ชุดฝึกทักษะปฏิบัติเรื่องกีฬาเปตอง(ครูนพดล คำมูล)

สารบัญ

บทนำกีฬาเปตอง

เปตองเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่มีวิวัฒนาการมาจากการดำรงชีวิตของมนุษย์ในสมัยโบราณ  แต่มีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากกีฬาประเภทอื่น ๆ  คือ  เล่นง่าย  สนุกสนาน  เล่นได้ทุกเพศ  ทุกวัย รวมทั้งการเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ  ก็ไม่ยุ่งยาก  วิธีการเล่นก็สามารถปรับให้เข้ากับทักษะของแต่ละบุคคลได้อย่างรวดเร็ว  มีการเล่นและแข่งขันมาจนถึงปัจจุบันนี้ 

ปัจจุบันกีฬาเปตองเป็นที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายเกือบทุกประเทศในทวีปยุโรป  อเมริกา  และเอเชีย  สำหรับกีฬาเปตองในประเทศไทยนั้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ได้ทรงริเริ่มและสนับสนุนมาเป็นเวลาช้านานจนกีฬาเปตองได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วประเทศ

กีฬาเปตองมีประโยชน์ต่อผู้เล่น ทั้งทางด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์และสังคม  และที่สำคัญเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิ  สติปัญญา  ในการเล่นและการแข่งขัน

จุดประสงค์การเรียนรู้

นักเรียนสามารถบอกและอธิบายประวัติความเป็นมา  ประโยชน์ที่ได้รับจากการเล่น

กีฬาเปตอง  พร้อมทั้งมารยาทในการเล่นและมารยาทของผู้ดูกีฬาเปตองที่ดีได้   

1.  บอกประวัติความเป็นมาของกีฬาเปตองได้

 

 

 

2.  บอกและอธิบายประโยชน์ที่ได้รับจากการเล่นกีฬาเปตองได้          

 

 

 

 

 

 

3.  บอกและอธิบายมารยาทในการเล่นและมารยาทของผู้ดูกีฬาเปตองที่ดีได้   

กิจกรรมชุดที่ 1  เกม  จับกลุ่มตามสั่ง

วิธีเล่น

1.  เกมนี้เหมาะสำหรับสถานที่ที่ไม่กว้างขวางนัก 

2.  เริ่มเล่น  ผู้นำจะใช้คำสั่งแก่ผู้เล่นที่ยืนกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณว่า  จะให้จับกลุ่มเท่าไร  เช่น  สั่งว่า  จับกลุ่ม  3  ผู้เล่นจะต้องรีบจับกลุ่ม 3  คน กับคนที่อยู่ใกล้ที่สุด  โดยเร็วที่สุด 

3.  เมื่อจับคู่แล้วให้นั่งลงเพื่อแสดงให้รู้ว่า  จับกลุ่มได้แล้ว 

4.  ผู้เล่นที่จับกลุ่มได้ช้าจะต้องออกจากการแข่งขันหรือแล้วแต่จะได้กำหนด 

5.  ผู้นำจะต้องรีบเปลี่ยนคำสั่งให้เร็ว  อาจจะให้ผู้เล่นที่ต้องการออกจากการแข่งขันคอยช่วยเหลือในการดูผู้เล่นอื่นว่าทำตามคำสั่งได้เรียบร้อยหรือไม่

6.  ในการสั่งอาจจะทำให้ผู้เล่นต้องคิดบ้างก็ได้  โดยแทนที่จะบอกว่า  จับกลุ่ม  5  จับกลุ่ม  7 

ก็เปลี่ยนเป็น  จับกลุ่ม  6+3  จับกลุ่ม  20 - 5  หรือจับกลุ่ม  15 - 6  บ้างก็ได้   จะทำให้เกมสนุกสนานยิ่งขึ้น

ใบความรู้ที่ 1.1

ôเปตองเป็นกีฬากลางแจ้งประเภทหนึ่งซึ่งมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์  ประวัติที่แน่นอนไม่มีการบันทึกไว้  แต่หลักฐานจากการเล่าสืบต่อ ๆ กันมาว่า  กำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศกรีซ  เมื่อประมาณ  2,000  ปีก่อนคริสต์กาล  โดยเก็บก้อนหินที่เป็นทรงกลมจากภูเขาและใต้ทะเลมาเล่นกัน  วิธีการเล่นคือ  ใครจะโยนได้แม่นและไกลที่สุดกว่ากัน  ต่อมากีฬาประเภทนี้ได้แพร่หลายเข้ามาในทวีปยุโรป 

เมื่ออาณาจักรโรมันครองอำนาจและเข้ายึดครองดินแดนของชนชาวกรีกได้สำเร็จ  ชาวโรมันได้ใช้การกีฬาประเภทนี้เป็นเครื่องทดสอบกำลังข้อมือและกำลังกายของผู้ชายในสมัยนั้น

                ôต่อมาเมื่ออาณาจักรโรมันเข้ายึดครองดินแดนชาวโกล  หรือประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน 

ชาวโรมันก็ได้นำเอาการเล่นลูกบูลประเภทนี้เข้าไปเผยแพร่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส  การเล่น

ลูกบูลจึงได้พัฒนาขึ้นโดยเปลี่ยนมาใช้ไม้เนื้อแข็งถากเป็นรูปทรงกลมแล้วใช้ตะปูตอกรอบ ๆ  เพื่อเพิ่มน้ำหนักของลูกให้เหมาะกับมือ

                ôในยุคกลางประมาณ  ค.ศ.  400 - 1,000  การเล่นลูกบูลนี้จึงเหมาะที่นิยมเล่นกันแพร่หลาย

ในประเทศฝรั่งเศส  ครั้นพอสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่  14  พระองค์ได้ทรงประกาศสงวนกีฬา

การเล่นลูกบูลนี้ไว้สำหรับผู้สูงเกียรติ  และให้เล่นได้เฉพาะพระราชสำนักเท่านั้น

                ôต่อมาในสมัยพระเจ้านโปเลียนมหาราชขึ้นครองอำนาจ  พระองค์ได้ทางประกาศใหม่  ให้การเล่นลูกบูลนี้เป็นกีฬาประจำชาติของฝรั่งเศส  และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่ว ๆ  ไป  ได้เล่นกันอย่างเสมอภาคทุกคน  การเล่นลูกบูลนี้จึงได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ  ตลอดมา  เช่น  โดยการนำเอาลูกปืนใหญ่ที่ใช้แล้วมาเล่นกันบ้างอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลิน  จนมีการตั้งชื่อเกมกีฬาประเภทนี้ขึ้นมาเล่นอย่างมากมายต่าง ๆ  กัน  เช่น  บูลเบร - รอตรอง , บูลลิโยเน่ส์ , บูลเจอร์  เดอร์ลอง  และบูล-โปรวังซาล 

เป็นต้น

                ôในปลายศตวรรษที่  19  ประเทศฝรั่งเศสก็ได้เป็นประเทศแรกของโลกที่ได้ออกกฎเกณฑ์ข้อบังคับกติกาการเล่นกีฬาลูกบูล-โปรวังซาลขึ้น  โดยให้วิ่ง  3  ก้าวก่อนโยนลูกบูล  การเล่นกีฬาประเภทนี้จึงเป็นที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายทั่วไปในประเทศฝรั่งเศส  และมีการแข่งขันชิงแชมป์กันขึ้นโดยทั่วไป

                ôจนถึงต้นศตวรรษที่  20  ในปี  ค.ศ.  1910  ตำบลซิโอต้าท์  เมืองท่ามาร์แชรด์  ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  การเล่นกีฬาลูกบูล - โปรวังซาลได้มีการเปลี่ยนแปลงกติกาการเล่นขึ้นใหม่  โดยนายจูลร์ - เลอนัวร์  ซึ่งเป็นผู้มีฝีมือในการเล่นกีฬาลูกบูล - โปรวังซาลเก่งกาจที่สุดในขณะนั้น

 

แบบฝึกทักษะที่ 1.1    ประวัติกีฬาเปตอง

ให้นักเรียนเติมคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง

1.  เปตองเป็นกีฬากำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศ  ......... เมื่อประมาณ  .............                                                                                                                                                                                                                                           

2.  สมัยก่อนคริสต์กาลวิธีการเล่นเปตองคือ  ..............................................................................................

3.  ประเทศ  ...............  เป็นประเทศแรกของโลกที่ได้ออกกฎเกณฑ์ข้อบังคับกติกาการเล่นกีฬาลูกบูล -โปรวังซาลขึ้น 

4.  ในสมัยก่อนคริสต์กาล  ใช้อุปกรณ์การเล่นเปตองมาจาก  .....................................................................

 5.  กีฬาเปตองเป็นกีฬาประจำชาติ  .........................ในสมัยของ  ..............................................................

6.  การเล่นลูกบูลนี้ได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ  จนมีการตั้งชื่อเกมกีฬาประเภทนี้ขึ้นมาเล่นอย่างมากมายต่าง ๆ  กัน  เช่น  .........................................................................................................................................

7.  กีฬาเปตองจัดแข่งขันชนะเลิศแห่งโลกขึ้นครั้งแรก  เมื่อ  ค.ศ.  1959  ที่เมือง  ...................................... 

ประเทศ  .....................  นักกีฬาเปตองจากประเทศ  ......................  ได้ครองตำแหน่งชนะเลิศ

 

ใบความรู้ที่ 1.4       ประโยชน์ที่ได้รับจากการเล่นกีฬาเปตอง

1.  กีฬาเปตองอาจถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ไม่หักโหมเหมือนกีฬาประเภทอื่น ๆ  ไม่ต้องใช้กำลังร่างกายในการปะทะต่อคู่ต่อสู้แต่อย่างใด  จึงเป็นกีฬาที่ไม่มีการเสียเปรียบในด้านรูปร่าง  ส่วนสูง  น้ำหนัก  เล่นกันได้ทุกเพศทุกวัย

                2.  การเล่นเป็นการส่งเสริมด้านแนวความคิด  และสติปัญญา  ฝึกสายตา  ฝึกระบบประสาท 

ฝึกในการวางแผน  และปรับปรุงระบบการตัดสินใจ

                3.  ในระหว่างการเล่นร่างกายจะได้บริหารทุกส่วน  คือ  แขน  ขา  ท้อง  เอว  ไหล่  ฯลฯ  แต่เป็นการบริหารร่างกายโดยแทบไม่รู้สึกตัว  คือ  มีความเพลิดเพลินในเกมการเล่นเป็นตัวกำหนดนั่นเอง

                4.  กีฬาเปตองเป็นกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายในการเล่นน้อย  อุปกรณ์ต่าง ๆ  ก็ไม่มากจึงสมควรทีจะช่วยกันเผยแพร่ให้กว้างขวางในโอกาสต่อไป

                5.  มีความเพลิดเพลินในการเล่น  ส่งผลทำให้สุขภาพจิตดี  มีความสนุกสนานร่างเริงแจ่มใส

                6.  กีฬาเปตองเป็นกีฬาที่ไม่หักโหม  และมีลักษณะพิเศษที่บุคคลทั่วไป  และบุคคลที่ไม่สามารถเล่นกีฬาชนิดอื่น ๆ ได้  แต่สามารถเล่นกีฬาเปตองได้  เช่น  คนพิการ  หูหนวก  เป็นต้น

                7.  ประโยชน์ทางสังคม  กีฬาเปตองช่วยส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในสังคมและ

ชุมชนนั้น ๆ  ได้ดี  ฝึกให้รู้จักเคารพกติกา  ยอมรับความคิดการตัดสินใจของผู้เล่นในทีม

 แบบฝึกทักษะที่ 1.3     ประโยชน์ที่ได้รับในการเล่น  มารยาทในการเล่นและการดูกีฬาเปตอง

 ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้

1.  การเล่นกีฬาเปตองเป็นการส่งเสริมด้านแนวความคิด  และสติปัญญา                                             เป็นการฝึก...........................................................................................................................................

2.  ความเพลิดเพลินในการเล่นกีฬาเปตอง  ส่งผลทำให้......................................................................

3.  ประโยชน์ทางสังคม  กีฬาเปตองช่วยส่งเสริม.................................................................................

.............................................................................................................................................................

4.  ก่อนเริ่มเล่นหรือหลังการแข่งขันกีฬาเปตอง  ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะก็ตาม  ควรจะต้อง

ปฏิบัติตนอย่างไร.................................................................................................................................

        5.  สิ่งสำคัญของผู้เล่นกีฬาเปตองที่ดีคือ...............................................................................................

        6.  เมื่อผู้เล่นเล่นได้ดีหรือชนะการแข่งขัน  ผู้ดูที่ดีควรปฏิบัติตนอย่างไร.............................................

7.  เมื่อผู้เล่นเล่นผิดพลาดหรือผู้ตัดสินผิดพลาด  ผู้ดูที่ดีควรปฏิบัติตนอย่างไร…................................                                                                                           

                                                                      www.rd1677.com/open.php?id=43894

 

 

 

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา