วิชาการดอทคอม ptt logo

ตับโต

ผู้ถาม : สุพล/ตรัง ผมมีปัญหาของคุณพ่อจะขอเรียนถามคุณหมอ ดังนี้ คุณ พ่ออายุ ๔๒ ปี น้ำหนัก ๖๐ กิโลกรัม สูง ๑๖๕ เซนติเมตร เป็นคนดื่มเหล้า แต่ไม่สูบบุหรี่ อาการของคุณพ่อคือ จะมีอาการแน่นและตึงๆ บริเวณชายโครงเป็นบางครั้งแต่ไม่เจ็บ
ผู้เขียน: minnieforindy ชมแล้ว: 36,852 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 13 July 2009, 1:36 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 13 July 2009, 1:38 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - ตับโต
<


ผู้ถาม : สุพล/ตรัง
ผมมีปัญหาของคุณพ่อจะขอเรียนถามคุณหมอ ดังนี้
คุณ พ่ออายุ ๔๒ ปี น้ำหนัก ๖๐ กิโลกรัม สูง ๑๖๕ เซนติเมตร เป็นคนดื่มเหล้า แต่ไม่สูบบุหรี่ อาการของคุณพ่อคือ จะมีอาการแน่นและตึงๆ บริเวณชายโครงเป็นบางครั้งแต่ไม่เจ็บ และได้ไปหาหมอที่คลินิก คุณหมอบอกว่าเป็นตับโต ควรเลิกดื่มเหล้า ผมจึงอยากทราบว่า

- ตับโตเกิดขึ้นได้อย่างไร

- สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ หายแล้วจะกลับมาเป็นได้อีกไหม

- ควรกินและไม่ควรกินอาหารประเภทใดในชีวิตประจำวัน

ขอความกรุณาคุณหมอช่วยตอบด้วยนะครับ

ผู้ตอบ นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
ก่อน อื่นต้องขอชี้แจงให้ทราบว่า "ตับโต" เป็นอาการแสดงของโรค หมายถึง อาการที่ตับมีขนาดบวมโตกว่าปกติจนสามารถคลำได้ (ตับขนาดปกติจะซ่อนอยู่บริเวณชายโครง คลำไม่พบ แต่ถ้าโตขึ้นจะแลบลงมาอยู่ใต้ชายโครงจนคลำพบได้) ซึ่งอาจมีสาเหตุได้ต่างๆ เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง หรือเกิดจากโรคติดเชื้ออื่นๆ (เช่น ไข้เลือดออก ไทฟอยด์ ฝีในตับ) เป็นต้น ซึ่งมีอาการอื่นๆ ประกอบร่วมด้วย เช่น มีไข้ ตาเหลือง ตัวเหลือง ปวดจุกแน่นท้อง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น โรคแต่ละชนิดก็จะมีอาการประกอบที่แตกต่างกันไป

การรักษาและ ผลการรักษาขึ้นกับสาเหตุที่เป็น เช่น ถ้าเป็นตับอักเสบจากไวรัสชนิดไม่รุนแรง ก็มีโอกาสหายขาดได้ ถ้าเป็นตับแข็งก็มักจะเป็นเรื้อรังตลอดชีวิต
ส่วนการจะกลับมาเป็นอีกหรือ ไม่ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ตับโตเช่นกัน เช่น ถ้าเป็นตับอักเสบก็ควรงดเหล้าเป็นปี ถ้าเป็นตับแข็งควรงดเหล้าตลอดไป เพราะเหล้ามีพิษทำลายตับ ขืนกินต่อไปจะไม่มีเนื้อตับที่ดีหลงเหลืออยู่ ร่างกายก็จะเสื่อมทรุดจนยากที่จะเยียวยา ถ้าเป็นโรคเกี่ยวกับตับควรพักผ่อนอย่าทำงานหนัก ห้ามดื่มเหล้า ส่วนอาหารควรกินอาหารพวกโปรตีน ถ้าเบื่ออาหาร ควรดื่มน้ำหวานหรือกินของหวาน ถ้ามีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องอืดท้องเฟ้อร่วมด้วย ควรงดอาหารมัน
 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






minnieforindy
(ying)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 5,381 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 2 ครั้ง
ได้รับดาว 59 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน