วิชาการดอทคอม ptt logo

แก้ไข โยโย เอฟเฟค

คนที่ทานยาลดความอ้วน หรือ กินอาหารที่มีแคลอรีต่ำๆ ตอนแรกๆ ก็ผอมลง รู้สึกดีอกดีใจใหญ่
ผู้เขียน: โอ๊ย_โอ๊ย ชมแล้ว: 12,398 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 31 July 2009, 10:46 am ปรับปรุงล่าสุด: Wed 5 August 2009, 3:53 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - คนที่ทานยาลดความอ้วน หรือ กินอาหารที่มีแคลอรีต่ำๆ ตอนแรกๆ ก็ผอมลง รู้สึกดีอกดีใจใหญ่

  คนที่ทานยาลดความอ้วน หรือ กินอาหารที่มีแคลอรีต่ำๆ ตอนแรกๆ ก็ผอมลง รู้สึกดีอกดีใจใหญ่



        ตูผอมแล้วเฟ้ย แต่ต่อมาไม่นาน สวรรค์ที่อยู่ตรงหน้า ก็พลันพังทลาย หลังจากที่หยุดกินยา หรือ กลับมาทานปกติ ปรากฏว่า อ้วนเอา อ้วนเอา จนกลับมาอ้วนกว่าเก่า เรียกว่าเจอฤทธิ์เดช ของเจ้า โยโย แอฟเฟคเข้าแล้ว (จากสถิติ พบว่า 95% ที่ลดน้ำหนักลงได้ จะกลับมามีน้ำหนักเหมือนเดิมหรือมากกว่า ภายในระยะเวลา 3 ปี)

        ที่นี้ พอจะหันมาลดความอ้วนใหม่ คราวนี้แหละ ยากมากๆ แต่ก่อนลดเร็วปรู๊ดปราด ตอนนี้กว่าจะลดขีด ลดกิโลละก็ เลือดตาแทบกระเด็น ถึงแม้จะออกกำลังกายอย่างเคร่งครัดก็ตาม จนหลายคนหมดความอดทนกลับไปกินยา หรือ กินอาหารแคลอรีต่ำๆอีก กลายเป็นวัฏฏสงสาร เวียนว่ายตายเกิด อ้วนแล้วผอม ผอมแล้วอ้วน อยู่อย่างนี้ คนที่อ้วนๆผอมๆอยู่ตลอดเวลานี้น่ากลัวมากนะครับ ถึงขนาดที่ว่า หากเป็นอย่างนี้ อย่าลดเลยดีกว่า

        มีผลการศึกษาวิจัย ของ ดร. คอลิเนีย อูริช จาก Fred Hutchinson Cancer Research Center ซึ่งร่วมมือกับทาง University of Washington ตีพิมพ์ผลในวารสารทางการแพทย์ Journal of the American Dietetic Association พบว่า โยโย แอฟเฟค มีผลในทางลบกับ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย คือ มันจะทำให้ ความสามารถในการถล่มกับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายลดน้อยลง เมื่อเทียบกับ คนที่มีน้ำหนักคงที่ ไม่ค่อยลด หรือ เพิ่ม พูดง่ายๆว่า คนที่เกิดอาการ โยโย แอฟเฟคนี้ โอกาสที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บก็จะง่ายกว่า คนที่น้ำหนักคงที่ เห็นอย่างนี้ คนอ้วนหลายคนบอกว่า อย่างนี้ไม่ลดดีกว่า
  
        เดี่ยวก่อนท่านทั้งหลาย อย่าพึ่งด่วนสรุปเร็วจี๋ขนาดนั้น คนที่อ้วนก็ควรจะต้องลดกันต่อไป แต่ต้องรู้ว่า อย่าให้น้ำหนักมัน กลับคืนมาอ้วนอีกโดยการออกกำลังกาย และ ควบคุมอาหาร ตามแนวทางที่หนังสือเล่มที่คุณถืออยู่นี้บอกเอาไว้นั่นนะสิ ดร. อูริช ยังเห็นด้วย โดยบอกว่า การออกกำลังกายนี้จะช่วยลดผลร้ายที่มีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ที่เกิดจากการที่มีน้ำหนักที่ลดลง และทำให้น้ำหนักตัวคงที่ด้วย ก็ขอเตือนคนที่คิดจะลดโดยการกินยาลดความอ้วนอีกที ว่าคุณจะเอาสุขวันนี้ แล้วมานั่งทุกข์ในวันข้างหน้าหรือครับ

         สำหรับคนที่เจอ โยโย แอฟเฟค เข้าแล้ว สิ่งที่ต้องจำไว้ให้ดี คือ อย่าหวนคืนไปผิดเป็นครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่ ทางที่ถูกคือ หันมากินแบบเพื่อสุขภาพ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่า ร่างกายจะต้องใช้เวลาปรับตัวจาก โยโย แอฟเฟค บ้าง แต่ให้ใจเย็นๆ ทานให้ครบทุกมื้อ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แล้วจะดีเอง จำไว้ว่า เมื่อเกิดโยโย แอฟเฟค อย่าพยายามลดครั้งใหม่โดยการกินอาหารแคลอรีต่ำๆ อีก
 
             

ความรู้เพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆ

คณะกรรมการ FAO / WHO เสนอแนะให้ลดพลังงานจากอาหารลง 5% ต่อทุก 10 ปี ของอายุที่เพิ่มขึ้นจนถึึงอายุ 59 ปี เมื่ออายุ 60 - 69 ปี ให้ลดพลังงานจากอาหารลง 10% และเมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป ให้ลดพลังงานลงไปอีกเป็น 20% ของพลังงานที่ต้องการในวัยหนุ่ม - สาว สำหรับคนไทยกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำให้ลดพลังงานลงโดยเฉลี่ย 100 กิโลแคลอรีต่อทุกอายุ 10 ปีที่เพิ่มขึ้น

การไดเอ็ตแบบงดอาหาร อาจทำให้รูปร่างอ้วนได้

การลดน้ำหนักหมายถึง การทำให้พลังงานรับที่ได้จากการทานอาหารต่ำกว่าพลังงานใช้เพื่อการดำรงชีวิตประจำวันหรือการออกกำลังกายต่างๆ แต่หากลดพลังงานรับโดยวิธีจำกัดอาหารไปนานๆ เข้า ร่างกายก็จะปรับตัวด้วยการใช้พลังงานให้น้อยลงตามไปด้วย
เมื่อร่างกายเริ่มชินกับการใช้พลังงานที่น้อยลงแล้ว แม้การทานอาหารปริมาณเท่าเดิมก็ไม่สามารถเผาผลาญได้เหมือนเดิม และหากมีพลังงานเหลือร่างกายก็จะรีบเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของไขมันเก็บไว้ใช้ในยามที่พลังงานรับของร่างกายไม่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้การไดเอ็ตโดยวิธีการงดอาหารเพียงอย่างเดียวนานๆ จึงเป็นสาเหตุให้ร่างกายสะสมไขมัน เปลี่ยนลักษณะทางกายภาพให้กลายเป็นรูปร่างที่อ้วนได้ง่ายขึ้น

ปรับกระบวนการเมตาบอลิซึ่มของร่างกาย วิธีเพิ่มปริมาณการเผาผลาญพลังงานแบบง่ายๆ

แทนที่จะลดพลังงานรับลองเปลี่ยนไปเพิ่มพลังงานใช้ โดยการเพิ่มอัตราเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้มากขึ้น เช่น เพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายแต่ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหักโหม หลักสำคัญอยู่ที่การเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึ่มพื้นฐานมากกว่า
เมตาบอลิซึ่มพื้นฐานหมายถึง พลังงานขั้นพื้นฐานที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิต เช่น การหายใจ การรักษาอุณหภูมิในร่างกาย การเต้นของหัวใจ โดยพลังงานขั้นพื้นฐานนี้ถือเป็น 60 - 70 % ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าพลังงานที่ใช้เพื่อการออกกำลังกายหรือเคลือนไหวร่างกายอยู่มาก แต่เมตาบอลิซึ่มพื้นฐานนี้จะสูงสุดในช่วงอายุ 20 ปี จากนั้นจะค่อยๆ ลดลงสวนทางกับอายุที่เพิ่มขึ้น สาเหตุที่คนสูงอายุอ้วนได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาวก็ด้วยเหตุนี้นั่นเอง

มาเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพกันดีกว่า

เมตาบอลิซึ่มพื้นฐานเกิดบริเวณกล้ามเนื้อมากที่สุด หากร่างกายมีปริมาณกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นแม้ไม่ได้เคลื่อนไหว พลังงานก็ยังถูกเผาผลาญได้มากขึ้น โดยออกกำลังกายแบบ Anarobic Exercise กระตุ้นให้เกิดแรงกระทำ ณ บริเวณนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการออกกำลังกายแบบหนักหน่วงเหมือนพวกนักกีฬา แค่เพียงออกกำลังกายให้มีแรงกระตุ้นเบาๆ ที่กล้ามเนื้อก็เพียงพอแล้ว อย่างเช่น การยกดัมเบลสามารถเพิ่มกล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อแขนได้ การทำท่า Squats ย่อตัวลงช้าๆ จากท่ายืนนลงมาอยู่ในท่าเกือบนั่งแล้วยืนกลับขึ้นใหม่ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของสะโพก กล้ามเนื้อต้นขา กล้ามเนื้อก้น เหมาะแก่การเพิ่มเมตาบอลิซึ่มพิ้นฐานได้เป็นอย่างดี
เราสามารถเสริมการเผาผลาญพลังงานเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายๆ อย่างเช่น ลงจากรถโดยสารก่อนถึงสถานที่จริงประมาณหนึ่งป้ายเพื่อเดินต่อ หรือใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ นอกจากนี้การออกกำลังกายโดยคำนึงถึงกล้ามเนื้อที่ต้องการใช้ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญได้ งานบ้านที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน หากมีการเน้นในแต่ละจุึดก็จัดว่าเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อได้อย่างดีทีเดียว
แม้ว่าปริมาณกล้ามเนื้อจะลดน้อยลงไปเมื่ออายุมากขึ้นแต่การฝีกฝนร่างกายอย่างพอดีเป็นประจำก็สมารถเพิ่มกล้ามเนื้อโดยไม่เกี่ยวเนื่่องกับอายุได้เหมือนกัน นอกจากนี้ร่างกายของผู้หญิงซึ่งจัดว่ามีกล้ามเนื้ออยู่ไม่มากนัก หากเพิ่มการออกกำลังกายเสริมเข้าไปเพียงเล็กน้อย กลับจะเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ง่ายกว่าผู้ชายด้วยซ้ำไป การทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึ่มพิ้นฐานของร่างกายและออกกำลังกายไปพร้อมๆ กัน จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การออกกำลังกายจะเห็นผลได้จากการทำต่อเนื่่องทุกๆ วัน เราจึงควรทำอย่างสนุกสนานเพื่อให้ได้มาซึ่งรูปร่างอันฟิตกระชับ และไม่เกิดปฏิกิริยาโยโย่เอฟเฟ็คตามมาดีกว่านะคะ



เน้นการบริหารกล้ามเนื้อในจุดสำคัญ การทำงานบ้านก็กลายเป็นการออกกำลังกายได้

  • ตากผ้าบนราวที่แขวนไว้สูงกว่าปกติ โดยต้องยกมือให้สูงกว่าหัวไหล่ขณะตาก
  • และหากเขย่งเท้าไปด้วยก็จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อลำตัวช่วงล่างและกล้ามเนื้อหัวไหล่ไปพร้อมๆ กันได้
  • ตากผ้าโดยวางตะกร้าไว้ที่พิ้นย่อตัวลงหยิบผ้าทีละชิ้น
  • ขณะพับผ้าให้แยกไว้เป็นกองๆ ซ้าย - ขวา หน้า - หลังรอบตัว เอี้ยวตัวช้าๆเพื่อวางผ้าแต่ละกอง เป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อลำตัวด้านข้าง
  • ขณะยืนล้างจานให้เขย่งส้นเท้าขึ้น - ลง ช้าๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อน่อง
  • ขณะดูดฝุ่นทำความสะอาดพิ้น ยกขาข้างที่ก้าวไปข้างหน้าขึ้น - ลงตามจังหวะเพลงที่เปิดคลอกันไป เป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อก้น
  • เดินเร็วๆ ไปจ่ายตลาด ยืดหลังตรงผ่อนแรงที่หัวไหล่ แกว่งมือตั้งฉากไปมาหน้า - หลัง ก้าวเท้าให้กว้างกว่าปกติ จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก น่อง ลำตัวช่วงล่างได้ทั้งหมด



  •         ที่มา www.numwan.com , เครื่องสำอาง DHC www.dhc.co.th

     

     




    *หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






    จำไว้ตลอด

    จำนวน 4 ความเห็น, หน้า | 1 |
    ความเห็น 1 4 ส.ค. 2552 (15:52)

    หมั่นออกกำลังกายบ่อยๆๆ จะได้สุขภาพดี ไม่อ้วน..{#emotions_dlg.d1}


    sasithorn_aom
    ร่วมแบ่งปัน30 ครั้ง - ดาว 54 ดวง

    ความเห็น 2 5 ส.ค. 2552 (10:31)

    น่าเห็นใจคนอ้วน

    คงลำบากแย่

    หนักใจแทนจริงๆ ค่ะ


    ญ่าโหล
    ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 98 ดวง

    ความเห็น 3 5 ส.ค. 2552 (10:52)

    มีประโยชน์ดี

    คนอ้วนควรอ่าน

    จะได้ผอมๆ


    เรือนทรงไทย
    ร่วมแบ่งปัน10 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

    ความเห็น 4 6 ส.ค. 2552 (16:13)

    อ่า...


    จะลองไปทำดู� {#emotions_dlg.d3}


    justmin
    ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 51 ดวง






    โอ๊ย_โอ๊ย
    (นางสาววารุณี ชัยวงษ์)

    ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 894 ครั้ง
    เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
    แบ่งปันความรู้ 16 ครั้ง
    ได้รับดาว 53 ดวง

    โหวตเพิ่มดาว

    Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน