วิชาการดอทคอม ptt logo

กระเพาะอาหาร

ส่วนประกอบของกระเพาะอาหาร การทำงาน น้ำย่อยต่างๆในการเพาะอาหาร ต่อมในกระเพาะอาหาร หน้าที่ และการหลั่งสาร
ผู้เขียน: ทิพย์มณี ชมแล้ว: 17,180 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 17 July 2009, 4:02 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 17 July 2009, 4:13 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - การทำงานของกระเพาะอาหาร

กระเพาะอาหาร (Stomach)

            กระเพาะอาหาร (Stomach) เป็นอวัยวะที่ตั้งอยู่ในช่องท้องใต้กระบังลม ทางชายโครงด้านซ้ายมีรูปร่างคล้ายตัว J ปลายบนติดต่อกับหลอดอาหาร ปลายล่างติดต่อกับลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum)      รูปร่างและขนาดของกระเพาะอาหารสามารถเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับจำนวนของอาหารที่รับประทานเข้าไปและอวัยวะอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ภายในกระเพาะอาหารมี Gastric fluid(น้าย่อยในกระเพาะอาหาร) และ Mucin(น้ำเมือก) หล่อลื่นอยู่ตลอดเวลา

      กระเพาะอาหารแบ่งออกเป็นส่วนๆ ดังนี้

              1. Cardia หรือ Fundus คือส่วนบนที่ต่อกับหลอดอาหาร

              2. Body คือส่วนกลางของกระเพาะอาหาร (ใหญ่ที่สุด)

              3. Pylorus คือส่วนปลายล่างของกระเพาะอาหารต่อกับส่วน Duodenum ของลำไส้เล็ก

          ช่องเปิดของกระเพาะอาหารมี 2 ช่อง คือ ช่องเปิดที่ปลายบนที่ติดต่อกับหลอดอาหาร เรียกว่า Cardiac opening และช่องเปิดที่ปลายล่างติดต่อกับส่วน Duodenum ของลำไส้เล็ก เรียกว่า Pyloric opening ที่ช่องเปิดทั้งสองจะมีกล้ามเนื้อรูปวงแหวนอยู่โดยรอบ เรียกว่า Sphincter ซึ่งทำให้ช่องปิดเมื่อกล้ามเนื้อหดตัว อาหารจึงถูกเก็บไว้ในกระเพาะอาหารได้

 

              กระเพาะอาหารมี 2 ริม (Curvatures) คือ

                   1. ริมบนสั้น เรียกว่า Lesser curvatures มีรอยคอดเรียกว่า Angular notch

                   2. ริมล่างยาว เรียกว่า Greater curvatures

                    ที่ริมบนมีเยื่อ Peritoneum ขึงขึ้นไปถึง Liver เยื่อผืนนี้เรียกว่า Lesser omentum และที่ริมล่างมีเยื่อชนิดเดียวกันนี้ห้อยลงมามีลักษณะคล้ายม่านคลุมอยู่ข้างหน้าลำไส้ เรียกว่า Greater omentum

       

      ต่อมในกระเพาะอาหาร ( Gastric glands) มี 3 ชนิด คือ

               1. Cardiac glands มีหน้าที่ขับ Mucin

         2. Peptic glands ต่อมนี้ประกอบด้วยเซลล์ 3 ชนิด คือ

                ก. Chief cells ที่ทำหน้าที่หลั่ง Pepsinogen

               ข. Parietal cells ทำหน้าที่สร้างและหลั่งกรดเกลือ (HCL) รวมทั้ง Intrinsic factors ต่างๆ กรดเกลือมีหน้าที่ฆ่าแบคทีเรีย ที่ปะปนมากับอาหารทำให้อาหารไม่บูดเน่า หรือไม่เกิดการติดเชื้อขึ้น นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยน Pepsinogen ให้เป็น Pepsin ที่ใช้ในการย่อยโปรตีนอีกด้วย

            Intrinsic factors เป็นสารประเภท Glycoprotein จะทำหน้าที่รวมกับ Vitamin B12 แล้วทำให้ vitamin B12 ถูกดูดซึมได้ดีที่ Ileum เพราะ Vitamin B12 เป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง (RBC) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจริญของ Nucleus ถ้าขาด Intrinsic factor ในรายที่เป็นแผลในกระเพาะอาหารเรื้อรังมากๆ ก็จะทำให้ร่างกายขาด vitamin B12 ซึ่งจะทำให้เกิด โรคโลหิตจางชนิด Pernicious anemia ได้

                     ค. Mucous neck cells ทำหน้าที่หลั่งน้ำเมือก (Mucous) ออกมาเคลือบกระเพาะอาหารเพื่อป้องกันการถูกย่อย

              3. Pyloric glands มีหน้าที่ขับ Pepsinogen และ Mucin

           ที่กระเพาะอาหารมี Vagus nerve ซึ่งเป็นทั้ง Motor nerve และ Secretory nerve และมี Intrinsic nerve plexus อยู่ในกระเพาะอาหาร โดยมี Symphathetic fibers ซึ่งมี Transmit pain fibers และส่ง Impulse ที่ห้ามไม่ให้กระเพาะอาหารผลิตน้ำย่อยด้วย      

 

   การหลั่งของสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหาร

                1. Cephalic Phase เกิดขึ้นก่อนที่อาหารจะลงสู่กระเพาะอาหาร โดยเกิดจากการเห็น การได้กลิ่น การรับรสของอาหาร หรือแม้แต่การคิดถึงอาหารที่ชอบ

                2. Gastric Phase เกิดขึ้นเมื่ออาหารตกลงไปในกระเพาะอาหาร จะไปกระตุ้น Long vagovagal reflexes, Local enteric reflexes และ Gastrin จากการที่อาหารไปทำให้ผนัง ของกระเพาะอาหารยืดออก

                3. Intestinal Phase เมื่ออาหารไปสู่ลำไส้เล็กส่วนต้น ก็มีการกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยโดย Gastrin hormone

 

            Nerve ที่มาสู่กระเพาะอาหาร ประกอบด้วย Sympathetic nerve จาก Celiac plexus ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งการขับ Secretion และการเกิด Peristalsis และแขนงของ Vagus nerve ซึ่งทำหน้าที่ขับ Secretion และกระตุ้นให้มี Peristalsis มากขึ้น

              หลอดโลหิต ที่มาสู่กระเพาะอาหาร ก็คือ Left gastric artery และแขนงของ Hepatic artery และ Spleenic artery ซึ่งแยกออกจาก Celiac artery

  หน้าที่ของกระเพาะอาหาร

 

         1. เป็นที่เก็บกักอาหารก่อนที่จะส่งต่อผ่านไปยังลำไส้เล็ก (Storage of food) อาหารจะถูกย่อยและเปลี่ยนแปลงโดยกลวิธีต่างๆ จนกลายเป็นของเหลวเล็กน้อย เรียกว่า Chyme

     2. การเคลื่อนไหว (Gastric motility) เพื่อคลุกเคล้าอาหารให้สัมผัสกับน้ำย่อยและส่งอาหารที่อยู่ในสภาพของ Chyme ไปสู่ลำไส้เล็กเป็นระยะ ๆ ในอัตราเร็วที่พอเหมาะ ทั้งนี้เพื่อให้ลำไส้ได้มีโอกาสย่อยและดูดซึมได้ดี

        3. การขับน้ำย่อยในกระเพาะ (Gastric juice) ซึ่งเป็นน้ำใส มีคุณสมบัติเป็นกรด ความถ่วงจำเพาะ 1.002-1.003

        สารคัดหลั่งของกระเพาะอาหาร

                 1. กรดเกลือ(HCl) ผลิตมาจาก Parietal cell ที่แทรกใน Gastric glands ในรูปของ H+, Cl- ผ่านทาง Canaliculi

          2. สารเมือก (Mucous) ผลิตมาจาก Mucous cell ที่บุใน Gastric gland ตอนบน

                 3. Pepsin หลั่งจาก Peptic cell หรือ Chief Cell

                4. Gastrin Hormon หลั่งจาก Gastric cell




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






pimpair
(pimmy)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 3,161 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 2 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน