สมุนไพรช่วยลดความอ้อน | วิชาการ.คอม


สมุนไพรช่วยลดความอ้อน

สารบัญ

สมุนไพรช่วยลดความอ้อน

แมงลัก Ocimum basilicum L. f. citratum Back

แมมงลัก ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เว็บไซต์ agric-prod.mju.ac.th

          แมงลัก ,ก้อมก้อข้าว หรือ มังลัก เป็นพืชล้มลุกให้ไฟเบอร์สูง มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ 25 เท่า ทำให้พองตัว เมื่อกินเข้าไปจึงทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอยู่ท้องนาน ซึ่งช่วยป้องกันการดูดซึมไขมันสู่กระแสเลือด ช่วยลดระดับไขมันและน้ำตาล ขับถ่ายได้ง่ายมากขึ้น บรรเทาอาการท้องผูก ช่วยลดการดูดซึมอาหารเข้าสู่ร่างกาย

          เมล็ดแมงลักช่วยการขับถ่ายเพราะเปลือกภายนอกจะสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า โดยไม่ถูกย่อยทำให้เพิ่มกากและหล่อลื่น ทำให้ขับถ่ายสะดวก

แมงลัก ขอขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ kruaklaibaan.com

          มีการทดลองใช้เมล็ด แมงลัก โดยใช้ปริมาณ 2 ช้อนชา ผสมน้ำ 240 ซี.ซี. หรือประมาณ 1 แก้ว ให้ผลเป็นยาระบายในคนปกติเช่นเดียวกับ psyllium 2 ช้อนชา โดยมีผลที่น่าสนใจ คือ เพิ่มจำนวนครั้งในการถ่าย เพิ่มปริมาณอุจจาระ ทำให้อุจจาระอ่อนตัวกว่าปกติ เช่นเดียวกับการทดสอบในอาสาสมัคร 8 คน อายุระหว่าง 21-47 ปี โดยแต่ละคนจะผ่านการศึกษา 3 ระยะ ๆ ละ 10 วัน ได้แก่ ระยะควบคุม ระยะเมล็ดแมงลัก (รับประทานเมล็ดแมงลัก 10 กรัม ผสมน้ำตาลทราย 10 กรัม วันละ 2 ครั้ง) และระยะเม็ด psyllium (รับประทานยาถ่ายเมตามิวซิลชนิดรสส้ม 20 กรัม วันละ 2 ครั้ง) การเลือกลำดับแต่ละระยะใช้วิธี random ข้อมูลที่รวบรวมไว้ ได้แก่ รายการอาหารที่รับประทานโดยละเอียด เพื่อนำมาใช้คำนวณหาปริมาณ dietary fiber จำนวนครั้งของการถ่ายอุจจาระ น้ำหนักรวมของอุจจาระในรอบ 7 วัน และ transit time ของ radiopaque markers ผลการศึกษาพบว่า ในระยะเมล็ดแมงลัก และระยะเมล็ด psyllium มีน้ำหนักอุจจาระสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ระหว่างระยะเมล็ดแมงลัก และระยะเม็ด psyllium ไม่มีความแตกต่างสำหรับจำนวนครั้ง และ transit time จากการศึกษาจะพบว่าเมล็ดแมงลักสามารถใช้เป็นยาระบายได้

          ข้อควรระวังในการใช้

          ถ้าใช้เมล็ดแมงลักที่ยังพองตัวไม่เต็มที่ จะทำให้มีการดูดน้ำจากลำไส้เกิดอาการขาดน้ำ และอาจเกิดอาการลำไส้อุดตันได้โดยเฉพาะที่บดเป็นผง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : medplant.mahidol.ac.th ,dmsc.moph.go.th

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา