วิชาการดอทคอม ptt logo

ดางเทียมของไทย

ดาวเทียมของไทย จุดกำเนิดแห่งการสื่อสาร ประเทศไทยได้ส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรทั้งหมด 4 ดวง ดาวเทียมดวงแรก คือ ดาวเทียมไทพัฒ ตั้งอยู่ที่ ศูนย์วิจัยดาวเทียมไทพัฒ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครความสูงเฉลี่ยจากผิวโลก 815 กิโลเมตร ในแนวที่ผ่านขั้วโลกเหนือและ ใต้ โ
ผู้เขียน: ยุพา ปทุมานนท์ ชมแล้ว: 8,441 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 31 July 2009, 4:24 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 18 August 2009, 9:11 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - ดาวเทียมของไทย

 

 

 
ดาวเทียมของไทย จุดกำเนิดแห่งการสื่อสาร

ประเทศไทยได้ส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรทั้งหมด

4 ดวง

ดาวเทียมดวงแรก

 

          คือ ดาวเทียมไทพัฒ ตั้งอยู่ที่ ศูนย์วิจัยดาวเทียมไทพัฒ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครความสูงเฉลี่ยจากผิวโลก 815 กิโลเมตร ในแนวที่ผ่านขั้วโลกเหนือและ ใต้ โคจรรอบโลกวันละ 14.2 ครั้ง ผ่านประเทศไทยทุกวันเวลาประมาณ 8.30-12.30 . 2-3 ครั้ง และเวลา 20.30-00.30 . 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งมีเวลาให้สถานีภาคพื้นดินติดต่อ กับดาวเทียมประมาณ 17 นาที

 

 

 145.25 MHz และความถี่ สัญญาณขาลง

436.25 MHz

ดาวเทียมไทพัฒความสามารถในการถ่ายภาพระยะไกลคลุมพื้นที่ประมาณ

 

1156x1152 ตารางกิโลเมตร ภาพที่ได้มี ประโยชน์ในการดูสภาพภูมิอากาศ การเกิดของเมฆและพายุ รวมทั้งการตรวจสอบพื้นที่มุมกว้างส่วนที่สำคัญและเปรียบเสมือนสมองของดาวเทียมไทพัฒ คือ สถานีภาคพื้นดิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 11 อาคาร D

ในบริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 4 เครื่องเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายและทำงานประ สานกันอย่างอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง

 

 

 TRACKING

ทำหน้าที่คำนวณตำแหน่งและเวลาที่ ดาวเทียมจะโคจรขึ้นมาพ้นขอบฟ้ามาให้สถานีภาค พื้นดินติดต่อได้

CONTROL

ทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์สื่อสารและสายอากาศให้มีทิศทางชี้ไปยังตำแหน่งของดาวเทียมดลอดเวลาที่ทำการสื่อสาร

 

 

 TELEMETRY

ทำหน้าที่รับข้อมูลสถานะของดาวเทียมเพื่อใช้ใน การวิเคราะห์และควบคุมต่อไป

 

 

 DATA

ใช้เก็บข้อมูลที่จะส่งขึ้นไปยังดาวเทียมและรับข้อ มูล เช่นภาพถ่ายจากดาวเทียมโดยอัตโนมัติ เป็นต้น

ดาวเทียมดวงที่

 

          คือ ดาวเทียมไทยคม 1A ซึ่งเป็นดาวเทียมรุ่นแรกของโครงการดาวเทียมไทยคม ดาวเทียมดวงนี้ เป็นดาวเทียมรุ่น HS-376 ผลิตโดย บริษัท ฮิวจ์ แอร์คราฟท์ ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือบริษัทโบอิ้งในปัจจุบัน พื้นที่การให้บริการย่านความถี่ C-Band ของดาวเทียมไทยคม 1A ครอบคลุมประเทศไทย ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี ญี่ปุ่น และชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีน โดยมีความแรงของสัญญาณด้านขาลง (Down Link) ณ ประเทศไทย 36 dBW (เดซิเบลวัตต์) ส่วนพื้นที่การให้บริการในย่านความถี่ Ku-Band ของดาวเทียมไทยคม 1A ครอบคลุมประเทศไทยและประเทศในแถบอินโดจีน โดยมีความแรงของสัญญาณด้านขาลง

(Down Link) 50 dBW

ดาวเทียมไทยคม

 

1 A ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2536 โดย บริษัทเอเรียนสเปซ ประเทศฝรั่งเศส และเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2537 ต่อมาได้มีการย้ายตำแหน่งวงโคจรของไทยคม 1 Aจาก 78.5 องศาตะวันออก ไปที่ตำแหน่งวงโคจร 120 องศาตะวันออก เมื่อเดือนพฤษภาคม

2540

ดาวเทียมดวงที่

 

          เป็นดาวเทียมของโครงการดาวเทียมไทยคม เช่นกัน มีชื่อว่า ดาวเทียมไทยคม 2 ดาวเทียมไทยคม 2 นี้มีคุณสมบัติเหมือนดาวเทียมไทยคม 1A ทุกประการ เป็นดาวเทียมรุ่น HS-376 แบบ Dual Spin น้ำหนัก 1,080 กิโลกรัม อายุการใช้งาน 15 ปี2) ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2537 โดย บริษัทเอเรียนสเปซ ประเทศฝรั่งเศส เช่นเดียวกัน และเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2537 ในปีเดียวกันนั้นเอง3) ซึ่งเป็นดาวเทียมรุ่น Spacebus-3000A ซึ่งเป็นดาวเทียมรุ่น 3 แกน ผลิตโดย บริษัท อัลคาเทล สเปซ ซิสเต็ม ประกอบด้วยย่านความถี่ C-Band จำนวน 25 ทรานสพอนเดอร์ และย่านความถี่ Ku-Band จำนวน 14 ทรานสพอนเดอร์ โดยย่านความถี่ C-Band Global Beam ของไทยคม 3 ครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีป คือเอเชีย, ยุโรป, ออสเตรเลีย และแอฟริกา สวนพื้นที่การให้บริการของ Spot Beam ในย่านความถี่เคยู-แบนด์นั้นครอบคลุมประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคอินโดจีน ส่วน Steerable Beam ในย่านความถี่ Ku-Band ของดาวเทียมไทยคม 3

สามารถให้บริการในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในสี่ทวีปได้อีกด้วย

3 มีกำลัง 5,300 วัตต์ เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน มีน้ำหนักเมื่อส่งขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศ 2,652 กิโลกรัม อายุการใช้งาน 14 ปี โดยดาวเทียมไทยคม 3 ถูกส่งขึ้นไปในอวกาศโดย บริษัทเอเรียนสเปซ ประเทศฝรั่งเศส เช่นเดียวกับ ไทยคม 1A และไทยคม 2 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2540 ที่ตำแหน่งวงโคจร 78.5 องศาตะวันออก โดยเริ่มให้บริการครั้งแรก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2540

 

 

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 3 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 18 ส.ค. 2552 (08:52)

{#emotions_dlg.q6}เนื้อหาก็ดีนะ

ถ้าตกแต่งคงสวยมาเลย  {#emotions_dlg.a8}


khamoo
ร่วมแบ่งปัน49 ครั้ง - ดาว 52 ดวง

ความเห็น 2 18 ส.ค. 2552 (09:41)

ลงรูปตัวเอง  ไปคอมฯ เพื่อนด้วยครับ


กานพลู
ร่วมแบ่งปัน506 ครั้ง - ดาว 167 ดวง

ความเห็น 3 28 ส.ค. 2552 (13:52)

เนื้อหาดี

แต่ไม่มีรู)


ยุพา ปทุมานนท์
ร่วมแบ่งปัน15 ครั้ง - ดาว 50 ดวง






ยุพา ปทุมานนท์
(ยุพา ปทุมานนท์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 782 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 15 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน