วิชาการดอทคอม ptt logo

พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ

ผลกระทบของเสียงดังอาจเป็นเรื่องร้ายแรงมากกว่าหูอื้อหูตึง ดังที่หลายคนเคยมีประสบการณ์ แต่อาจเกิดหูดับไปทันที อาจทำให้แก้วหูทะลุถ้าเสียงดังรุนแรงกระแทกแก้วหูทันที
ผู้เขียน: minnieforindy ชมแล้ว: 9,626 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 20 June 2009, 7:34 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 25 June 2009, 2:01 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 2 - กลไกการทำงานของหูและสมอง

        


กลไกการทำงานของหูและสมอง
1. Conduction - การนำเสียง
โดยแก้วหู และหูชั้นกลางประกอบไปด้วย กระดูกค้อน ทั่ง และโกลน
2. Reception - รับเสียง โดยปลายประสาทในหูชั้นใน ในส่วนอวัยวะก้นหอย (Cochlea)
3. Perception - รับรู้ โดยพลังประสาทผ่านไปตามประสาทรับเสียงไปถึงสมอง
4. Interpretation - รู้ความหมาย โดยสมองจากประสบการณ์ที่ผ่านมา
5. Expression - สื่อความหมาย โดยสมองออกมาเป็นคำพูด

ถ้ากลไกการรับเสียงถูกกระทบกระเทือน หรือหยุดยั้งจากเหตุใดก็ตาม เราก็จะได้ยินไม่ชัด หูตึงหรือเกิดเสียงรบกวนในหูหรือในสมองได้

  

คน ที่การได้ยินเสียจากเสียงดังจะเริ่มเสียที่ 4,000 เฮิรตซ์ก่อน ดังนั้นคนนั้นจะยังไม่รู้ว่าตนเองเริ่มหูตึงแล้ว นอกจากอาจมีเสียงรบกวนในหูระยะเริ่มแรกและถ้ายังสัมผัสเสียงดังอยู่ก็จะเป็น มากขึ้นทุกที จนถึงขั้นหูตึงมากได้เพราะจะมีการเสียที่ความถี่อื่นๆด้วย ดังตัวอย่าง

จากการสำรวจข้อมูลเสียงดังและการเสียการได้ยิน โดยกรมควบคุมมลพิษและศูนย์โสตประสาทการได้ยินกรุงเทพฯ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อ 10 ปีก่อนพบว่าประชากรที่ทำงานกับเสียงดังหรือสัมผัสเสียงดังในเส้นทางจราจรที่ เสียงดัง หรือทำงานในโรงงาน มีการได้ยินเสียจากเสียงดังสูงถึงร้อยละ 21.4 

            

การ สำรวจเมื่อ 2 ปีก่อน ในเด็กวัยรุ่นที่ใช้ Mobile phone, MP3, iPods หรือเข้า PUB เข้า TEC โดยมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทยและศูนย์โสตประสาทการได้ยินกรุงเทพฯ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลพบว่ามีการเสียการได้ยินในร้อยละใกล้เคียงกัน

การ สำรวจในคนที่ทำงานในที่จำกัดที่มีเสียงดัง เช่น พนักงานดูแลการจอดรถในศูนย์การค้าที่ใช้นกหวีดเป่าตลอดเวลา พบว่าหูเสื่อมถึงร้อยละ 70




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






minnieforindy
(ying)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 5,181 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 2 ครั้ง
ได้รับดาว 59 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน