วิชาการดอทคอม ptt logo

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบัญชี แต่เดิมตามพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505 ใช้คำว่า “มรรยาท” เพื่อกำหนดแนวทางการประพฤติปฏิบัติทางวิชาชีพของผู้ที่ประกอบการวิชาชีพสอบบัญชี เป็น “มรรยาทของผู้ประกอบวิชาชีพสอบบั
ผู้เขียน: ตุลาคม(กนกวรรณ คำชัย) ชมแล้ว: 22,944 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 13 June 2009, 5:12 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 13 June 2009, 5:13 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี

                สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบัญชี  แต่เดิมตามพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี  ..  2505  ใช้คำว่า  “มรรยาท”  เพื่อกำหนดแนวทางการประพฤติปฏิบัติทางวิชาชีพของผู้ที่ประกอบการวิชาชีพสอบบัญชี  เป็น  “มรรยาทของผู้ประกอบวิชาชีพสอบบัญชี”    (Code  of  professional  ethics-Auditor) และได้มีการกำหนดมรรยาทของผู้สอบบัญชีโดยแบ่งเป็น  5  หมวด  คือ 

1.               ความเป็นอิสระ  ความเที่ยงธรรม  และความซื่อสัตย์สุจริต

2.               ความรู้ความสามารถและมาตรฐานในการปฏิบัติงาน

3.               มรรยาทต่อลูกค้า

4.               มรรยาทต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ

5.               มรรยาททั่วไป

ต่อมาพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี  ..  2547  กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพ  หรือผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี  ซึ่งในเบื้องต้นนี้  ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีการควบคุมโดยตรง  ได้แก่    ผู้สอบบัญชีและผู้ทำบัญชีมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี               โดยมีกำหนดหัวข้อของจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไว้  ดังนี้

1.               ความโปร่งใส  ความเป็นอิสระ  ความเที่ยงธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต

2.               ความรู้ความสามารถและมาตรฐานในการปฏิบัติงาน

3.               ความรับผิดชอบต่อผู้รับบริการและการรักษาความลับ

4.               ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น  ผู้เป็นหุ้นส่วน  หรือบุคคล  หรือนิติบุคคลที่ผู้ประกอบ     วิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้

หากไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณนี้แล้ว  กฎหมายจะถือว่าเป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณ  และมีการกำหนดโทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณ  แบ่งเป็น  4  ระดับ  คือ

1.               ตักเตือนเป็นหนังสือ

2.               ภาคทัณฑ์

3.               พักใช้ใบอนุญาต  พักการขึ้นทะเบียน  หรือห้ามการประกอบวิชาชีพด้านที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยมีกำหนดเวลา  แต่ไม่เกินสามปี

4.               เพิกถอนใบอนุญาต  เพิกถอนการขึ้นทะเบียน  หรือสั่งให้พ้นจากการเป็นสมาชิก        สภาวิชาชีพบัญชี

นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีคณะกรรมการจรรยาบรรณขึ้นในสภาวิชาชีพบัญชี  ให้เป็น        ผู้พิจารณาไต่สวนว่าผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี  หรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชีประพฤติผิดจรรยาบรรณตามที่มีผู้กล่าวหาหรือไม่  และให้มีอำนาจสั่งลงโทษผู้ที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณได้

ในการนี้  สภาวิชาชีพบัญชี  ได้ร่างแบบคำกล่าวหาสำหรับผู้ที่จะกล่าวหาผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในกรณีทำผิดจรรยาบรรณในเรื่องต่าง    ซึ่งอาจใช้เป็นตัวอย่างการประพฤติผิดจรรยาบรรณที่อาจถูกกล่าวหาได้  โดยจัดกลุ่มตามหัวข้อจรรยาบรรณได้ดังนี้

 

1.               กระทำการใด ๆ  อันอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพบัญชี

2.               ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรฐานการบัญชี  มาตรฐานการสอบบัญชี  หรือมาตรฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องที่กำหนดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี  ..  2547

3.               ไม่ประกอบวิชาชีพบัญชีด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

4.               ใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบธรรม  หรือใช้อิทธิพลหรือให้ผลประโยชน์แก่บุคคลใด     เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับหรือไม่ได้รับงาน

5.               เรียก  รับ  หรือยอมรับทรัพย์สิน  หรือผลประโยชน์อย่างใดสำหรับตนเอง  หรือผู้อื่นโดยมิชอบจากผู้ว่าจ้างหรือบุคคลใดซึ่งเกี่ยวข้องในงานที่ทำอยู่กับผู้ว่าจ้าง

6.               โฆษณา  หรือยอมให้ผู้อื่นโฆษณา  ซึ่งการประกอบวิชาชีพเกินความเป็นจริง

7.               ประกอบวิชาชีพเกินความสามารถที่ตนเองจะกระทำได้

8.               ละทิ้งงานที่ได้รับทำโดยไม่มีเหตุอันสมควร

9.               ลงลายมือชื่อเป็นผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในงานที่ตนเองไม่ได้รับทำ  ตรวจสอบ  หรือควบคุมด้วยตนเอง

10.         เปิดเผยความลับของงานที่ตนเองได้รับทำโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง

11.         แย่งงานจากผู้ประกอบวิชาชีพอื่นในด้านเดียวกัน

12.         รับทำงาน  หรือตรวจสอบงานชิ้นเดียวกันกับผู้ที่ประกอบวิชาชีพอื่นทำอยู่  โดยไม่ใช่การตรวจสอบตามหน้าที่  และไม่ได้แจ้งให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นนั้นทราบล่วงหน้า

13.         ใช้  หรือคัดลอกแบบ  รูป  หรือเอกสารที่เกี่ยวกับงานของผู้ประกอบวิชาชีพอื่นในด้านเดียวกัน  โดยไม่ได้รับอนุญาต

14.         กระทำใด ๆ  โดยจงใจให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่ชื่อเสียง  หรืองานของผู้ประกอบวิชาชีพอื่นในด้านเดียวกัน

15.         อื่น ๆ 

จะเห็นว่าการกระทำผิดตามมูลความผิดบางข้ออาจถือว่าเป็นการทำผิดจรรยาบรรณได้     หลายข้อ  เช่น  การไม่ประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  นอกจากจะผิดจรรยาบรรณในเรื่องของความโปร่งใสความเป็นอิสระ  ความเที่ยงธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตแล้ว    ยังอาจถือว่าเป็นการขาดความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น  ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคล  หรือนิติบุคคลที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้อีกด้วย  ในขณะเดียวกัน  การโฆษณา  หรือยอมให้ผู้อื่นโฆษณา  ซึ่งการประกอบวิชาชีพเกินความเป็นจริงหรือการแย่งงานจากผู้ประกอบวิชาชีพอื่นในด้านเดียวกันอาจไม่สามารถจัดให้อยู่ในหัวข้อใด ๆ  ของจรรยาบรรณที่กฎหมายกล่าวถึงได้อย่างชัดเจน  แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควร กระทำ
เช่นกัน

จากวารสารวิชาชีพบัญชี

นนทวรรณ  ยมจินดา

             อาจารย์ประจำภาควิชาการบัญชี  คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






กนกวรรณ คำชัย
(ตุลาคม)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,269 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 11 ครั้ง
ได้รับดาว 46 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน