วิชาการดอทคอม ptt logo

สรุปผลการวิจัยในชั้นเรียน

การแก้ปัญหาขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นของนักเรียนระดับชั้น ปวช. ห้องพค.2/2 โดยกระบวนการกลุ่ม
ผู้เขียน: daomuay ชมแล้ว: 6,020 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 4 August 2009, 4:49 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 4 August 2009, 4:56 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - การแก้ปัญหาขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
เนื้อหาถูกซ่อนโดยผู้เขียน



หน้าที่ 2 - การแก้ปัญหาขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น

สรุปผลการวิจัยในชั้นเรียน

 

ชื่อเรื่องการวิจัย         การแก้ปัญหาขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น

                                ของนักเรียนระดับชั้น ปวช. ห้อง พค.2/2 โดยกระบวนการกลุ่ม

ผู้ทำวิจัย                      นางสาวสุมาลี  อาภรณ์พินิจเลิศ    แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

ทำการวิจัยเมื่อ           2  มิถุนายน  2551  ถึง  29 สิงหาคม 2551

ประเภทการวิจัย        การวิจัยเชิงทดลอง

 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

                   ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน และกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตมนุษย์มากขึ้น คอมพิวเตอร์มีบทบาทในทุกวงการอาชีพ ซึ่งจะพบได้ว่าธุรกิจต่าง ๆ ได้นำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการดำเนินงาน และให้บริการแก่ลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวก และเกิดความคล่องตัวในการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และศึกษาอย่างยิ่ง เพื่อที่จะได้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้งานในชีวิตประจำวัน และเพื่อพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต   และสำหรับผู้ที่เรียนในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจนั้นไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการเขียนโปรแกรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับงานด้านต่าง ๆ จึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ในฐานะที่ทำการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ สภาพโดยทั่วไป พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ที่เริ่มเรียนวิชาหลักของสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจจะประสบกับปัญหาด้านทักษะการเขียนโปรแกรม       จากเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงสนใจจะศึกษาปัญหาการขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น โดยใช้แผนการสอนที่เน้นกระบวนการเรียนเป็นกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และหาแนวทางในการพัฒนาการเรียนร่วมกัน

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.       เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้วิชาหลักการเขียนโปรแกรม ของนักเรียนระดับชั้น ปวช. ห้อง พค.2/2

2.       เพื่อแก้ปัญหาการขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ในวิชาหลักการเขียนโปรแกรมของนักเรียนระดับปวช. ห้อง พค.2/2 แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ โดยใช้การเรียนแบบกระบวนการกลุ่ม

 

ประโยชน์ของการวิจัย

1.       เพื่อนำผลการวิจัยที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงแก้ไขการเรียนการสอน หรือใช้เป็นแนวทางในการเรียนการสอนวิชาในสาขาคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วิธีการดำเนินการวิจัย

1.       กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่  นักเรียนระดับชั้น ปวช. ห้อง พค.2/2 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่

เรียนวิชาหลักการเขียนโปรแกรม ในภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2551

              2.    ตัวแปรที่ศึกษา

2.1   ตัวแปรต้น  ได้แก่  ปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้วิชาหลักการเขียนโปรแกรม, การแก้ปัญหาการขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น, การสอนโดยใช้กระบวนการกลุ่ม

2.2   ตัวแปรตาม  ได้แก่  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้น ปวช. ห้องพค.2/2 สาขาคอมพิวเตอร์ ที่ใช้การเรียนแบบกระบวนการกลุ่ม

             3.    เครื่องมือที่ใช้ 

3.1    นวัตกรรมที่ใช้ฝึก  ได้แก่

3.1.1  แผนการสอน เรื่อง หลักการเขียนโปรแกรม

                               3.1.2  ใบงานที่ใช้ในการฝึกทักษะการวิเคราะห์โจทย์

                                3.1.3  แบบทดสอบการวิเคราะห์โจทย์

                       3.2   แบบสอบถาม ได้แก่

                                3.2.1  แบบสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้วิชาหลักการเขียนโปรแกรม

 

              4.   วิธีการสร้างและการหาคุณภาพของเครื่องมือ

                       4.1 นวัตกรรมที่ใช้ในการฝึก  ได้แก่ แผนการสอนเรื่อง หลักการเขียนโปรแกรม ใบงานที่ใช้ในการฝึกทักษะการวิเคราะห์โจทย์  แบบทดสอบการวิเคราะห์โจทย์ ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้นโดยศึกษาเอกสารและหนังสือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักสูตร คู่มือครู หนังสือแบบเรียน โดยยึดตามจุดประสงค์การเรียนรู้ในวิชาหลักการเขียนโปรแกรมเป็นหลัก   และได้นำไปทดลองใช้กับห้อง พค.2/1 ซึ่งเรียนวิชาเดียวกัน

                       4.2  การสร้างแบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้วิชาหลักการเขียนโปรแกรม เพื่อศึกษาข้อมูลจากตัวผู้เรียน  โดยนำไปทำการ try out กับนักเรียนห้อง พค.2/1

          

 

 

               5.   วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

5.1 ให้นักเรียนทำแบบสอบถาม ปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้วิชาหลักการเขียน 

       โปรแกรม แล้วป้อนข้อมูลลงใน spss

5.2  นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุของปัญหา

5.3  นำแผนการสอนที่ผ่านการปรับปรุง และออกแบบใบงาน กิจกรรมต่าง ๆ ให้กับ

       ผู้เรียน โดยใช้วิธีกระบวนการกลุ่ม

5.4  การสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม และพฤติกรรมรายบุคคล

5.5  ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบเพื่อเก็บคะแนน

 

วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

1.     วิเคราะห์แบบสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้วิชาหลักการเขียนโปรแกรม  ด้วยค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่ามัชฌิมเลขคณิต (C)  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)  การแจกแจงความถี่และหาค่าร้อยละ

2.       เปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการแก้ปัญหาการขาดทักษะในการวิเคราะห์โจทย์ โดยใช้ t-test 

 

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

            1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้วิชาหลักการเขียนโปรแกรม

ตารางที่ 1.  ระดับความรู้ความเข้าใจในแต่ละเรื่อง

เรื่อง

mean

Std.Deviation

Problem

2.75

.676

Output

2.33

.482

Input

2.21

.415

Variable

2.13

.537

Process

1.88

.537

Flow

2.00

.511

                จาก วิเคราะห์ข้อมูลในตารางที่ 1. พบว่าผู้เรียนมีความรู้และเข้าใจในขั้นตอนของการหาสิ่งที่โจทย์ต้องการมากที่สุด ได้ค่าเฉลี่ย 2.75  มีความรู้และเข้าใจสามารถออกแบบ output ได้ที่ค่าเฉลี่ย 2.33  รู้ว่าต้องใช้ข้อมูลนำเข้า input เป็นอะไร ค่าเฉลี่ย 2.21 ผู้เรียนสามารถสร้างตัวแปรขึ้นใช้ประกอบโจทย์ได้ค่าเฉลี่ย 2.13 สามารถเขียนผังงานได้ระดับค่าเฉลี่ย 2.00 และผู้เรียนมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของโปรแกรม process ในระดับที่น้อยที่สุดคือ 1.88 ซึ่งจะส่งผลให้การเขียนผังงานผิดไปด้วยถึงแม้ว่าผู้เรียนจะมีความเข้าใจและใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ ของผังงานในระดับพอใช้

 

ตารางที่ 2. แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม

แหล่งค้นคว้า

ร้อยละ

หนังสือ ตำราจากห้องสมุด

0

ซื้อหนังสือ ตำรามาศึกษาด้วยตนเอง

8.3

หาข้อมูลบน internet

41.7

ปรึกษารุ่นพี่

25

ปรึกษาครู-อาจารย์

20.8

ปรึกษาเพื่อน

66.7

      ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลในตารางที่ 2. พบว่านอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนแล้วถ้าเกิดปัญหาเกี่ยวกับการเรียนในรายวิชาหลักการเขียนโปรแกรม ผู้เรียนค้นคว้าศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษา จากเพื่อนเป็นส่วนใหญ่ ถึงร้อยละ 66.7 รองลงมาคือมีการค้นคว้าหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 41.7 สอบถามปรึกษากับรุ่นพี่ ร้อยละ 25 ปรึกษาสอบถามครู-อาจารย์ ร้อยละ 20.8 และซื้อหนังสือ ตำรามาศึกษาเอง ร้อยละ 8.3 ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีผู้เรียนคนใดค้นคว้าหนังสือตำราจากห้องสมุด

                 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งที่นักเรียนคิดว่าเป็นปัญหาในการเรียนมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่

                - ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานของข้อมูลที่มี ไม่รู้สูตรที่ใช้ในการคำนวณ

                - ไม่ค่อยรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่จะนำมาใช้ในการสร้างตัวแปร

                -  ไม่รู้ว่าจะใช้อะไรเป็นข้อมูลนำเข้า

                - ไม่เข้าใจสิ่งที่โจทย์ถาม

 

                2.  ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนโดยใช้กระบวนการกลุ่ม

                                       แสดงค่าผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนที่ผ่านการจัดกระบวนการเรียนโดยใช้กระบวนการกลุ่ม และแก้ปัญหารายข้อจากแบบสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้ในวิชาหลักการเขียนโปรแกรม

 

 

ตารางที่ 3.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากผ่านการเรียนแบบใช้กระบวนการกลุ่ม

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

จำนวน (คน)

ร้อยละ

ดีมาก

2

8.33

ดี

15

62.50

ปานกลาง

7

29.16

 

24

100

*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา







จำไว้ตลอด

จำนวน 2 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 23 มิ.ย. 2553 (22:04)
เป็นเรื่องที่น่าสนใจดีครับ
khagkung
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 2 3 พ.ย. 2553 (16:44)
=
nicky454
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง