"แผลเป็น" ตัวการร้ายของผิวสวย ("แผลเป็น" ตัวการร้ายของผิวสวย) | วิชาการ.คอม

"แผลเป็น" ตัวการร้ายของผิวสวย

ในชีวิตหนึ่งคงหาคนที่ไม่เคยเป็น "สิว" ได้น้อยนัก และเมื่อเกิดปัญหาสิวหลายคนพยายามรักษาให้หายโดยง่ายและเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่าสิวเล็ก ๆ นั้นอาจทิ้งรอยแผลเป็นที่มีระดับความรุนแรง จนไม่ใช่แค่เรื่องสิว ๆ อีก
ผู้เขียน: ต๋อมแต๋ม ชมแล้ว: 19,047 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 24 June 2009, 10:53 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 31 July 2009, 9:03 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - "แผลเป็น" ตัวการร้ายของผิวสวย
<งคงหาคนที่ไม่เคยเป็น "สิว" ได้น้อยนัก และเมื่อเกิดปัญหาสิวหลายคนพยายามรักษาให้หายโดยง่ายและเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่าสิวเล็ก ๆ นั้นอาจทิ้งรอยแผลเป็นที่มีระดับความรุนแรง จนไม่ใช่แค่เรื่องสิว ๆ อีกต่อไป

ปัญหาสิวเกิดจากฮอร์โมนเพศชายที่มีอยู่ในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย การเกิดสิวจึงเกิดได้ทุกวัยและทุกเวลา เช่น ช่วงวัยรุ่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน อยู่ในภาวะเครียดหรืออดนอน ล้วนเป็นสาเหตุให้ฮอร์โมนเกิดความไม่สมดุลและเป็นสิว ทางการรักษาแบ่งแยกสิวเป็น 2 ประเภท คือ สิวอักเสบ ลักษณะตั้งแต่เป็นตุ่มแดง คัน เจ็บ เป็นหนอง และสิวไม่อักเสบ ลักษณะเป็นผดผื่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ หรือสิวเสี้ยน ซึ่งสิวทั้งสองประเภทนี้ก่อให้เกิดแผลเป็นได้หากถูกแกะ กด หรือเป็นบาดแผลที่ลึกกว่ารูขุมขน จึงไม่ควรแกะหรือบีบสิวด้วยเล็บมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่แน่ใจในความสะอาดเด็ดขาด

"หลายคนสิวเล็กนิดเดียว แต่ชอบแกะด้วยเล็บสกปรก ทำให้มีเชื้อโรคเข้าไปและลุกลามจนลึกถึงรากขน ทำให้เกิดแผลเป็น ทางที่ดีควรใช้ที่กดสิวเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ หรือไปพบแพทย์จะดีที่สุด ส่วนสิวที่ไม่ลึกกว่ารูขุมขนนั้น บนผิวหน้ามีเซลล์ต้นกำเนิดอยู่จะสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ในเวลาไม่นาน นอกจากนี้ ระหว่างเป็นสิวก็ไม่ควรไปจับบ่อย ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโรคเข้าสู่สิว"

หากสิวเกิดเป็นแผลเป็นขึ้นมา จะสังเกตได้ว่าบริเวณเหนือจมูกขึ้นไปมักเกิดแผลเป็นหลุม

เนื่องจากพังผืดยึดจากใต้ผิว นับเป็นแผลเป็นที่รักษายากที่สุด ส่วนบริเวณต่ำกว่าจมูกลงมามักเกิดแผลเป็นนูน เช่น รอยแผลเป็นคีลอยด์จากการปลูกฝี การรักษาแผลเป็นจากสิวทำได้หลายวิธี ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุด คือ การใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอย หรือการใช้ยาช่วยลดรอยแผลเป็น และควรรีบทำทันทีเมื่อแผลแห้งตกสะเก็ด ในขณะที่เนื้อยังเป็นสีชมพูอยู่ ส่วนรอยดำนั้นหากปล่อยไว้ตามธรรมชาติก็สามารถหายเองได้ใน 3-6 เดือน ทั้งนี้ การป้องกันที่ดีที่สุดจึงควรป้องกันผิวหน้าไม่ให้เกิดสิว ด้วยการรักษาความสะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงการอุดตันของต่อมไขมัน

"สิวหัวช้างเป็นสิวที่อันตรายที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ให้รักษาด้วยการฉีด และต้องรู้ไว้ว่าสิวสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งตัว

นอกจากผิวหน้าที่จะมีต่อมไขมันมากถึง 250 ต่อม ต่อ 1 ตารางเซนติเมตรแล้ว บริเวณหน้าอก แผ่นหนังก็ยังมีต่อมไขมันมากเช่นกัน ดังนั้นเราจึงควรหมั่นดูแลรักษาร่างกายให้สะอาด เช่นเดียวกับผิวหน้าด้วย"




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 3 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 1 ก.ค. 2552 (17:14)

ขอบใจสำหรับเรื่อง สิว ๆ{#emotions_dlg.d7}


สาวภูกระดึง
ร่วมแบ่งปัน88 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 2 20 ก.ค. 2552 (15:54)

ดีดี


opor_m99
ร่วมแบ่งปัน209 ครั้ง - ดาว 38 ดวง

ความเห็น 3 25 ก.ค. 2552 (18:32)

ขอบคุณ ค่ะ


keonjang
ร่วมแบ่งปัน71 ครั้ง - ดาว 52 ดวง

Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.128 seconds !