วิชาการดอทคอม ptt logo

บุคลิกนิสัยของมารดา บ่งบอกเพศทารก

เพศของทารกในครรภ์ เราเชื่อกันว่า เกิดจากการแข่งขันกันโดยยุติธรรม ของโครโมโซมของเชื้ออสุจิ ในการว่ายไปผสมกับไข่ของมารดา โดยถ้า โครโมโซม X เข้าผสมกับไข่มารดา ก็จะได้ทารกเพศหญิง และถ้าโครโมโซม Y
ผู้เขียน: ณัชชา ประดุจชนม์ ชมแล้ว: 3,391 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 11 August 2009, 2:48 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 16 November 2009, 4:59 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - บุคลิกนิสัยของมารดา บ่งบอกเพศทารก
<
 
เพศของทารกในครรภ์ เราเชื่อกันว่า เกิดจากการแข่งขันกันโดยยุติธรรม ของโครโมโซมของเชื้ออสุจิ ในการว่ายไปผสมกับไข่ของมารดา โดยถ้า โครโมโซม X เข้าผสมกับไข่มารดา ก็จะได้ทารกเพศหญิง และถ้าโครโมโซม Y เข้าผสมก็จะได้ทารกเพศชาย ในโอกาสเท่าเทียมกัน 50/50

 

จิตแพทย์ชาวนิวซีแลนด์ท่านหนึ่ง ชื่อ Dr. Valerie Grant ได้ทำการวิจัยในมารดาหลายๆ ท่าน และเธอบอกว่า มารดาเพียงผู้เดียวที่เป็นคนกำหนดเพศของบุตร โดยมีปัจจัยในเรื่องนิสัยใจคอ บุคลิกภาพ ในการที่จะกำหนดให้บุตรเกิดมาเป็นเพศอะไร

 

จากผลการวิจัย และติดตามมารดาในขณะตั้งครรภ์ พบว่ามารดา ที่ชอบการแข่งขัน กล้าแสดงออก และเชื่อมั่นในตนเอง จะมีโอกาสให้กำเนิดทารกเพศชายมากกว่าเพศหญิงโดยให้คำอธิบายว่า ฮอร์โมน Testosterone ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย แต่ก็พบได้ในเพศหญิงในปริมาณที่แตกต่างกัน เป็นตัวกำหนดภาวะที่เหมาะสมให้ โครโมโซม Y มีโอกาสที่จะผสมกับไข่มารดา ได้ดีกว่าโครโมโซม X ซึ่งเชื่อว่า ในสตรีที่มีฮอร์โมน Testosterone มากกว่าปกติ มักจะมีนิสัยกล้าหาญ กล้าแสดงออก และมั่นใจในตนเอง และจะให้โอกาสกำเนิดบุตรชายมากกว่าบุตรสาว

 

ดังนั้น การวิจัยที่กล่าวมา เป็นสมมุติฐานหนึ่งที่อาจใช้กำหนดเพศบุตรได้ ดังนั้นท่านชายที่ต้องการบุตรชาย อาจต้องใช้ข้อพิจารณาดังกล่าวในการเลือกคู่ครอง เพราะการสังเกตข้อหนึ่งที่พอช่วยได้ นอกจากนิสัยใจคอก็คือ สตรีที่มีฮอร์โมนเพศชาย Testosterone สูงมักจะมีผิวมัน มีปัญหาเรื่องสิว และขนดก ดังนั้นลางเนื้อชอบลางยา แล้วแต่นะครับ!

เรียบเรียงและค้นคว้าใหม่โดย นพ.จรัสพล รินทระ ...

 
 


Link: http://variety.teenee.com/science/12201.html




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด