่างกว้างขวาง จนถึงปัจจุบันนี้สมาพันธ์มีสมาชิกที่เป็นชมรมชาวประมง 16 ชมรมในจังหวัด นราธิวาส ปัตตานี สงขลา พัทลุง(ทะเลสาบ) ตรัง ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ สตูล พังงา ภูเก็ตและ ระนอง คณะกรรมการของสมาพันธ์จะมาจากผู้แทนขององค์กรสมาชิกเหล่านี้เลือกตั้งกันทุกๆ สองปี

ในระยะเกือบทศวรรษที่ผ่านมานั้นสมาพันธ์มีบทบาทอย่างไร บทบาทสำคัญคือเป็นปากเสียงของชาวประมงในระดับนโยบาย สิ่งที่ทำมาต่อเนื่องคือเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการใช้เครื่องมืออวนรุน ลดเครื่องมืออวนลากลงเพราะกุ้งปลาจะหมดทะเลอยู่แล้ว รณรงค์คัดค้านเรือไฟปั่นปลากะตักในปี 2541-2542 เรียกร้องให้ยกเลิกสัมปทานป่าชายเลนและให้ชาวบ้านจัดการป่าชุมชนและล่าสุด คือการเสนอร่างกฎหมายประมงฉบับชาวบ้านให้กับรัฐบาลเพื่อเป็นกรอบการจัดการ ทรัพยากรทะเลแบบยั่งยืนและชุมชนมีส่วนร่วมตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญฉบับ ปัจจุบัน

ผู้แทนในเครือข่ายของสมาพันธ์จะปรากฏตัวอยู่ในเวทีเจรจาปัญหาประมงในทำเนียบรัฐบาล ในศาลากลางจังหวัด เดินรณรงค์ปัญหาทรัพยากรชายฝั่งอยู่บนท้องถนนและทำงานฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งอยู่ทุกหนแห่ง เวทีที่เคยมีแต่นักธุรกิจประมงและหน่วยราชการประมงต้องยอมรับผู้แทนของประมงพื้นบ้านให้นั่งเสมอหน้ากันด้วย

เกือบสิบปีที่ผ่านมาของการรณงค์ปัญหาชาวประมงของสมาพันธ์ เสียงของคนทุกข์ที่ชื่อประมงพื้นบ้านจึงปรากฏขึ้นตามสื่อต่างๆ ควบคู่ไปกับเสียงของประมงพาณิชย์และรัฐ แต่ดูเหมือนการแก้ไขปัญหาจะยังคืบหน้าไปไม่มากนัก เครื่องมือทำลายล้างยังเต็มทะเล นโยบายลด ละ เลิก เครื่องมือประมงยังไม่เป็นผล โครงการขนาดใหญ่ที่ทำลายทรัพยากรชายฝั่งยังเกิดขึ้นทุกวัน

ชาวประมงพื้นบ้านยังอดอยากยากจนมีหนี้สินล้นพ้นตัวเพราะทะเลแห้งเหือดและการกระทำของคนอื่นที่มีเครื่องมือเหนือกว่า คนยากจนทนทุกข์ไม่มีเงินซื้อพื้นที่สร้างภาพพจน์ในสื่อมวลชน ข่าวคนจนไม่มีใครอยากซื้อขาย ทรัพย์สินสองประการที่คนจนมีคือความจนและเท้าที่มากมาย คนจนจึงต้องรวมตัวกัน การบอกข่าวของคนจนที่ได้ผลที่สุดก็คือการออกไปเดินบนท้องถนน การปรากฎตัวของคนธรรมดาเหล่านั้นมากขึ้นในสื่อมวลชนแม้ว่าจะทำให้สังคมจะเข้าใจปัญหามากขึ้นแต่เขาเหล่านั้นจะต้องจ่ายแพงเสมอ เพราะสังคมไทยไม่ชอบการประท้วง….คนไทยต้องอดทน ต้องไม่ประท้วง ไม่ว่าจะมีปัญหาเดือดร้อนหนักหนาสาหัสแทบล้มประดาตายแค่ไหนก็ตาม.




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






august7
(สิงหา)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 3,335 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 52 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน