วิชาการดอทคอม ptt logo

วิธีการเลี้ยงปลาหมอสี

หากนึกถึงปลาหมอสีทุกๆท่านคงจะคิดว่าทำยังไงให้ปลาที่ท่านชอบมีสีสันที่สวยโดดเด่น และมีสุขภาพที่สมบูรณ์ การที่จะเลี้ยงปลาหมอสีให้มีสีสวยงามนั้นคุณมีความรู้เรื่องปลาหมอสีมากน้อยเท่าไร?
ผู้เขียน: chaitay ชมแล้ว: 61,561 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 13 July 2009, 9:49 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 28 March 2010, 10:41 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 7 - การเพาะเลี้ยงปลาหมอสี

<

 

 

 

 

 


31 กรกฎาคม 2552  

การเพาะเลี้ยงปลาหมอสี

 

       ปลาหมอสีเป็นปลาสวยงามอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น จากนักเลี้ยงปลาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเป็นงานอดิเรกถึงแม้ว่าปลากลุ่ม นั้นส่วนใหญ่เป็นปลานำเข้าจากทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้และกลุ่มประเทศอเมริกากลาง จัดอยู่ในวงศ์ชิลคลิดี การแพร่กระจายของปลาวงศ์นี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของสิ่งแวดล้อมดังเช่น ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยทะเลสาบ แม่น้ำลำธาร หนองบึง จึงส่งผลให้ปลามีความหลากหลายทั้งชนิด สายพันธุ์ รูปร่าง และการดำรงชีวิต ซึ่งมีทั้งปลาบริโภคและปลาสวยงาม ได้แก่ ปลานิล ปลาหมอเทศ ปลาปอมปาดัวร์ ปลาเทวดา ปลาออสการ์ ฯลฯ ปลาเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ดี จัดเป็นปลาเลี้ยงง่าย

แหล่งกำเนิดปลาหมอสี
มาลาวี เป็นทะเลสาบน้ำจืดในทวีปแอฟริกา มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก พื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่เป็นหาดทรายหรือทรายเลนที่มีวัชพืชขึ้นปกคลุม หาดทรายจะอยู่สลับกับชายฝั่งที่เป็นโขดหิน มีความโปร่งใสของน้ำติดอันดับโลก ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 7.8 - 8.5 มีปลาประมาณ 500 ชนิด ปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวไม่มีการอพยพย้ายถิ่นที่อยู่ จากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน ทำให้แพทเทิร์นของสีปลาแตกต่างกันจึงส่งผลให้มีประชากรหลากหลาย เช่น ปลาหมอมาลาวีสีน้ำเงิน จะมีสีน้ำเงินล้วน น้ำเงินปนเหลืองจนถึงเหลืองล้วนทั้งตัว ปลาหมอสีในทะเลสาบมาลาวีมีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มนอนเอ็มบูนา มีประมาณ 250 ชนิด 38 สกุล การจำแนกสกุลโดยใช้แพทเทิร์นของเมลานิน (เม็ดสีประเภทสีดำที่อยู่ในผิวหนังของปลา) เป็นหลัก ความยาวโดยเฉลี่ย 15 เซนติเมตร เช่น ปลาหมอคริสตี้ ปลาหมอมาลาวีเหลือง ปลาหมอมาลาวีน้ำเงินคอแดง ปลาหมอมาลาวีน้ำเงิน ปลาหมอรอสตราตัส ปลาหมออิเล็กทริกบลู เป็นต้น
กลุ่มเอ็มบูนา มี 250 ชนิด 10 สกุล การจำแนกสกุลใช้ลักษณะของฟันเป็นหลัก เป็นปลาที่มีสีสวยสะดุดตาความยาว 10-12 เซนติเมตร เช่น ปลาหมอกล้วยหอม ปลาอีสเทิร์นบลู ปลาหมอดีมาสัน ปลาหมอลิลลี่
แทนแกนยีกา เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 และมีความลึกเป็นอันดับสองของโลก ระดับอุณหภูมิสูงประมาณ 26 องศาเซลเซียสเกือบตลอดทั้งปี ความเป็นกรดเป็นด่างจะอยู่ระหว่าง 8.8-9.3 จากระดับน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการปะปนประชากรปลาใน กลุ่มต่าง ๆ และจากการปรับตัวจึงเกิดปลาชนิดใหม่ซึ่งความสามารถดังกล่าวมีเหตุผล 3 ประการคือ
1. ปลาหมอสีอาศัยอยู่ในน้ำจืดได้ดีและสามารถทนต่อน้ำเค็มได้ดี
2. ปลาหมอสีมีอวัยวะพิเศษที่สามารถเก็บกักปริมาณออกซิเจนได้นาน ทำให้ไม่ต้องโผล่ฮุบน้ำบ่อย ๆ และลูกปลาวัยอ่อนสามารถอยู่ในน้ำที่มีออกซิเจนต่ำ
3. ปลาหมอสีมีการดูแลลูก อมไว้ในปากของแม่ปลา ซึ่งเป็นแหล่งที่ปลอดภัยที่สุด ปลาหมอสีที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแทนแกนยีกา เช่น ปลาหมอฟรอนโตซ่า ปลาหมอแซงแซว ปลาหมอดูบอยซี่ ปลาลองจิออร์
วิกตอเรีย เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ภูมิอากาศอยู่ในเขตศูนย์สูตร
มี ความลึก 60-100 เมตร ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลาในระดับต่าง ๆ ประมาณ 300 ชนิด แต่เนื่องจาก ปี พ.ศ. 2493 และ พ.ศ. 2503 ได้มีการนำปลาสกุลกะพงขาวจากแม่น้ำไนล์ไปปล่อยในทะเลสาบวิกตอเรีย ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 ปลากะพงขาวได้ออกลูกหลานแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและจับปลาหมอสีวิกตอเรียกิน เป็นอาหารหลัก ซึ่งส่งผลให้ปลาหมอวิกตอเรียสูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 100 ชนิด สำหรับปลาที่ยังคงมีอยู่ได้แก่ ปลาหมออ๊อบลิคิวเดนซ์ ปลาหมอในเออร์รี ปลาหมอบราวนี
อเมริกากลางและอเมริกาใต้ ปลาหมอ สีในภูมิภาคนี้มีรูปร่าง วิถีชีวิตและพฤติกรรมแตกต่างไปจากหมอสีมาลาวี หมอสีแทนแกนยีกา และวิกตอเรีย สำหรับปลาในกลุ่มอเมริกากลาง ได้แก่ ปลาหมอริวูเลตัส ปลาหมอบราซิเบียน ปลาหมอหมอคาพินเต้ หรือกรีนเท็กซัส ปลาหมอฟลามิงโกหรือเรด เดฟเวิล ปลาหมอมาคู ปลาหมอตาแดง
ส่วนปัจจัยที่ทำ ให้ปลาหมอสีมีสีสันก็คือ สิ่งแวดล้อมปลาจะไม่มีสีฉูดฉาดหากอาศัยอยู่ในที่ซึ่งต้องพรางตัว แต่ในฤดูผสมพันธุ์จะมีสีสันสดใสเพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามและประเด็นสำคัญ คือ ตัวเมียต้องสามารถจำตัวผู้ที่จะทำการผสมพันธุ์ว่าเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเป็นที่มาของการผสมข้ามพันธุ์ อย่างไรก็ตามปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดสีสันของปลาตัวผู้นั้นก็คือ ปลาตัวเมียที่เป็นคู่ของมันนั่นเอง
         เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดปลาหมอสีนั้น คุณสมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานสัตว์น้ำ กรมประมง ได้ กล่าวไว้ในหนังสืออนุกรมวิธานปลาหมอสีในประเทศไทยและได้ฝากบอกมายังท่าน สมาชิกวารสารอีกว่า ก่อนตัดสินใจเลี้ยงปลาหมอสีจะต้องศึกษาข้อมูลหลายประการ เนื่องจากการเลี้ยงปลาสวยงามเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เช่น ชนิดของปลาหมอสี พฤติกรรม ถิ่นกำเนิด น้ำ แสงสว่าง อาหาร และการตกแต่งตู้ เพราะปลาหมอสีมาจากแหล่งที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านกายภาพและชีวภาพ ปลาหมอสีที่เลี้ยงในบ้านเรา ส่วนใหญ่มาจากทะเลสาบมาลาวีและแทนแกนยีกา ปลาที่มาจากทะเลสาบเดียวกันควรอยู่ในตู้เดียวกัน ถ้าแบ่งกลุ่มเลี้ยงเป็นตู้ฯ ก็จะสะดวกในการดูแล เพราะปลาแต่ละกลุ่มกินอาหารแตกต่างกัน สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ด้านใดด้านหนึ่งของตู้ปลาต้องทาด้วยสีดำหรือสีน้ำเงินปนดำหรือใช้กระดาษหรือ ฟิล์มปิดแทนก็ได้เพื่อช่วยลดความเครียด เพราะเมื่อปลาหมอสีตื่นตกใจก็จะหลบอยู่ในมุมที่มีแสงสว่างน้อย
ขนาด ตู้เลี้ยงปลาควรมีขนาดใหญ่ ความจุไม่น้อยกว่า 500 ลิตร แต่ถ้ามีตู้เล็กก็แยกเลี้ยงเพียงตู้ละหนึ่งตัวตู้ด้านบนมีฝาปิดเพื่อป้องกัน การระเหยของน้ำ และช่วยให้อุณหภูมิของน้ำไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
แสงสว่าง ควรให้แสงสว่างที่เหมาะสม หากแสงสว่างมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่ออกสี ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
การตกแต่ง ปัจจุบันวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งได้มีการเลียนแบบธรรมชาติ เช่น ก้อนหินทำจากไฟเบอร์กลาส ถ้าใช้ของจริงควรเลือกใช้วัสดุที่เบาและไม่มีสารพิษละลายน้ำได้ อาจใช้กรวดหรือทรายธรรมชาติล้างให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้หลาย ๆ วัน เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ที่ติดมากับหินและทรายให้หมด หากใช้ก้อนหินจริงที่มีขนาดใหญ่วางบนพื้นทราย ปลาจะขุดคุ้ยทรายและทำให้ก้อนหินล้มลงกระทบกระจกตู้ปลาแตกเสียหายได้
น้ำเลี้ยงปล น้ำในทะเลสาบมาลาวีมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างเฉลี่ยประมาณ 8.8 ฉะนั้นน้ำไม่ควรอยู่ในช่วง 7.0 -8.5 อุณหภูมิปกติ 23-28 องศาเซลเซียส ปลาจากทะเลสาบแทนแกนยีกา ควรมีค่าของน้ำระหว่าง 7.8 - 9.5 ปัจจุบันร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเลี้ยงปลาสวยงามมีเกลือที่ใช้ปรับค่าความเป็น กรดเป็นด่างของน้ำได้ ส่วนปลาที่มาจากทะเลสาบวิกตอเรีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้ไม่มีปัญหาเรื่องความเป็นกรดเป็นด่างและอุณหภูมิ ของน้ำ
ข้อควรระวัง ปลาที่นำเข้ามาทุกครั้งก่อนปล่อยลงตู้หรือบ่อเลี้ยงควรวัดค่าความเป็นกรด เป็นด่างของน้ำในถุงด้วย ถ้ามีความแตกต่างกับน้ำในตู้ปลาควรปรับให้มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด ซึ่งทำง่ายโดยใช้กระดาษลิตมัส
อาหาร ปลาหมอสีสามารถปรับตัวได้ดีกินอาหารได้ทุกประเภท แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมไขมันจากเนื้อสัตว์ เพราะไขมันจะไปทำลายตับของปลาเหล่านี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาที่เลี้ยงตาย ฉะนั้นอาหารที่ใช้เลี้ยงควรมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกับอาหารธรรมชาติมากที่สุด ปลาหมอสีกินพืช ควรเลี้ยงอาหารปลากินพืช พวกปลากินสัตว์ เช่น กุ้ง ไรน้ำเค็ม หรืออาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงกับอาหารสำเร็จรูปที่ใช้โดยทั่วไปควรมีส่วน ประกอบของกากถั่ว กุ้ง สาหร่ายเกลียวทอง ปริมาณอาหารไม่ควรให้เกินความต้องการของปลา จะทำให้ปลาอ้วนและอ่อนแอ ในกรณีเลี้ยงเพื่อการเพาะพันธุ์ ถ้าให้อาหารมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่มีไข่และน้ำเชื้อ
ธรรมชาติของปลาหมอสี เป็นปลาที่อดทน สามารถอดอาหารนับสิบวัน หากท่านไม่อยู่บ้าน 5 - 10 วัน ปลาก็สามารถอยู่ได้อย่างปกติ แม้ว่าในแหล่งน้ำธรรมชาติมีอาหารจำกัด โดยเฉพาะแม่ปลาที่ฟักไข่ด้วยปาก ต้องอมไข่จนไข่ฟักเป็นตัว และอมต่อไปจนกระทั่งลูกปลาสามารถว่ายน้ำออกจากปาก เพื่อหากินอาหารต่อไป ซึ่งใช้เวลาอีก 15-20 วัน ในระยะนี้แม่ปลาจะไม่กินอาหารใด ๆ ทั้งสิ้น
พันธุกรรม พันธุกรรมของปลาหมอสีที่มีผลต่อการควบคุมพัฒนาการของลักษณะต่าง ๆ ที่เรียกว่า ยีน การรวมของยีนจะประกอบด้วยยีนจากพ่อและแม่ของสัตว์แต่ละชนิด การผ่าเหล่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่งมีผลแสดงออกมาให้เห็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ลักษณะทางโครงสร้างและสีสัน เช่น การเกิดเป็นสีเผือก จุดสีหรือจุดสีอื่น ๆ ที่แปลก ออกไป โดยทั่วไปเป็นที่ยอมรับกันว่า กลุ่มปลาหมอสีมีความสำคัญของการจำคู่ของตน แต่อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติจะเป็นตัวทำให้เกิดความสมดุลในกลุ่มของมันเอง ในกรณีการเกิดเลือดชิด ก่อให้เกิดปลาชนิดใหม่

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด