10 สุดยอดเหตุการณ์ดาราศาสตร์ในศตวรรษที่20 ....
สำหรับนิตยสาร Astronomy ซึ่งเป็นนิตยสารทางด้านดาราศาสตร์ระดับหัวแถวฉบับหนึ่ง ได้คัดเลือก เหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ในศตวรรษที่ 20 ออกมา 10 เหตุการณ์ด้วยกัน ได้แก่
ผู้เขียน: beethovenvirus11 ชมแล้ว: 2,470 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 3 August 2009, 4:12 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 3 August 2009, 4:13 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - 10 สุดยอดเหตุการณ์ดาราศาสตร์ในศตวรรษที่20 ....


สำหรับนิตยสาร Astronomy ซึ่งเป็นนิตยสารทางด้านดาราศาสตร์ระดับหัวแถวฉบับหนึ่ง ได้คัดเลือก
เหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ในศตวรรษที่ 20 ออกมา 10 เหตุการณ์ด้วยกัน ได้แก่


อันดับ 10 อุกกาบาตถล่มทังกัสกา

อุกกาบาต ที่ระเบิด ณ ทังกัสกาเมื่อปี พ.ศ. 2451 สร้างความหวาดเสียวไม่ใช่น้อย เสียงดังจากการระเบิดได้ยินไปทั่วทวีปยุโรปทีเดียว การระเบิดครั้ง
ดัง กล่าวรุนแรงขนาดทำให้ป่าทั้งป่า ราบเรียบไปแต่ก็ไม่ทิ้งร่องรอยของหลุมอุกกาบาตไว้แต่อย่างใด เหตุการณ์ครั้งนี้คาดว่าเกิดจากการที่มีดาวหาง
ขนาดเล็ก หรืออาจเป็นชิ้นส่วนของดาวเคราะห์น้อย ที่แตกออกมาพุ่งฝ่าบรรยากาศโลก และเกิดการระเบิดขึ้นก่อนจะตกถึงพื้นโลก

ใน ช่วงศตวรรษนี้ เราสังเกตเห็นลูกไฟต่างๆ ได้หลายลูก ลูกหนึ่งที่เราเห็นในเวลากลางวัน คือเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ซึ่งมันเคลื่อนที่เข้า
มาในบรรยากาศของโลกเหนือหุบเขา แกรนด์ เททัน และมีผู้ถ่ายภาพไว้ได้หลายคน นอกจากนี้ก็ยังมีลูกไฟ พีคสกิล ที่พุ่งผ่านเหนือรัฐเพนซิลวาเนีย
และรัฐนิวยอร์ก แล้วพุ่งเข้าใส่รถยนต์คันหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า ในศตวรรษหน้า จะมีการระเบิดหรือการชนครั้งมโหฬารเกิดขึ้น
หรือไม่ ?



อันดับ 9 ออโรราปลายศตวรรษ

ใน ช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 และต้นทศวรรษที่ 1990 ท้องฟ้าของโลก มีมหกรรมแสดงแสงออโรราหรือแสงเหนือแสงใต้ ซึ่งเป็นครั้งที่มี ความงดงาม
อย่างมาก แสงออโรราดังกล่าวเป็นผลจากการ ปลดปล่อยมวลสาร จากดวงอาทิตย์ซึ่ง ได้นำเอาอนุภาคพลังงานสูงมาทำปฏิกิริยากับบรรยากาศ
ชั้นแมกเนโทสเฟียร์ของโลก แล้วทำให้เกิดเป็นแสงสีต่างๆ ณ บริเวณขั้วโลก การปลดปล่อยมวลสารจากดวงอาทิตย์นี้สามารถ รบกวนกระแสไฟฟ้าที่
บริเวณ ผิวโลกได้จนทำให้เกิดเหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ ที่แคว้นควิเบกของ แคนาดาในปี พ.ศ. 2532 ส่งผลให้คนถึง 6 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ เป็นเวลา
ถึง 6 ชั่วโมง


อันดับ 8 มหาจุดดับปี 2490

ดวง อาทิตย์เกิดจุดดับขนาดใหญ่ในปี พ.ศ. 2490 ระหว่างวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 12 เมษายน พื้นที่รวมของจุดดับดังกล่าวมีขนาด 6 พันล้านตารางไมล์
(15,000 ล้านตารางกิโลเมตร) คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของ พื้นที่ดวงอาทิตย์ที่เรามองเห็น หรือเทียบเท่ากับขนาดของโลกมากกว่า 100 ใบ
จุดดับนี้เริ่มเกิดขึ้น จากกลุ่มจุดดับเล็กๆ ที่เริ่มสังเกตได้ในวันที่ 5กุมภาพันธ์ พอถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ กลุ่มจุดดับเหล่านั้นก็ใหญ่พอให้มองเห็นได้ด้วย
ตาเปล่า เมื่อดวงอาทิตย์หมุนไปได้อีก 1 รอบตัวเอง กลุ่มจุดดับเหล่านั้น ก็ขยายใหญ่ขึ้นและคล้ายกับเป็นจุดเดียวกัน พอถึงวันที่ 30 มีนาคม กลุ่ม
ดัง กล่าวก็ยิ่งมีสภาพเหมือนจุด ๆ เดียวยิ่งขึ้นรวมทั้งแผ่ขยายขนาด กินพื้นที่อย่างมากมาย นั่นเป็นจุดดับที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น จนถึงวันนี้ก็ยัง
ไม่มีจุดดับที่ใหญ่ขนาดนั้นอีกเลย


อันดับ 7 โนวาเพอร์ไซ

ศตวรรษ ที่ 20 เป็นศตวรรษทองของโนวาก็ว่าได้ ในปี พ.ศ. 2461 มี โนวาอควิเล ซึ่งมีค่าความสว่าง -1.1 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485 มีโนวา
พัป พิส (ค่าความสว่าง 0.3) และในปี พ.ศ. 2518 เกิดโนวาซิกไน ซึ่งน่าจะเป็นโนวาที่อยู่ในความทรงจำมากที่สุด ถึงแม้ว่าโนวาเหล่านี้ จะน่าประทับใจ
มากแต่ก็ยังไม่ใช่โนวาที่น่าพิศวง เท่ากับโนวาเพอร์ไซ ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2444

ทอ มัส แอนเดอร์สัน นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวสก็อต เป็นคนแรก ที่สังเกตเห็นโนวาเพอร์ไซ โดยเริ่มต้นที่ค่าความสว่าง 2 ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์
2 วันถัดมาค่าความสว่างก็เปลี่ยนเป็น 0.2 (จัดเป็นโนวาที่สว่างที่สุดอันดับ 2 ในรอบ 100 ปี) แล้วก็จางหายไป อย่างรวดเร็วก่อนจะเปล่งสว่างขึ้นมาอีก
โนวานี้จางแล้วสว่างสลับกันอยู่เช่นนี้ หลายสัปดาห์ แต่ความมหัศจรรย์ของมันก็ยังไม่จบ

ในช่วงฤดูร้อนของปี พ.ศ. 2444 นักดาราศาสตร์ต่างสนใจกับเนบิวลา รอบๆ โนวากันมากเป็นพิเศษ นักดาราศาสตร์สังเกตเห็นเหตุการณ์แปลกๆ ของ
การขยายตัวของเนบิวลาด้วยความเร็วของแสง ต่อมาปรากฏการณ์นี้ ก็ได้รับการอธิบายว่าเกิดจาก แสงวาบที่โนวาเปล่งออกมาแล้วไปกระทบกับ
ฝุ่น มืดของเนบิวลาจนสังเกตเห็นได้ ทุกวันนี้เราก็ยังเฝ้าสังเกตโนวาเพอร์ไซ อยู่ และเรารู้แล้วว่าโนวานี้เป็นดาวแปรแสงที่ชื่อ จีเค เพอร์ไซ



อันดับ 6 ตำแหน่งของดาวอังคารในปี พ.ศ. 2452

ใน ปี พ.ศ. 2452 ดาวอังคารโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ (โดยมีโลกอยู่ตรงกลาง) อีกครั้งหนึ่ง และทำให้ปริศนาลึกลับเกี่ยวกับ
คลองบนดาวอังคารได้รับการเปิดเผยออกมา

ย้อน ไปในปี พ.ศ. 2420 ถึงปี 2421 ซึ่งเป็นปีที่ดาวอังคารมาอยู่ในตำแหน่ง ตรงข้ามดวงอาทิตย์เช่นกันนั้น จีโอวานนี ชีอาพาเรลลี นักดาราศาสตร์
ชาว อิตาลี ได้เห็นเส้นพาดยาวๆ บนดาวอังคาร เขาเรียกมันในภาษาอิตาลีว่า canali ซึ่งเพี้ยนไปเป็น canals ในภาษาอังกฤษ (คำนี้หมายถึงคลอง)
การค้นพบของเขากลายเป็นเรื่องราวอัศจรรย์พันลึก ประการหนึ่งของ การศึกษาดาวเคราะห์

ต่อ มา เพอร์ซิวัล โลเวลล์ และผู้ร่วมงานของเขาซึ่งประกอบด้วย วิลเลียม เฮนรี พิคเคอร์ริง และแอนดรูซ์ เอลลิคอตต์ ดักลาส ก็ทำให้เกิดหัวข้อ ถก
เถียง อันยิ่งใหญ่ เมื่อเขาพบเส้นเหล่านี้จำนวนมาก ไขว้กันเป็นตาข่าย ปี พ.ศ. 2449 โลเวลล์ก็ประกาศว่า เส้นที่เห็นนี้เป็นสิ่งก่อสร้างของชาวดาว
อังคาร เพื่อใช้ในการลำเลียงน้ำจากบริเวณขั้วดาวมายังพื้นที่ใช้สอย สิ่งที่ตามมาก็คือ การถกเถียงในหมู่นักวิทยาศาสตร์ เช่น จอร์จ เอลเลอรี เฮล
บอกว่า ไม่มีชิ้นส่วน รูปทรงเรขาคณิตมาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายแต่อย่างใด เส้นที่เห็นเป็นเพียง จุดดำหลายๆ จุดที่อยู่ใกล้กันจนมองเห็นเป็นเส้น
เราจะเห็นจุดนี้ได้ก็ด้วย กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่

จน กระทั้งถึงปี พ.ศ. 2452 ด้วยความละเอียดของเครื่องมือที่ดีขึ้น ประกอบกับความเชี่ยวชาญของ ยูจีน ไมเคิล แอนโทเนียดี ทำให้ปริศนานี้
เป็น อันยุติ เขาได้ใช้กล้องโทรทรรศน์หักเหแสงขนาด 32 นิ้วส่องดูดาวอังคาร สิ่งที่เขาพบก็คือ คลองปริศนานั้นได้หายไปเสียแล้ว การค้นพบนี้
อยู่เกิน ความสามารถของกล้องที่ชิอาพาเรลลีและโลเวลล์ใช้ ซึ่งต่อมาก็ได้รับ การยืนยันจากรูปถ่าย



อันดับ 5 การกลับมาของดาวหางฮัลเลย์ในปี พ.ศ. 2453

การ ศึกษาดาวหางในแง่วิทยาศาสตร์เพิ่งจะเริ่มต้นจริง ๆ ก็ในศตวรรษที่ 20 นี้เอง ดาวหางฮัลเลย์นั้นอาจจะไม่น่าตื่นเต้นมากมาย อย่างดาวหาง
เฮลล์-บอพพ์ ดาวหางเฮียกกุตาเกะ ดาวหางเวสต์ หรือดาวหางสว่างๆ ดวงอื่นๆ แต่ดาวหางฮัลเลย์ก็มีความน่าสนใจในแง่ข้อมูลที่เราได้ จากดาวหาง
ดวง นี้ หลังจากการมาเยือนของดาวหางฮัลเลย์ในปี พ.ศ. 2378 แล้ว กระบวนการ ในการศึกษาทางดาราศาสตร์ก็ก้าวหน้าไปเป็นลำดับ มีอุปกรณ์ใหม่ๆ
เกิด ขึ้น เครื่องมือบันทึกภาพ และเครื่องสเปกโทรสโคปที่มีใช้ในปี พ.ศ. 2453 ช่วยให้เราเก็บข้อมูลจากดาวหางฮัลเลย์ได้มากกว่าข้อมูลเดิม ๆ
หลายเท่า และข้อมูลมากมายเหล่านี้ก็ทำให้เกิดวิวัฒนาการ ทางแนวคิดเกี่ยวกับ องค์ประกอบของดาวหาง แต่ถึงแม้เราจะได้ข้อมูลสเปกตรัมจาก
ดาวหางฮัลเลย์ในปี พ.ศ. 2453 นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีทฤษฎีที่เหมาะสม ในการวิเคราะห์ข้อมูลนั้น




Wholesale Mp3 Players Best Buy For Portable Mp3 Players Cheap Nike Mp3 Players Ipods Mp3 Players Zen Mp3 Players Bluetooth Mp3 Players Creative Zen Mp3 Players Ratings For Portable Mp3 Players Wearing A Mp3 Players Audio Books For Mp3 Players Clearance Mp3 Players Difference Between Ipods And Mp3 Players Refurbished Mp3 Players Sylvania Mp3 Players All Mp3 Players Best Sport Mp3 Players Necklace Mp3 Players Shift Mp3 Players Alarmclock Boombox Docking System For Zune Mp3 Players Coby Mp3 Players Flash Mp3 Players Free Website Mp3 Players Is Itunes Compatible With Other Mp3 Players Music For Mp3 Players Review Mp3 Players Rio Mp3 Players Sport Mp3 Players
 
 


 โดย :Ghost Korean Boy Teenee.com




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด