วิชาการดอทคอม ptt logo

เบื้องหลังโครงการถุงยางอนามัย 100%

โครงการถุงยางอนามัย 100% เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการลดการแพร่ระบาดของ โรคเอดส์ จนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ
ผู้เขียน: bokyman ชมแล้ว: 1,145 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 7 August 2009, 2:51 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 7 August 2009, 2:52 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - เบื้องหลังโครงการถุงยางอนามัย 100%

โครงการถุงยางอนามัย 100% เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการลดการแพร่ระบาดของ โรคเอดส์ จนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ
   
ในปี พ.ศ. 2539 ในการประชุมนานาชาติเรื่องเอดส์ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา มีทีมนักวิชาการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้นำเสนอผลการศึกษาเรื่อง “โครงการถุงยาง อนามัย 100% ในประเทศไทย” และได้สรุปว่าโครงการดังกล่าวสามารถป้องกันคนไทยมิให้ติดเชื้อเอดส์แล้วถึง 2 ล้านคน
   
ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในสามประเทศที่กำลังพัฒนาที่ได้รับการยอมรับว่า สามารถลดการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ลงได้อย่างชัดเจน (ร่วมกับประเทศยูกันดาและ ซิมบับเว)
   
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวขวัญถึงโครงการดังกล่าวทางสื่อนานาชาติอยู่เป็นประจำ ปี พ.ศ. 2539 คาร์ลอส เอวิตา ได้เขียนบทความเรื่องระบาดวิทยาและการสาธารณสุขในหนังสือความรู้เกี่ยวกับ โรคเอดส์ ตีพิมพ์ในเม็กซิโก มีเนื้อหาชื่นชมโครงการถุงยางอนามัย 100% ในประเทศไทยว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการในโลกนี้ที่ประสบความสำเร็จในระดับ ชาติ
   
ดี แลมป์ เขียนลงในหนังสือลอสแอน  เจลิสไทม์ส ฉบับวันที่ 16 พ.ย. 2541 ว่า โครง การถุงยางอนามัย 100% ของไทยเป็นการรณรงค์ ส่งเสริมถุงยางอนามัยที่ประสบความสำเร็จโครง การหนึ่งของโลก
   
โครงการถุงยางอนามัย 100% ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าโครงการดังกล่าวเป็นผลงานของ นายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ผู้ซึ่ง  สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีการใช้ถุงยางอนามัย ในสถานบริการทางเพศ ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในการแพร่ระบาดของโรคเอดส์จากร้อยละ 14 เป็นกว่าร้อยละ 95 ทำให้การแพร่ระบาดของโรคเอดส์จากปีละประมาณ 2 แสนราย ลดเหลือ ราวปีละ 15,000 รายในปัจจุบัน
   
เมื่อสมัยที่โรคเอดส์ระบาดใหม่ ๆ นายแพทย์วิวัฒน์ได้รับมอบหมายให้จัดตั้งและเป็น  ผู้อำนวยการศูนย์โรคเอดส์คนแรก แต่โครงการถุงยางอนามัย 100% ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนที่นายแพทย์วิวัฒน์ถูกย้ายจากศูนย์โรคเอดส์ไปเป็น ผู้อำนวยการศูนย์กามโรคที่จังหวัดราชบุรี
   
นายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศมองโกเลีย กล่าวว่า “ผมเคยอยู่ฝ่ายข้อมูลของกองกามโรคและได้เห็นข้อมูลที่สำคัญนั่นคือผู้ป่วย ร้อยละ 97 มักมีประวัติเที่ยวผู้หญิง ซึ่งช่วงนั้นคนไม่นิยมป้องกันเพราะสามารถรักษาหายได้ง่าย ร้อยละ 40 ของผู้ป่วยติดเชื้อมาจากสถานบริการ 40 แห่ง ตอนแรกผมคิดทำโครงการรักษาหญิงบริการ เข้าไปให้การรักษาฟรีในสถานบริการ ทำอยู่ 1 ปีโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ก็ยังไม่ลด เพราะหญิงบริการยังคงรับโรคมาอย่างต่อเนื่อง ผมจึงคิดว่าต้องหาทางป้องกัน เลยได้คิดทำโครงการถุงยาง อนามัย 100% ขึ้นมา โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ใช้กฎหมายบังคับให้มีการใช้ถุงยางอนามัยในสถานบริการทางเพศ เพราะคิดว่าแค่เพียงเผยแพร่หรือให้ข้อมูลเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยคงไม่ได้ ผล ต้องใช้กฎหมายเข้ามาควบคุม”
   
โครงการถุงยางอนามัย 100% ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันคนไทยมิให้ติดเชื้อเอดส์เท่านั้น แต่นายแพทย์วิวัฒน์ยังได้รับเชิญไปเป็นที่ปรึกษา เพื่อทำโครงการดังกล่าวให้กับอีกหลาย ๆ ประเทศ อาทิ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย จีน มองโกเลีย ลาว เป็นต้น
   
แม้ว่าประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นจะมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเพณี และกฎหมาย แต่นายแพทย์วิวัฒน์ก็สามารถประยุกต์ประสบการณ์จากประเทศไทยไปใช้กับประเทศ ต่าง ๆ เหล่านั้นได้สำเร็จด้วยดี แม้แต่โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติก็ได้นำประสบการณ์ของประเทศไทยไปประยุกต์ ใช้กับอีกหลายประเทศเช่นกัน
   
ความสำเร็จของโครงการถุงยางอนามัย 100% ทำให้นายแพทย์วิวัฒน์ ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 5 ผู้ทรงอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงโลกจากหนังสือ Influencer ที่จัดพิมพ์โดยสำนัก พิมพ์ แมคกรอฮิล ล่าสุดยังได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปี 2552 ในฐานะผู้สร้างคุณูปการอเนกอนันต์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์อย่างแท้ จริงในประเทศไทยอีกด้วย.


ขอบคุณแหล่งที่มา/www.dailynews.co.th

blogspot.com




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด