วิชาการดอทคอม ptt logo

Picasso กับ Guernica

Pablo Picasso ได้รับการยกย่องว่าเป็นจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด มีชื่อเสียงที่สุด และเป็นคนที่โลกเข้าใจน้อยที่สุดแห่งยุคคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากการสร้างผลงานศิลปะที่มีจำนวนมาก และหลากหลายรูปแบบ ซึ่งผลงานเหล่านี้ได้มีอิทธิพลต่อสไตล์และจิตใจของจิตรกรรุ่นหลังตราบจ
ผู้เขียน: piguso ชมแล้ว: 5,307 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 24 July 2009, 11:11 am ปรับปรุงล่าสุด: Fri 7 August 2009, 9:01 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - Picasso กับ Guernica
Celestina หรือหญิงตาเดียว ปี 2446 ขนาด 81x60 เซนติเมตร
Boy Leading a Horse ปี 2449 ขนาด 220.3x130.6 เซนติเมตร

 

 

 

 

 

Pablo Picasso ได้รับการยกย่องว่าเป็นจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด มีชื่อเสียงที่สุด และเป็นคนที่โลกเข้าใจน้อยที่สุดแห่งยุคคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากการสร้างผลงานศิลปะที่มีจำนวนมาก และหลากหลายรูปแบบ ซึ่งผลงานเหล่านี้ได้มีอิทธิพลต่อสไตล์และจิตใจของจิตรกรรุ่นหลังตราบจนทุก วันนี้
       
       Picasso เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2424 ที่เมือง Malaga ทางตอนใต้ของประเทศสเปน บิดา Jose Ruiz Blasco เป็นครูศิลปะสอนวาดภาพ มารดาชื่อ Maria Picasso Lopez (แทนที่จะใช้นามสกุล Ruiz ของบิดา ในชีวิตทำงาน Picasso กลับใช้นามสกุลของมารดาแทน) เมื่ออยู่ในวัยเด็ก Picasso ต้องการวาดภาพให้เก่งเหมือนพ่อ จึงเริ่มแสดงฝีมือวาด และระบายภาพตั้งแต่อายุยังน้อย และแววอัจฉริยะก็เริ่มฉายแสง เมื่อบิดาเห็นบุตรมีแววจึงสนับสนุนให้ Picasso มีอาชีพเป็นจิตรกร และหลังจากที่ได้เห็น ลีลา และแนวคิด รวมถึงความละเอียดในการสังเกตของบุตรว่าดีเยี่ยม จนตนทาบไม่ติด บิดาของ Picasso จึงประกาศวางพู่กัน และประกาศว่า จะไม่วาดภาพใดๆ อีกเลย
       
       เมื่ออายุ 14 ปี Picasso ได้สอบเข้าที่ Academy of Fine Arts แห่งเมือง Barcelona และทำข้อสอบที่ถูกกำหนดให้ทำเสร็จใน 1 เดือน เสร็จภายในเวลา 1 วัน เมื่อเห็นความสามารถสูงเช่นนี้ ทางสถาบันจึงรับ Picasso เข้าเรียนทั้งๆ ที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์
       
       และขณะครอบครัวเดินทางไปเมือง Barcelona นั่นเอง Picasso กับบิดาและมารดาได้แวะชมพิพิธภัณฑ์ Prado ที่กรุง Madrid และ Picasso ก็ได้เห็นภาพวาดของจิตรกรสเปนผู้ยิ่งใหญ่หลายคน เช่น Diego Velaquez กับ Francisco de Goya ด้วย
       ในปี พ.ศ. 2440 Picasso วัย 16 ปี ถูกครอบครัวส่งไปเรียนต่อที่สถาบันศิลปะชื่อ Royal Academy of San Fernando ในกรุง Madrid แต่ Picasso รู้สึกตนไม่ค่อยได้ความรู้อะไร จึงใช้เวลาส่วนใหญ่เดินเล่น และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Prado
       
       เมื่ออายุได้ 19 ปี Picasso ได้นำผลงานออกแสดงในที่สาธารณะเป็นครั้งแรกที่ Els Quartre Gats โดยผลงานส่วนใหญ่เป็นภาพสเกตช์รูปเพื่อน และเมื่อถึงเดือนตุลาคม Picasso กับเพื่อนสนิทชื่อ Casagemas ก็ได้เดินทางไปมหานครปารีส และได้เห็นผลงานของ Toulouse - Lautrec, Degas, Cezane และ Van Gogh ความประทับใจในจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ชักนำให้ Picasso วาดภาพ The Blue Dancer และ Le Moulin de la Galette.
       
       Picasso ใช้ชีวิตในปารีสนาน 3 ปี ก็เดินทางกลับ Barcelona และสนใจวาดภาพคนยากจนและคนด้อยโอกาส โดยใช้สีน้ำเงินเป็นสีหลักในการระบาย การหมกมุ่นกับการใช้สีน้ำเงินระบายภาพจำนวนมาก ทำให้เรายุคนี้เรียกยุคนั้นของ Picasso ว่ายุคน้ำเงิน (Blue Period) ภาพที่สำคัญๆ ในช่วงนี้คือ La Vie, The Abandoned, Celestina และ The Old Guitarist
       
       เมื่ออายุ 23 ปี Picasso เดินทางจาก Barcelona ไปอยู่ Paris อย่างถาวรโดยไม่หวนกลับ Barcelona อีกเลย และได้ไปเช่าห้องพักอยู่ที่ตึก Bateau Lavoir ย่าน Montmartre ซึ่งเป็นแหล่งทำงานของจิตรกรมากมาย และก็เป็นที่สังเกตว่า สีที่ใช้ในการระบายภาพในช่วงเวลานี้ ส่วนใหญ่เป็นสีชมพู ช่วงนี้จึงมีชื่อเรียกว่า Rose Period และภาพที่วาดก็ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เพราะ Picasso มักวาดภาพนักกายกรรม นักเล่นกลมายา และตัวตลก ทำให้มีผลงานสำคัญๆ ยกตัวอย่างเช่น The Death of Harlequin กับ Family of Acrobats with Monkey เป็นต้น
       
       ปี พ.ศ. 2449 - 2450 เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ เพราะสไตล์การวาดภาพของ Picasso ได้แหวกแนว และแตกต่างจากงานวาดคลาสสิกอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง โดย Picasso ได้ให้ความสนใจโครงสร้างง่ายๆ เชิงเรขาคณิตของสิ่งที่จะวาด และเปลี่ยนรูปทรงต่างๆ ในธรรมชาติให้มีการซ้อนทับบ้าง มีพื้นราบที่บางใส และมีรูปทรงเหลี่ยมบ้าง ส่วนสีที่ใช้ระบายก็เป็นสีราบที่ปราศจากแสงและเงา และนี่ก็คือ กำเนิดของ cubism ที่ Picasso กับ Georges Braque ได้ร่วมกันพัฒนาขึ้น ภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดในช่วงเวลานี้ คือ Les Demoiselles d' Avignon, Head of a Woman, Portrait of a Young Girl, Playing Cards และ Glasses and Rum Bottle เป็นต้น
       
       เมื่ออายุได้ 37 ปี Picasso ได้เข้าพิธีสมรสกับ Olga Koklova ดาราระบำบัลเลต์ และมีบุตรหนึ่งคนชื่อ Paulo ภาพวาดที่สำคัญในช่วงเวลานี้ คือ ภาพ Three Women at the Spring
       
       ในปี พ.ศ. 2467 Picasso เริ่มสนใจจิตรกรรมชนิด surrealism ที่เน้นการฝันเหนือความเป็นจริง และความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แล้วนำไปสู่จิตใต้สำนึกที่ขาดความสัมพันธ์กับโลกภายนอก หรือขาดการมีเหตุผล โดยจิตรกรประเภทนี้จะใช้ศิลปะแสดงสิ่งที่ธรรมชาติไม่สามารถแสดงได้
       
       ในปี พ.ศ. 2478 ชีวิตสมรสของ Picasso กับ Olga ล่มสลาย เพราะ Picasso มีบุตรสาวชื่อ Maia กับ MarieThere’se Walter การหย่าร้างและการมีเพื่อนชีวิตคนใหม่ ได้ทำให้จิตใจของ Picasso สับสน และเป็นทุกข์มาก
       
       พ.ศ. 2479 เกิดสงครามกลางเมืองในสเปน
       พ.ศ. 2480 หนังสือพิมพ์ L’ Humanite’s รายงานว่า
       
       เครื่องบินของกองทัพอากาศนาซีให้ทิ้งระเบิดถล่มเมือง Guernica จนราบคาบ ทำให้พลเมืองผู้บริสุทธิ์และไร้อาวุธเสียชีวิตและบาดเจ็บกว่าหนึ่งพันคน ข่าวที่น่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้ Picasso รู้สึกโกรธแค้นสงครามที่ทารุณและโหดเหี้ยมมาก จึงตัดสินใจวาดภาพ Guernica ซึ่งนอกจากจะเป็นการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ด้วยภาพวาดแล้ว ภาพนี้ยังแสดงความรู้สึกของ Picasso ที่ต่อต้านสงครามด้วย ความยิ่งใหญ่ของภาพเริ่มปรากฏ เมื่อผู้ชมตระหนักว่า ศิลปะ ประวัติศาสตร์และการเมือง ในบางครั้งแยกจากกันไม่ได้
อีก 2 ปีต่อมา Picasso ได้อพยพไปอยู่ที่เมือง Royan ใกล้ Bordeaux และได้วาดภาพทิวทัศน์ จากนั้นก็เดินทางกลับปารีสเพื่อวาดภาพสตรี จนทำให้มีผู้หญิงหลายคนเข้ามาข้องเกี่ยวกับชีวิตของ Picasso เช่น Dora Maar และ Francois Gilot และสำหรับสตรีคนหลังนี้ Picasso มีลูกด้วย 2 คน คือ Claude และ Paloma
       
       ในวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2487 เมื่อเยอรมันแพ้สงคราม ฝรั่งเศสได้เอกราชกลับคืน Picasso ได้สมัครเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์
       
       ในปี พ.ศ. 2492 เมื่อมีการประชุมเรื่องสันติภาพโลกที่กรุงปารีส Picasso ได้รับการขอร้องให้เสนอผลงานเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของการประชุม และ Picasso ก็ได้วาดภาพรูปนกพิราบ "Dove of Peace" ซึ่งมีชื่อเสียงมาก
       
       ในปี พ.ศ. 2504 Picasso วัย 80 ปี ได้เข้าพิธีสมรสกับ Jacquetine Roque และได้อพยพไปอยู่ที่วิลล่า Notre - Dame - de - Vie ในเมือง Mougins ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมือง Cannes
       
       ในปี พ.ศ. 2515 ขณะอายุ 91 ปี Picasso วาดภาพเหมือนครั้งสุดท้ายเป็นการลาวงการศิลปะ และเตรียมลาโลก เพราะเมื่อถึงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2516 Picasso ก็เสียชีวิต และศพถูกนำไปฝังที่ Vauve nargues ใกล้เมือง Aix - en - Provence ตลอดชีวิตการทำงานนานร่วม 75 ปี Picasso สร้างงานศิลปะร่วม 20,000 ชิ้น และหนึ่งในบรรดาภาพที่ Picasso วาด ซึ่งมีชื่อเสียงมาก คือ ภาพ Guernica ซึ่งได้ประสบความสำเร็จในการปลุกระดมความรู้สึกของคนชมให้ต่อต้านความป่า เถื่อน และโหดร้ายของสงคราม
       
       สำหรับประวัติความเป็นมาของภาพนี้ ประวัติศาสตร์ได้บันทึกว่า ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2480 รัฐบาลสเปนได้จ้าง Picasso ให้วาดภาพอะไรก็ได้เพื่อนำไปโชว์ที่กระโจมการแสดงของสเปน ในงานสินค้านานาชาติที่กรุงปารีส ซึ่งมีกำหนดจะเปิดงานในเดือนกรกฎาคม
       
       ถึงแม้เวลาผ่านไป 3 เดือน แต่ Picasso ก็ไม่มีแรงดลใจใดๆ ว่าจะวาดภาพอะไร เพราะในช่วงเวลานั้น ชีวิตสมรสของ Picasso กับ Olga กำลังระหองระแหง และสภาพบ้านเมืองกำลังโกลาหล เพราะสงครามกลางเมืองในสเปนกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน เมื่อกองทัพที่อยู่ในความควบคุมของรัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นพรรค Popular Front ถูกกองทัพฟาสซิสต์ของนายพล Francesco Franco โจมตี ทั้งๆ ที่ Franco ได้เคยให้คำมั่นสัญญากับประชาชนสเปนว่า ตนจะนำสันติภาพและเสถียรภาพสู่ สเปนแต่ก็มิได้กระทำตามคำมั่นสัญญา กลับนำสงคราม การทำลายล้าง และความตายมาให้ สงครามได้ดำเนินติดต่อกันนาน 3 ปี เพราะมีมหาอำนาจ เช่น เยอรมัน ภายใต้การนำของ Hitler และอิตาลีภายใต้การนำของ Mussolini สนับสนุน Franco อย่างออกหน้าออกตา ส่วนรัสเซียภายใต้การนำของ Stalin สนับสนุนฝ่ายรัฐบาลอย่างลับๆ ในขณะที่ฝรั่งเศสกับอังกฤษ ประกาศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
       
       เพื่อประท้วงการทรยศต่อแผ่นดินของ Franco บรรดาเพื่อนของ Picasso และตัวแทนฝ่ายรัฐบาลจึงเดินทางไปหา Picasso ที่ปารีสเพื่อให้วาดภาพต่อต้านพฤติกรรมของนายพลคนหักหลังประชาชน ตัว Picasso นั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์ Prado ในกรุง Madrid และตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมืองก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจฝ่ายรัฐบาลตลอดมา แต่ก็มีความรู้สึกว่า ศิลปะมิใช่สิ่งที่ควรนำไปข้องแวะกับการเมืองเลย ถึงกระนั้น Picasso ก็รับคำขอร้องของผู้มาหาไว้พิจารณา
       
       เพราะจุดมุ่งหมายของงานแสดงสินค้าที่ปารีส คือ เฉลิมฉลองความก้าวหน้าและความสำเร็จของเทคโนโลยี ดังนั้น คณะกรรมการผู้จัดงาน จึงคาดหวังให้ประชาชนที่เข้าชมงานมีความรู้สึกและความประทับใจที่ดีในยามที่ โลกกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงคราม
       
       ในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2480 เครื่องบินนาซีของกองบิน London Legion ที่สนับสนุนนายพล Franco ได้บินทิ้งระเบิดถล่มหมู่บ้าน Guernica ของชาว Basque ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสเปนติดต่อกันนาน 3 ชั่วโมง ทำให้ชาวเมืองวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น เพลิงได้ลุกไหม้เผาเมืองนาน 3 วัน และผู้คนที่บาดเจ็บล้มตายมีมากกว่า 1,600 คน
       
       ข่าวการทำลายเมืองและคนอย่างราบคาบที่ Guernica ได้ปรากฏในหนังสือพิมพ์ Times ของ London ฉบับวันที่ 29 เมษายน และหนังสือพิมพ์ Ce Soie ของฝรั่งเศสฉบับวันที่ 30 เมษายน ก็ได้รายงานการสังหารหมู่ที่ Guernica ด้วย ทั้งๆ ที่เมืองนี้ไม่มีความสำคัญทางทหารเลย การฆ่าคนและเผาเมืองด้วยระเบิด จึงเป็นการประหารคนอย่างไร้มนุษยธรรมใดๆ
       
       เมื่อข่าวนี้ปรากฏ ประชาชนในกรุงปารีสกว่า 1 ล้านคน ได้ออกมาเดินประท้วงการทิ้งระเบิดสังหารครั้งนี้ เพื่อระบายความรู้สึกโกรธแค้น โดยเดินจากจัตุรัส Place de La Republique ถึง Bastille และนี่นับเป็นการประท้วงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ปารีสเคยเห็น
       
       ในวันที่ 1 พฤษภาคม เมื่อ Picasso รู้ข่าว Guernica เขารู้สึกตกใจมาก และเมื่อได้เห็นภาพในหนังสือพิมพ์ ทั้งๆ ที่เป็นภาพขาว - ดำ เขาก็รู้สึกสะเทือนใจ ทั้งโกรธและแค้นทหารกบฏมาก จึงรีบเดินแหวกฝูงชนกลับสตูดิโอเพื่อวาดภาพ Guernica ทันที เพราะนี่คือ แรงบันดาลใจที่เขาต้องการ และเมื่อถึงวันที่ 14 มิถุนายน Picasso ก็วาดภาพ Guernica เสร็จทันเวลาที่จะนำไปแสดงในวันที่ 12 กรกฎาคม ที่งาน Expo
       
       เหตุใด Picasso จึงเลือก Guernica เป็นประเด็นวาด ทั้งๆ ที่สงครามกลางเมืองของสเปนได้ดำเนินมานานแล้ว และการเสียชีวิตก็มีในสถานที่หลายแห่งทั่วประเทศ เช่น เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ กองทัพของ Franco ได้บุกเข้า Malaga ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Picasso แต่ Picasso ก็ไม่ได้เดือดดาลใดๆ หรือในวันที่ 31 มีนาคม เมือง Durango ก็ถูกทำลายเกือบสมบูรณ์โดยกองทัพอากาศของนาซี
       
       แล้วอะไรที่ทำให้ Guernica แตกต่างอย่างพิเศษจากเมืองอื่นๆ
       
       คำตอบก็คือ การสู้รบในเมืองอื่นๆ เป็นการต่อสู้ระหว่างทหารกับทหาร แต่ที่ Guernica นี่เป็นกรณีทหารที่มีอาวุธ และม้า กับชาวบ้านที่ไร้อาวุธ และนี่คือ การกระทำที่ไร้จริยธรรมที่ Picasso รู้สึกต้องประท้วงด้วยภาพวาด
       
       เมื่อ Picasso วาดภาพ Guernica เสร็จ ภาพที่มีขนาด 349.3 x 776.6 เซนติเมตร ถูกนำไปติดตั้งที่กระโจมของสเปนในงาน ซึ่งขณะนั้นงานได้เปิดแสดงแล้ว และผลก็เป็นที่ประจักษ์ว่า ผู้ชมภาพมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อภาพรุนแรงมาก เช่น ไกด์เยอรมันได้กล่าวว่า นี่คือภาพแสดงชิ้นส่วนของร่างกายที่เด็กอายุ 4 ขวบวาด และคนวิกลจริตคือผู้ที่วาดภาพนี้ ส่วนชาวรัสเซียที่สนับสนุนทหารรัฐบาล ก็มีความเห็นว่า ถ้า Picasso วาดภาพเหมือน ภาพจะสร้างผลกระทบต่อจิตใจมากกว่า และไม่มีใครในเวลานั้นจะรู้ว่า นี่คือภาพวาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภาพหนึ่งของโลกในการให้ความรู้สึกต่อต้าน สงคราม
 
 
Guernica ปี 2480
ซ้ายคือภาพ Las Meninas โดย Velaquez ขวาคือภาพ Las Meninas โดย Picasso
Picasso วัย 68 ปี ขณะวาดตัว Centaur โดยใช้ไฟฉาย
   
เมื่องานแสดงสินค้าสิ้นสุด ภาพ Guernica ถูกนำไปแสดงต่อในยุโรป และอเมริกาเหนือ-ใต้ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและระวังภัยนาซีกับฟาสซิสต์ เช่น ถูกนำไปแสดงที่ Munich และ Cologne ในเยอรมันที่ Stockholm ในสวีเดน ที่ Sao Paolo ในบราซิล และตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่งถึงปี 2524 ภาพที่ได้อยู่ประจำที่ Museum of Modern Art ที่ New York ตลอดเวลาโดยไม่หวนกลับไปเยือนสเปนอีกเลย ทั้งๆ ที่ Picasso ได้ตั้งใจให้ภาพนี้เป็นสมบัติของชาวสเปน เพราะ Picasso ได้ตั้งเงื่อนไขว่า Guernica จะไม่กลับบ้าน จนกระทั่งสเปนเป็นประเทศประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ชนิดที่ไร้อำนาจเผด็จการใดๆ
       

       หลังจากที่ Picasso ตายในปี 2516 และนายพล Franco เสียชีวิตในปี 2518 สเปนก็เริ่มคืนสภาพสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นๆ
       
       จนถึงปี 2524 ซึ่งเป็นปีที่ 100 แห่งชาตกาลของ Picasso รัฐบาลของสเปนได้คิดว่าวิธีที่จะระลึกถึง Picasso อย่างดีที่สุด คือ การนำ Guernica คืนสู่สเปน เพราะภาพนี้จะทำให้ประชาชนทั้งประเทศมีการสมานฉันท์เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มากขึ้น และรัฐบาลอเมริกันก็ได้มอบ Guernica คืนสเปน เพื่อให้ไปติดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ Reina Sofia ในกรุง Madrid เพราะผลงานชิ้นนี้ยิ่งใหญ่ จนทำให้ Picasso ได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถระดับพอๆ กับ Velaquez, Goya และ El Greco
       
       ในการดูภาพ Guernica ให้เข้าใจและซาบซึ้งในความหมาย เราต้องรู้ว่า Picasso วาดภาพนี้โดยมีจุดประสงค์หลายประการ โดย Picasso คิดว่า ใครก็ตามที่ดูภาพ ทุกคนมีสิทธิ์คิด และนึกถึงความหมายของสิ่งที่เห็นด้วยตนเอง จิตรกรคนวาดไม่มีหน้าที่อธิบายความหมายของภาพที่วาดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะถ้าทำเช่นนั้น โลกก็ไม่จำเป็นต้องมีจิตรกรและถึงความคิดในรายละเอียดของภาพนี้ จะมีต่างๆ นานา แต่จุดมุ่งหมายหลักของ Guernica คือ ต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่า จากความคิดเดิมๆ ที่ว่า สงครามคือเวทีแสดงความกล้าหาญ และความเป็นวีรบุรุษ (วีรสตรี) แต่ในความเป็นจริง สงครามแสดงให้เห็นความป่าเถื่อน และการทำลายล้างมากกว่า
       
       ในการพินิจพิเคราะห์ Guernica เราจะเห็นสไตล์การวาดว่ามีทั้งแบบ cubism และ surrealism โดย Picasso ใช้สีขาว ดำ และเทาเป็นสีหลัก ในภาพเราจะเห็นวัวกระทิง ม้า ผู้หญิง เด็ก และอนุสาวรีย์ ซึ่งถูกตัดแยกออกเป็นชิ้นส่วน โดยให้มีช่องว่างระหว่างชิ้น ผู้หญิงที่อยู่ทางขวาของภาพชูมือทั้งสองข้างขึ้น ศีรษะหงาย กำลังส่งเสียงหวีดร้อง และกำลังวิ่งหนีจากตึกที่กำลังถูกไฟไหม้ (Picasso ใช้ภาพสามเหลี่ยมแฉก แสดงไฟที่กำลังลุกไหม้) ถัดมาเป็นภาพของศีรษะสตรีที่มีแขนชูตะเกียง เพื่อให้เห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเมือง เหนือตะเกียงเป็นภาพ "ตา" ของพระเจ้าที่มีหลอดไฟทำให้เห็นเหตุการณ์ รังสี แสงที่ออกจากตาอาจจะเป็นแสงแดด หรือแสงจากหลอดไฟก็ได้ ต่ำลงมาจากผู้หญิงคนที่สองเป็นภาพของผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่กำลังเดินอย่างรีบ เร่ง และมีสีหน้าตื่นตระหนกด้วยความกลัว และทางข้างซ้ายของผู้หญิงเป็นภาพของม้าที่บาดเจ็บ ลำคอบิด และปากอ้ากว้างบอกอาการบาดเจ็บด้วยการส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด โดย Picasso ได้วาดม้าให้เป็นสัญลักษณ์ของทหาร ส่วนวัวกระทิง ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติของสเปนแต่มีดวงตาเหมือนตาคน ก็กำลังอ้าปากและมีลิ้นโผล่ด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นการสังหารผลาญชีวิตผู้คน ผู้หญิงที่อยู่ทางซ้ายของภาพกำลังหวีดร้องโดยการอ้าปากกว้าง และกำลังอุ้มลูกน้อยที่เสียชีวิตแล้ว บริเวณส่วนล่างของภาพแสดงภาพของรูปปั้นทหารที่มือข้างหนึ่งยืดตรง และอีกข้างหนึ่งถือดาบหัก โดยรูปปั้นถูกทำลายจนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
       
       ในภาพเราไม่เห็นเครื่องบินทิ้งระเบิด ลักษณะการจัดภาพที่มีสัตว์กำลังส่งเสียงร้อง แสดงให้เห็นว่า สงครามทำให้ทั้งทหารและพลเรือนเป็นเหยื่อ ภาพแสดงความโกลาหล ความว้าวุ่น เวลาลูกระเบิดลง การหนีเอาชีวิตรอด ความเจ็บปวด ยามสิ่งที่รักถูกฆ่า และความทารุณยามถูกฆ่า Guernica จึงสรุปว่า เมื่อเกิดสงคราม ทั้งสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิตจะถูกทำลายโดยไม่ยกเว้น
       
       ภาพนี้จึงเป็นจิตรกรรมยุคใหม่ที่ใช้แสดงความรู้สึกต่อต้านสงคราม และต่อต้านการเมืองที่ใช้กำลังแก้ปัญหา จนทำให้โลกยอมรับว่า จิตรกรรมสามารถนำมาใช้ปลุกความรู้สึกชั่วดี ความรับผิดชอบ และการต่อต้านการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมได้
       
       ตำนานเล่าว่า เมื่อนายทหารนาซีคนหนึ่ง ขณะยืนอยู่หน้าภาพ Guernica ได้เอ่ยถาม Picasso ว่า "Did you do that?" และ Picasso ก็ได้ตอบว่า "No", "you did"
       
       เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้ กษัตริย์ Juan Carlos และพระราชินี Sofia แห่งสเปน ได้เสด็จเปิดงานแสดง ชื่อ "Picasso : Tradition and Vanguard" ซึ่งพิพิธภัณฑ์ Prado ได้จัดร่วมกับพิพิธภัณฑ์ Reina Sofia โดยการนำภาพของ Picasso กว่า 100 ภาพออกแสดงร่วมกับภาพวาดของ Diego Velaquez และ Francisco de Goya ผู้เป็นจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ของสเปนและของโลก เพราะปีนี้เป็นปีครบ 25 ปี แห่งการนำ Guernica กลับสเปน และงานนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบ 125 ปี แห่งชาตกาลของ Picasso ด้วย
       
       ตามปกติ Prado จะจัดแสดงภาพวาดในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ดังนั้น การนำภาพของ Picasso ซึ่งเป็นจิตรกรในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 20 ออกแสดงประชันกับภาพของ Velaquez จึงเป็นการพบกันระหว่างรุ่นเฮฟวี่ที่น่าชมมาก ส่วน Reena Sofia นั้นก็เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงศิลปะสมัยใหม่ ซึ่งมี Guernica เป็นภาพที่สำคัญที่สุดของพิพิธภัณฑ์ ก็ได้นำภาพ The Shooting of May 3 rd ของ Goya ออกวางประกบด้วย
       
       งานนี้ จะมีแสดงจนถึงวันที่ 3 กันยายน ปีนี้โดยผู้จัดมีจุดมุ่งหมายลึกๆ คือ ต้องการจะบอกว่า Picasso เป็นจิตรกรสเปนที่อพยพไปทำงานในฝรั่งเศส และถึงแม้จะอยู่แดนไกล จิตรกรคนนี้ก็มีวิญญาณและวัฒนธรรมการทำงานที่แสดงว่าเป็นคนสเปน มิใช่คนฝรั่งเศสดังที่หลายคนคิด
       

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.manager.co.th

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






compu
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 723 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน