โทษของ"โคลา"
การดื่มน้ำอัดลมประเภท "โคลา" มากเกินไป ก่อให้เกิดความผิดปกติที่กล้ามเนื้อ
ผู้เขียน: minnieforindy ชมแล้ว: 2,743 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 20 June 2009, 8:02 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 25 June 2009, 1:57 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 2 - ทษน้ำอัดลมทำสถิติโรคเกาต์พุ่ง

เผยดื่มทุกวัน 2 แก้วขึ้นไปเสี่ยงสูงกว่าปกติถึง 85 %


สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่าผลการศึกษาล่าสุดระบุว่าเครื่องดื่มจำพวกน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือซอฟท์ดริ้งทั้งหลายน่าจะเป็นสาเหตุหลักของสถิติผู้ป่วยโรคเกาต์ซึ่งเป็น โรคที่ทำให้ให้เกิดความเจ็บปวดทรมานบริเวณข้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วง หลายปีมานี้


ทั้งนี้การวิจัยนี้ระบุด้วยว่าการดื่มเครื่องดื่มประเภทน้ำ หวานน้ำอัดลมเป็นประจำตั้งแต่ 2 แก้วขึ้นไปต่อวันทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคเกาต์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า ปกติถึง 85% เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ดื่มน้อยกว่า 1 แก้วต่อเดือน


ทั้งนี้มีการอ้างอิงถึงสถิติผู้ป่วยโรคเกาต์ในประเทศสหรัฐ ว่าในช่วงแค่ 2 ทศวรรษที่ผ่านมานี้เองปรากฏว่ามีจำนวนผู้ป่วยโรคเกาต์เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า เดิมถึง 2 เท่าตัว และการวิจัยนี้ก็แสดงให้เห็นว่าน้ำตาลฟรุ๊คโตสในเครื่องดื่มประเภทน้ำหวาน น้ำอัดลมน่าจะเป็นตัวการสำคัญของโรคดังกล่าว


ผลการวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านการแพทย์ บริติช เมดิคัล เจอร์นัล และหลังจากมีการตีพิมพ์ผลการวิจัยนี้ออกมาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเกาต์ในประเทศ อังกฤษก็ได้กล่าวเตือนคนไข้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วว่าควรจะต้องลดปริมาณการ ดื่มน้ำหวานน้ำอัดลมของตัวเองลงเสีย


ส่วนสถิติผู้ป่วยโรคเกาต์ในประเทศอังกฤษนั้นผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่ามีอยู่ประมาณ 1.5% ของประชากรทั้งประเทศ และเป็นตัวเลขที่โตขึ้นเรื่อยๆ ตลอดมาในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และสำหรับอาการของโรคเกาต์นั้นมักจะเป็นอาการปวด บวมที่ข้อ และมักจะเกิดขึ้นบริเวณข้อแขนหรือข้อขาส่วนล่าง ทั้งนี้อาการของโรคจะกำเริบขึ้นเมื่อมีกรดยูริกจากเลือดไหลเข้าไปที่บริเวณ ข้อกระดูก


ด้านนักวิจัยประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาที่ร่วมกัน ทำการศึกวิเคราะห์สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยโรคเกาต์ในประเทศ กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของสถิติโรคนี้นั้นสอดคล้องกันกับการเพิ่มขึ้นของสถิติการ บริโภคเครื่องดื่มประเภทน้ำหวานน้ำอัดลมที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน


อีกทั้งมีการวิจัยหนึ่งซึ่งออกมาก่อนหน้านี้ได้แสดงให้เห็น ว่าน้ำตาลฟรุ๊คโตสเป็นตัวทำให้ระดับของกรดยูริกในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น ส่วนการวิจัยล่าสุดนี้เป็นการศึกษาติดตามผลเป็นเวลายาวนานถึง 12 ปีด้วยกัน และเป็นการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างผู้ชายทั้งสิ้น 46,000 คนอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ทั้งหมดไม่เคยมีประวัติการเป็นโรคเกาต์มาก่อน


นักวิจัยใช้แบบสอบถามเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวการรับประทาน อาหารและเครื่องดื่มของกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการวิจัย ซึ่งหลังการวิจัยพบว่ามีคนจำนวน 755 คนถูกแพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคเกาต์ ทั้งนี้พบว่าคนที่ดื่มเครื่องดื่มพวกน้ำหวานน้ำอัดลมตั้งแต่ 5 ถึง 6 แก้วขึ้นไปต่อสัปดาห์มีความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้สูงกว่าคนที่ไม่ดื่มอย่าง มีนัยสำคัญ


ความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มน้ำหวานน้ำอัดลมกับความเสี่ยงใน การเป็นโรคเกาต์ที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งพบในการวิจัยนี้มีความเป็นอิสระจาก ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ของโรค เป็นต้นว่า ดัชนีมวลกาย อายุ ความดันโลหิตสูง และการดื่มแอลกอฮอล์


 


 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






minnieforindy
(ying)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 2,336 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 2 ครั้ง
ได้รับดาว 59 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน