พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ | วิชาการ.คอม


พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ

สารบัญ

กลไกการทำงานของหูและสมอง

        

กลไกการทำงานของหูและสมอง1. Conduction - การนำเสียง โดยแก้วหู และหูชั้นกลางประกอบไปด้วย กระดูกค้อน ทั่ง และโกลน 2. Reception - รับเสียง โดยปลายประสาทในหูชั้นใน ในส่วนอวัยวะก้นหอย (Cochlea)3. Perception - รับรู้ โดยพลังประสาทผ่านไปตามประสาทรับเสียงไปถึงสมอง4. Interpretation - รู้ความหมาย โดยสมองจากประสบการณ์ที่ผ่านมา5. Expression - สื่อความหมาย โดยสมองออกมาเป็นคำพูดถ้ากลไกการรับเสียงถูกกระทบกระเทือน หรือหยุดยั้งจากเหตุใดก็ตาม เราก็จะได้ยินไม่ชัด หูตึงหรือเกิดเสียงรบกวนในหูหรือในสมองได้   คน ที่การได้ยินเสียจากเสียงดังจะเริ่มเสียที่ 4,000 เฮิรตซ์ก่อน ดังนั้นคนนั้นจะยังไม่รู้ว่าตนเองเริ่มหูตึงแล้ว นอกจากอาจมีเสียงรบกวนในหูระยะเริ่มแรกและถ้ายังสัมผัสเสียงดังอยู่ก็จะเป็น มากขึ้นทุกที จนถึงขั้นหูตึงมากได้เพราะจะมีการเสียที่ความถี่อื่นๆด้วย ดังตัวอย่างจากการสำรวจข้อมูลเสียงดังและการเสียการได้ยิน โดยกรมควบคุมมลพิษและศูนย์โสตประสาทการได้ยินกรุงเทพฯ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อ 10 ปีก่อนพบว่าประชากรที่ทำงานกับเสียงดังหรือสัมผัสเสียงดังในเส้นทางจราจรที่ เสียงดัง หรือทำงานในโรงงาน มีการได้ยินเสียจากเสียงดังสูงถึงร้อยละ 21.4              การ สำรวจเมื่อ 2 ปีก่อน ในเด็กวัยรุ่นที่ใช้ Mobile phone, MP3, iPods หรือเข้า PUB เข้า TEC โดยมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทยและศูนย์โสตประสาทการได้ยินกรุงเทพฯ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลพบว่ามีการเสียการได้ยินในร้อยละใกล้เคียงกัน การ สำรวจในคนที่ทำงานในที่จำกัดที่มีเสียงดัง เช่น พนักงานดูแลการจอดรถในศูนย์การค้าที่ใช้นกหวีดเป่าตลอดเวลา พบว่าหูเสื่อมถึงร้อยละ 70

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา